ความคิดบางอย่างที่วนเวียนซ้ำซากจำเจอยู่ในหัว มันจะสร้างสารพิษทำร้ายทั้ง พลังกาย พลังใจ

    10 กค 49 วันอาสาฬหบูชา หลังจากได้พักเสาร์อาทิตย์มาสองวัน   "ทัวร์โชว์ความว่าง" ทัวร์ส่วนตัวของผมก็เริ่มทำงาน ความเป็นจริงก็ไม่ได้ว่างซักเท่าไรหรอกครับยังมีงานคั่งค้างอีกเยอะ แต่คิดว่าไปทำให้สมองว่างซะหน่อยเพื่อรับสิ่งใหม่ๆบ้างน่าจะดีกว่า  รู้มั้ยครับว่า   ความคิดบางอย่างที่วนเวียนซ้ำซากจำเจอยู่ในหัว มันจะสร้างสารพิษทำร้ายทั้ง พลังกาย พลังใจ  หาทางปลดปล่อยมันออกไปให้มากที่สุดนะครับ  หัดปล่อยมันออกไปบ่อยๆ วิธีการที่เหมาะกับแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนใช้วิธีออกไปเที่ยว กินเหล้า ดูหนัง ฟังเพลง บางคนไปเล่นกีฬาให้เหนื่อยๆหนักๆจะได้ลืมๆไป บางคนฝึกนั่งสมาธิกำหนดความไม่เที่ยง ส่วนผมวิธีที่ใช้ประจำคือใช้ ทัวร์โชว์ความว่างนี่แหละครับ วันนี้ทัวร์เค้าพาไปเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก บนเขาลูกนี้มีอะไรต่ออะไรน่าสนใจมากมาย ค่อยๆเล่าพร้อมดูภาพกันไปนะครับ รายละเอียดประวัติความเป็นมาไม่เน้น เพราะไม่ค่อยรู้นั่นเอง เน้นความผ่อนคลายเป็นหลักละกันนะครับ

     ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ จะผ่าน "เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว" ตรงไปอีกนิดจะเห็นป้ายแบบนี้อยู่ขวามือเลี้ยวเข้าไปเลยครับ

    

     จอดรถเสร็จสรรพ มองไปข้างหน้าจะเห็นซุ้มประตูเข้า ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย ขวามือจะเป็น ศาลามีพระพุทธบาทจำลอง ซ้ายมือมีซุ้มประตูเล็กๆเขียนภาษาจีนไว้ ไม่รู้ว่าคืออะไร เราไปทางซ้ายก่อนละกันครับ

   เห็นป้ายข้างในถึงได้รู้ว่าน่าจะเป็นโรงเจส่วนตัว มีอาม่าคนนึงพูดไทยไม่ได้ เชิญชวนให้คนเข้าไปไหว้พระในโรงเจ

     ภายในมีรูปภาพน่าสนใจทั้งที่ติดผนังไว้ และเป็นจิตรกรรมฝาผนัง   

 

     ภาพภายในโรงเจ จุดธูปไหว้พระ ทำบุญหยอดตู้ อาม่าก็เอาน้ำชา ผลไม้ส่งให้กินถุงใหญ่ แกพูดจีนตลอด ได้แต่ยิ้มๆ ถึงหน้าจะตี๋ก็ฟังไม่รู้เรื่องครับ

     ออกจากโรงเจของอาม่ามา เดินลงเนินนิดหน่อย ก็จะเห็นซุ้มประตูกลางทางเข้าศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย เดินตรงเข้าไปกันเลย

     ผ่านซุ้มประตูเข้าไป ด้านซ้ายมือจะพบสวนสวรรค์ครับ เป็นสวนไม้ประดับเล็กๆ มีรูปปั้นเทพเจ้าจีนเต็มไปหมด

     องค์นี้เป็นองค์ประธาน "พระยูไล"

     แล้วก็ต้องมี "เจ้าแม่กวนอิม"

   รูปเทพเจ้าต่างๆ รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เอามาลงให้ดูเป็นตัวอย่างครับ

   จากซุ้มประตูทางเข้า ขวามือ จะเป็นจุดชมวิว ที่เค้าเรียกว่า ดอยสุเทพ 2 มองเห็นท้องทุ่งท้องนา อำเภอวังทองสุดลูกหูลูกตา นี่ผมมองตามสายตาของเจ้าพ่อเห้งเจียเลยนะครับ

     คราวนี้เราจะตรงเข้าศาลเจ้ากัน จะเห็น เจ้าพ่อเห้งเจีย  ยืนต้อนรับอยู่หน้าบันไดทางขึ้นครับ

     บริเวณหน้าศาล จะมีรูปปั้นเทพ 12 นักษัตร พระสังกัจจายน์ เดินขึ้นไปบนระเบียงก่อนเข้าศาล มีรูปปั้น 18 อรหันต์ในอิริยาบถต่างๆ

     บนระเบียงนี้รูปเคารพ ยังมีอีกมากมาย ลงให้ดูเป็นตัวอย่างละกันครับ อันนี้ เจ้าแม่กวนอิมพันมือ

     ภายในศาลเจ้า มีรูปเคารพบูชามากมาย ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นเจ้าพ่อเห้งเจีย แล้วยังมีคนแต่งเป็นเจ้าพ่อ คอยอวยพรให้คนที่มาบูชากราบไหว้ศาลเจ้า ผมจับใจความได้แต่ " เฮง เฮง เฮง " ฟังแล้วรู้สึกดีครับ มีคนมาอวยพรให้ ถึงจะไม่รู้จักกันก็ตาม    

     อันนี้เป็นโต๊ะหมู่บูชา ภายในศาลเจ้าครับ

     วันนี้คนมาไหว้เจ้าเยอะมาก คงจะเพราะเป็นวันพระใหญ่ แล้วก็เป็นวันหยุดยาวด้วย ผู้คนมาจากทุกสารทิศ ผมว่าบางคนมาทำบุญ หยอดตู้ บูชาพระ ถวายเทียนพรรษา โดยตั้งความหวังไว้เล็กๆว่าอาจจะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง(เช่น ขอให้มีโชค ที่มีทุกข์ก็ขอให้ทุกข์หาย ที่ป่วยไข้ก็ขอให้สบาย) บางคนยังไม่ทันทำบุญก็สงสัยซะก่อนแล้วว่าเค้าเอาเงินไปทำอะไรนะ เทพเจ้าที่เห็นอยู่ศักดิ์สิทธิ์จริงรึเปล่า

     ผมก็ทำบุญเหมือนกัน โดยตั้งใจไว้ว่า อย่างน้อยเงินที่ผมบริจาคไป จะได้ช่วยลด ความโลภ ที่มีอยู่ในตัว โดยผมไม่สนใจหรอกครับว่า เงินทองเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน ผมฝึกของผมแบบนี้บ่อยๆ ทำครั้งสองครั้งไม่ได้ผลครับ เพราะแรกๆยังอดเสียดายเงินไม่ได้ แต่หลังๆ ความโลภอยากแต่จะ รวย รวย รวย มันก็น้อยไปจริงๆ ไม่ต้องเชื่อผมหรอกครับ ถ้าอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ต้องลองปฏิบัติดู รับรองกิเลสยังไม่หมดไปจากตัวแน่ แต่ลดไปซะหน่อยผมว่าก็น่าจะดีนะครับ