การเลือกใช้ แชมพู-คอนดิชั่นเนอร์
เริ่มจากการเรียนรู้เรื่องลักษณะของ เส้นผม
1.เส้น ผมธรรมดา
2.เส้น ผมแห้งแตกปลาย
3.เส้น ผมแข็งแรง
4.เส้นผม ธรรมดามี รังแค
5.เส้นผมนิ่ม มัน ผมมัน
6.เส้น ผมหยาบ กระด้าง ผมหยิก
เส้นผมธรรมดา
เส้นผม ประเภทนี้ไม่ค่อยจะมีปัญหามากนัก จะต้องใช้ แชมพู และ ครีมนวด แบบอ่อนๆ สระผม สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ให้ นวดศีรษะ พอประมาณ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
เส้น ผมแห้ง แตกปลาย
สาเหตุที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการ โกรกสีผม หรือ ดัดผม ด้วย น้ำยาที่ไม่ถูกกับ เส้นผม หรือโกรกผม บ่อยเกินไป หรือใช้ เคมี ไม่ถูกวิธี การ เป่า ไดร์ผม ด้วย เครื่องเป่าผม ที่มีความร้อนสูง ล้วนแล้วแต่ทำให้ ผมแห้งแตกปลาย วิธีการแก้ไขควรใช้ แชมพูป ระเภทที่มี โปรตีน และ ครีมนวด เป็นประจำ รวมถึงการ อบไอน้ำ สัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าเป็นมากควรจะตัดทิ้งและเริ่มต้น การบำรุงเส้นผม อย่างต่อเนื่อง
เส้น ผมแข็ง ผมมัน
วิธีเลือกใช้ แชมพู ควรเป็นแชมพูจำพวกที่ทำมาจาก สมุนไพร หรือ แชมพูมะกรูด แต่ไม่ควร นวดศีรษะ เพราะการ นวดศีรษะ จะไปกระตุ้นต่อม ผิวหนัง ศีรษะ ให้ผลิตน้ำมันออกมาควร สระผม เบาๆ และใช้ ครีมนวดผมลูบห่างจากโคนผมประมาณ 1 นิ้วลูบให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นผมจะนิ่มสลวย
เส้น ผมธรรมดา มีรังแค
มักเกิดจากหนังศีรษะแห้งจนเป็นสะเก็ดลอกเป็นแผ่นๆ ควรใช้ แชมพูแก้รังแค สลับกับ แชมพู ธรรมดา แล้วควรใช้ แฮร์โทนิคห ลังการสระทุกครั้ง
เส้นผมนิ่มมัน ควรเลือกใช้ แชมพู จำพวก สมุนไพร เช่นกัน แต่ไม่ใช้ ครีมนวดผม หันไปใช้ น้ำมันมะกรูด หรือน้ำมะนาว แทน คือ หลังจากสระ แชมพู แล้ว ใช้ น้ำมะกรูด หรือน้ำมะนาว 3-4 ช้อนโต๊ะ ลูบไล้ให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด และล้างด้วยน้ำเย็นอีกคั้งเพื่อช่วยปิดรูขุมขนที่ผลิตน้ำมันควรสระประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
เส้น ผมหยาบ กระด้าง
ควรใช้ แชมพู คู่กับ ครีมนวดผม สระ ทุกครั้ง เวลาสระ ครีมแชมพู ควรจะ นวดเส้นผม ด้วย ครีมนวด และทิ้งไว้ 5-7 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ไม่ควรสระด้วยน้ำเย็น เพราะน้ำเย็นจะล้างผมไม่สะอาดแล้วยังทำให้ เส้น ผมแข็ง จึงควร อบไอน้ำ ช่วย
รู้ลึกคุณลักษณะของ เส้นผม
วิเคราะห์เส้นผม อย่างแม่นยำ
ลักษณะของ เส้นผม หมายถึง เนื้อผม ชนิดต่างๆ เช่น ผมเส้นเล็ก ผมเส้นใหญ่ ผมแข็ง ผมนุ่ม ผมหยิก ผมฟู ฯลฯ การที่จะจัดแต่งผมให้ดูงดงามนั้น ช่างผมจะต้องคำนึงถึงเรื่องชนิดของ เนื้อเส้นผม ให้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะว่า เนื้อของ เส้นผม บางชนิดมีความหนา และความบางที่แตกต่างกัน ซึ่งมีผลของการกำหนดรูปแบบ หรือทรงไม่ได้ตามต้องการ
ด้วยเหตุนี้เองลักษณะเนื้อของเส้นผม จึงมีบทบาทในการตัดสินใจตั้งแต่ การเลือกใช้แชมพู , วิธีการตัดซอย , วิธีการดัด , การย้อม รวมทั้ง การบำรุงดูแล รักษาต่างๆอีกด้วย
ผมสวยแบบธรรมชาติ จะมีลักษณะเส้นผมที่ไม่หยาบกระด้างไม่อ่อนนิ่มจนเกินไป เส้นขนาดพอดีไม่หยิกแต่มีน้ำหนักสปริงดีผมที่อยู่ในเกณฑ์สปริงดีนั้น จะต้องยืดได้ 1 ใน 5 เมื่อถูกดึงในขณะที่ผมแห้งสามารถหดตัว กลับเข้าที่เดิมได้โดยไม่ขาด ผมชนิดนี้จะเป็นผมที่เซ็ทแล้วอยู่ทรง และทนดัดง่าย อีกทั้งยังดูเงาสวยงาม ผมเส้นละเอียด คือ ผมที่มีเส้นเล็ก แต่ก็ไม่ได้หมายความถึงจำนวนผมว่าจะมีน้อยเสมอไปคนที่มีผมเส้นเล็กอาจจะมีผมหนา เพียงแต่มีลักษณะเส้นละเอียดดูเหมือนบาง
ปัญหาของคนที่มีเส้นผมเล็กละเอียดอยู่ที่การเซ็ทแล้วไม่ทน ดัดยาก เพราะถ้าดัดอ่อนผมก็ไม่อยู่ทรง หรือถ้าดัดแก่ไปก็จะฟูฝอย จะให้เหมือนกับเส้นผมปกติธรรมดา หรือผมเส้นใหญ่นั้นจึงทำได้ยากโดยปกติแม้ว่าไม่ได้ดัดก็จะดูเบากระจากง่ายไม่อยู่ทรง
ผมเส้นหยาบ คือ ผมที่มีลักษณะเส้นใหญ่ สัมผัสได้ถึงความแข็งดูไม่อ่อนนุ่ม ผมหยาบบางประเภทไม่มีสปริง หรือความยืดหยุ่นปรากฏอยู่เลย ทำให้ตกแต่งจัดรูปทรงบางทรงยากพอควร แต่ผมประเภทนี้เหมาะที่สุดสำหรับ การเซ็ทเพราะอยู่ทนดี ไม่ว่าจะเป็นการเซ็ทด้วยโรลม้วนหรือการโบว์ไดร์ ผมชนิดนี้มักจะไม่มีความเงา จึงต้องหมั่นนวดครีมบำรุงผมอยู่เสมอ และมีจุดน่าสังเกตว่าคนที่มี
เส้นผมหยาบ จะหงอกเร็วกว่าคนที่มีผมเส้นละเอียด เป็นเหตุให้ต้องโกรกต้องย้อมผมก่อนเวลากำหนด
ผมหยิก คือ ผมชนิดที่จัดว่าเป็นสุดยอดของผมที่ดื้อ เพราะเป็นผมที่มีสปริงมากจนเกินต้องการ แต่ก็แบ่งออกเป็นหลากหลายชนิด เช่นหยิกน้อย,หยิกปานกลาง,หยิกมาก และหยิกมากจนเป็นฝอยการตัดซอย ผมหยิกจะยาก ง่าย ตามชนิดความหยิกของผม
ผมเส้นเหยียด คือ ผมลักษณะนี้ส่วนใหญ่จำเป็น ต้องเลือกทรงที่ตัดซอยให้เสมอกัน และนิยมการดัดอ่อนๆเพื่อช่วยในการเซ็ทหรือโบว์ไดร์ให้อยู่ทนประเภทนี้ยังพอที่จะสามารถเปลี่ยนทรงได้ง่ายกว่าประเภทที่หยิกมาก
ผมบาง คือ ลักษณะของคนที่มีผมน้อย ซึ่งอาจจะมีลักษณะเส้นผมโต หรือเส้นเล็กละเอียดก็ได้แต่ส่วนมากจะพบว่ามีเส้นผมละเอียดอ่อนและไม่ค่อยมีน้ำหนักที่จะสามารถจัดแต่งในบางทรงได้ การตัดซอย,การดัด หรือเซ็ทคนผมบางให้ดูหนาขึ้นนั้น จัดได้ว่าเป็นเทคนิคที่ยากสำหรับช่างผมประเภทหนึ่ง
สารพัดสารพัน-ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
แชมพู มีคุณสมบัติในการชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ บนเส้นผม และหนังศีรษะ เช่นฝุ่น คราบน้ำมัน และเครื่องประทินผมต่างๆ เช่น สเปรย์ผม ตลอดจนผิวหนังที่ตายแล้ว และหลุดออกมาจากหนังศีรษะโดยไม่เป็นอันตรายต่อเส้นผม และหนังศีรษะ
ครีมบำรุงผม หรือแฮร์คอนดิชั่นเนอร์ เมื่อแชมพูทำความสะอาด โดยขจัดน้ำมัน และคราบต่างๆออกไปจากเส้นผมแล้ว ปลอดเยื่อของผมหรือคิวติเคิลจะอ้าออกบ้างไม่มากก็น้อยเราจึงใช้ครีมบำรุงหรือแฮร์คอนดิชั่นเนอร์ ใส่ตามหลังการสระผมทุกครั้ง เพื่อช่วยให้คิวติเคิลนอนราบลงดังเดิมจะทำให้ผมหวีง่ายและเป็นเงางามขึ้นอีกมาก เป็นการช่วยไม่ให้ผมหักหรือแตกปลายได้ง่าย สมัยนี้การใช้คอนดิชั่นเนอร์คู่กับแชมพู จึงเป็นเรื่องที่ต้อง ปฏิบัติเป็นปกติ
ครีมหมักผม ทำหน้าที่บำรุงเส้นผม และหนังศีรษะ ทุกวันนี้จะมีครีมบำรุงรากผม ซึ่งใช้นวดบนหนังศีรษะ และอบตามด้วนความร้อนแสง หรือไอน้ำ ให้มีเนื้อข้นกว้าครีมบำรุงเส้นผม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครีมเหลวการบำรุงรากผมซึ่งเป็นวิธีที่ดีมาก ควรจะทำให้เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยการนวดที่หนังศีรษะ โลหิตจะไหลเวียนดีขึ้น ทำให้หนังศีรษะหายตึง หรือแน่นซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้ง่าย และไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร การนวดและอบจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เส้นผมงอกงามเท่าที่ควรเป็น อีกทั้งรากผมยังต้องการโลหิตไปหล่อเลี้ยง การนวดและอบครีมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
เยล หรือ เจล คือเครื่องประทินผมชนิดหนึ่งที่มีความโปร่งแสงแต่ข้นคล้ายๆ เจลลี่ที่เรารับประทานเป็นของหวาน ซึ่งเยลหรือเจล นี้เป็นการที่ช่วยผมให้เข้ารูปได้คงทนทำให้ผมมีเนื้อมีน้ำหนักขึ้น ซึ่งก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ในการแต่งผมให้ดูดี โดยเฉพาะผมแบบที่ต้านแรงถ่วงของโลกตั้งแต่โคนถึงปลาย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่นทั้งชายและหญิงอยู่ในขณะนี้
วิตามินบำรุงผม (Hair Tonic) ลักษณะส่วนใหญ่จะเป็นน้ำใส ควรใส่เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเซ็ทผม โดยแสกผมออกเป็นแนวแล้วหยดวิตามินลงบนหนังศีรษะให้ทั่ว แล้วนวดคลึงเบาๆ และไม่ต้องสระออก ถ้าเป็นวิตามินสมุนไพรสด อาจใช้วิธีชุบสำลีนวดถูหนังศีรษะ ประเภทหลังนี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นน้ำ ที่มีตัวยาขุ่นข้น ใช้ทั้งแก้และกันผมร่วง และรังแคที่ได้ผลอีกวิธีหนึ่ง ทำให้หนังศีรษะรู้สึกสดชื่น และหายคัน มีการยืนยันจากหลายท่านที่อายุมากแล้ว ผมยังหนา และไม่หงอกบอกว่า ใช้วิตามินสมุนไพรนี้เรื่อยมาตั้งแต่อายุยังน้อย
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมค่อนข้างมาก ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวและทำทรตเม้นท์เป็นชุด หรือเป็นคอร์ส เพราะการรักษาผมจำเป็นต้องใช้เวลา และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งผู้ดูแลและผู้ให้บริการอาจต้องเปลี่ยนยา หรือวิตามินที่จะใช้เป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม อีกทั้งยังต้องใช้เครื่องมือไฟฟ้าไฮเทคช่วย ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ผมสวยก็อยู่ที่สุขภาพผมดี ซึ่งแน่นอนสุขภาพร่างกาย และจิตใจก็ต้องดีก่อน ทั้งยังต้องรู้จักการบำรุงรักษาผมตลอดจนแก้ปัญหาผมเสียแต่เนิ่นๆ เป็นดีที่สุด
Tipstoday
-ควรสระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และแปรงผมวันหนึ่งอย่างน้อย 100 ครั้งนวดด้วยปลายนิ้ว เพื่อกระตุ้นต่อมใต้ผิวให้ทำงาน (ห้ามใช้เล็บ)
-ควรใช้น้ำมันมะกอกนวดเส้นผม และคลุมด้วยหมวกพลาสติก หรือใช้ผ้าขนหนหูห่อผมทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หรืออีกวิธีใช้ไข่ไก่ 1 ฟองผสมน้ำอุ่นครึ่งแก้ว คนให้เข้ากัน แล้วเทลงบนศีรษะนวดให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด
-น้ำมันมะกอก 1 ช้อนต่อไข่ไก่ 1 ฟองคนให้เข้ากัน แล้วเทลงบนศีรษะนวดให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้โดยคลุมด้วยหมวกพลาสติกทิ้งไว้ 20-30 นาทีล้างออกด้วยน้ำและแชมพูอ่อนๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในเรื่องการบำรุงรักษาผมซึ่งได้โปรตีนจากไข่ไก่
-แปรงผมให้ถูกวี ควรแปรงจากโคนถึงปลายผม อย่าแปรงกระชาก การแปรงหลายๆครั้งเป็นการกระตุ้นหนังศีรษะ และแปรงเอาสิ่งสกปรกออก น้ำมันเลี้ยงผมจะกระจายไปถึงปลายผม
-มลภาวะฝุ่นละอองในอากาศเป็นตัวการทำให้ผมสกปรกเร็ว ทำลายเซลล์รากผม วิธีป้องกันที่ดีควรสระผมให้สะอาดอยู่เสมอ
-การใช้น้ำยาปรับสภาพเส้นผมไม่ควรใช้มากเกินไป จะทำให้ดูเหนอะหนะ หลังจากใช้แล้วต้องล้างให้สะอาด
-การขาดอาหาร คือ รับประทานอาหารไม่ถูกส่วน ผมจะดูไม่เงางาม ไม่มีชีวิตชีวา อาหารควรรับประทานเป็นพวกโปรตีน ผลไม้ ผัก ดื่มน้ำมากๆ
-ผมที่ถูกคลอรีน หรือน้ำทะเล ผมจะหยาบ ให้สระผมทันทีด้วยแชมพู ใช้น้ำยาปรับสภาพเส้นผมทุกครั้ง และใช้น้ำส้มสายชูล้างออกอีกครั้ง เพื่อล้างเอาคลอรีนที่ติดเส้นผมออกให้หมด
-ความกังวลและความตึงเครียด ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ผมจะเป็นมัน มีเหงื่อออกมามาก ทำให้ผมมีกลิ่นเหม็น
-อย่าสระผมมากเกินไปและเกาศีรษะแรงหนังศีรษะเป็นแผล ถ้าขยี้แรงทำให้ผมร่วง ผมขาด
-ผมแห้งไม่มีเงาในตัวมีเสียงเสียดสีกันดังกว่าผมธรรมดา เมื่อจับมาถูกันเบาๆเซ็ทแล้วไม่อยู่ตัวมักเป็นกระเซิง
วิธีแก้ เริ่มจากก่อนสระผมทุกครั้งให้ใช้วิธีการนวดศีรษะให้เคลื่อนไปมา หลังสระใหใช้ครีมนวดชนิดเข้มข้น,หมักโคลนผม หรืออบไอน้ำ
-ผมมันหลังสระผมเพียง 2-3 วัน ผมมักจะเกาะกันเป็นกระจุก ดูสกปรก ไม่สดใสเพราะมีฝุ่นละอองเกาะอยู่แก้ไขอย่างไร
วิธีแก้ สระผมให้บ่อยขึ้นใช้ครีมนวด เฉพาะผมมัน ควรแปรงผมสัก 3-4 นาที ก่อนสระผม ทั้งนี้เพื่อไล่น้ำมันออกก่อนที่จะสระผม
-ผมเป็นรังแคส่วนใหญ่มักเกิดกับผมมัน ที่ไม่รักษาความสะอาดมีน้ำมันเกาะกันจนกลายเป็นรังแค
วิธีแก้ ควรหมั่นแปรงผมบ่อยๆ เพื่อให้รังแคหลุดร่วง จากนั้นก็นวดบริหารหนังศีรษะแล้วอบด้วยครีมบำรุงผมเป็นประจำ การใช้แชมพูก็ควรเป็นแชมพูสำหรับผมที่มีรังแคเช่นเดียวกัน
-ผมที่แตกปลายมีปลายผมกระดกออกเป็นฝอยๆ บางครั้งดูเป็นสีแดงทั่วทั้งศีรษะ
วิธีแก้ หลังจากสระผมทุกครั้งควรใช้แฮร์คอนดิชั่นเนอร์สระผมด้วยน้ำอุ่นน้อยๆก่อน เมื่อล้างครีมออกโกรกด้วยน้ำเย็น ให้หลีกเลี่ยงการใช้โรลม้วนผม ใช้วิธีเล็มปลายผมที่แตกปลายออกบ่อยๆ
บำรุงผมสูตรสมุนไพร
1.ใช้มะระผสมไข่ไก่นวดบำรุงเส้นผมทุกครั้ง จะทำให้ผมไม่ร่วง ผมนิ่มสลวยเป็นธรรมชาติขึ้น
2.ใช้ว่านหางจระเข้นวดเส้นผมก่อนสระ ทำให้ผมนิ่มและดำเป็นมัน ผมไม่ร่วง
3.ใช้น้ำกะทิ มะกรูดเผา ตะไคร้ ดอกอัญชัน ตำผสมเข้าด้วยกัน นวดผมทำให้ผมนิ่ม ผมดำเป็นเงามัน และผมไม่หงอกก่อนวัย
4.ผมพองจะกลายเป็นผมแห้งแตกปลายควรตัดปลายทิ้ง และบำรุงก่อนสระผมควรใช้นมสดชโลมเส้นผมให้เปียกทั่ว ใส่หมวกพลาสติกคลุมศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างน้ำออกแล้วสระด้วยแชมพูให้สะอาด
5.ส้มหรือน้ำมะกรูดคั้นสด 1 ส่วน ผสมกับน้ำ 8 ส่วน ชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้แล้วจึงล้างออกจะไม่เกิดรังแค
ทั้งหมดนี้ควรปฏิบัติเสียเมื่อเริ่มมีอาการใหม่ๆ จะได้ชะลอความบกพร่องของเส้นผมตั้งแต่เริ่มต้น แล้วปผมจะดกดำได้นานกว่าอายุจริง
ความรู้เกี่ยวกับผม รู้ไว้ใช่ว่า หาอาหารมาใส่ผม
รู้หรือไม่ว่า...ผมคนเราจะยาวขึ้นประมาณ
12 มิลลิเมตร หรือครึ่งนิ้วในทุกๆเดือน
รู้หรือไม่ว่า...ผมเส้นหนึ่งจะมีอายุประมาณ 7 ปีก่อนจะ
หลุดหรือร่วงออกจากศีรษะ
รู้หรือไม่ว่า...หากมีใครไม่ตัดผมเลยตลอดชีวิตผมของเขา
จะยาวประมาณ 107 เซนติเมตรหรือ 42 นิ้ว
ทีเดียวก่อนจะหลุดหรือร่วง
รู้หรือไม่ว่า...ผมของผู้หญิงจะยาวไวกว่าผมผู้ชาย
รู้หรือไม่ว่า...ผมจะขึ้นและยาวไวในช่วงหน้าร้อน และตอนที่เราหลับ
รู้หรือไม่ว่า...ผมจะยาวไวมากในระหว่างอายุ 16-24 ปี
รู้หรือไม่ว่า...ผมของผู้หญิงที่อายุระหว่าง 40-50 ปีจะหลุดร่วงไปร้อยละ 20 ของผมที่
งอกใหม่เสมอ
รู้หรือไม่ว่า...ผมจะแห้งมากขึ้นไปตามอายุที่มากขึ้น
ข้อควรระวัง
หากคุณเป็นคนที่รักเส้นผมมากๆ โปรดหลีกเลี่ยง
- การดื่มชาและกาแฟไปเลย เพราะในชาและกาแฟจะมีสารกระตุ้นและสารหลอนประสาท ที่สำคัญเมื่อสารของชาและกาแฟเข้าไปในเส้นเลือดสารเหล่านี้จะไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารอื่นๆเช่น สารจากพืชสมุนไพรอื่นๆ และสารจากเครื่องดื่มที่ไม่มีรสหวานต่างๆ
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะช่วยเพิ่มเลือดในร่างกายและขยายหลอดเลือดได้ แต่มันเป็นปรปักษ์กับแร่ธาตุและวิตามิน ที่ร่างกายต้องการไปบำรุงสุขภาพของเส้นผม ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรควบคุมปริมาณการดื่มให้น้อยที่สุด
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของร่างกาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเสริมสุขภาพและซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายรวมถึงเส้นผมด้วย
- ในยาคุมกำเนิดจะทำให้วิตามินบี และสารสังกะสีในร่างกายหมดลง หากร่างกายและเส้นผมของคุณเกิดความเปลี่ยนแปลง หลุดร่วง ผมหงอกเร็วผิดปกติ หลังการใช้ยาคุมกำเนิดควรเปลี่ยนชนิดยาคุมกำเนิดใหม่ โดยปรึกษาแพทย์
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
- ในสมัยกรีกโบราณพวกเขายึดถือและเคารพพระเจ้าที่มีผมสีบลอนด์ หรือฮีโร่ที่มีผมสีบลอนด์ แต่กับคนที่มีผมสีแดงพวกเขาจะมองอย่างดูถูกเพราะเชื่อว่าคนมีผมสีแดงเป็นคนที่คดโกงไม่น่าเชื่อถือ ไว้ใจไม่ได้ จะถูกเหยียดหยามดูถูก คนผมสีแดงจะถูกมองว่าไม่น่าไว้ใจ เป็นคนขี้โมโห อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย โดยในใบเบิลกล่าวถึง “จูดาส” คริสเตียนทรยศว่ามีผมสีแดง และศิลปินผู้วาดภาพต่างๆเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ก็จะวาดภาพของจูดาสเป็นผมสีแดง
- ผมที่มีสุขภาพที่ดี จะสามารถดึงหรือยืดเส้นผมออกไปได้อีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ก่อนจะขาด
- นักกายกรรมชาวจีนกลุ่มหนึ่งมีชื่อเสียงมากในเรื่องการแสดงโชว์โดยเอาผมตัวเองมัดแล้วแขวนให้ลอยขณะเล่นกายกรรม
- เส้นผมของมนุษย์มีความแข็งแรงกว่าขดลวดทองแดงที่มีขนาดเท่ากัน
- เส้นผมที่มัดรวมกันให้แน่นมีความสามารถที่จะรับน้ำหนักของคนได้จำนวนสูงถึง 99 คน
- ในอดีตคนอินเดียเก่าแก่มีผมที่เส้นหยาบไม่สละสลวย จนกระทั่งมีการผสมผสานกับคนทางตะวันออกกลางและคนตะวันออกที่มีเส้นผมแข็งแรง ต่อมาพวกเขากลายเป็นคนที่มีเส้นผมแข็งแรงสลวยไม่หยาบกระด้างอีกต่อไป
- ผมของคนจีนและคนญี่ปุ่น เป็นเส้นผมที่มีความตรงที่สุด ผมที่หยิกและหนาที่สุดเป็นของคนแอฟริกาเหนือ
สวัสดีครับ ยกศีรษะมาบรรยายกันให้รู้การดูแลสิ่งที่งอกอยู่บนศีรษะนั้นควรจะดูแลอย่างไร เพิ่มความรู้ให้แก่คนทั้งผมดกและไม่ดกทั้งหลายได้ถึงใจจริง ๆ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ