ผมมักมีโอกาสอ่านงานวิจัยที่รายงานว่า..กลุ่มเป้าหมายมีอายุระหว่าง (สมมติ) 20-30 ปี..มีรายได้ 20,000 บาท) ที่สมบูรณ์แบบด้วยพลังแห่งปริมาณ....
มีวันหนึ่งผมเริ่มถามนักศึกษาสนุกๆว่า...นี่คุณ ถ้าคุณเห็นคนเดินมา...คุณจะรู้ไหมว่า เขามีเงินเดือนเท่าไร...เอางี๊ก็ได้...คุณทำงานกับผมมาตั้งนาน คุณว่า บ้านผมอยู่ที่ไหน...เงินเดือนผมเท่าไร...มองสิ..แล้วบอกให้ได้...
ทายกันไปกันมา แบบขำๆ...นี่ขนาดสนิทกันยังไม่รู้ว่าบ้านอยู่อำเภอเมืองรึเปล่า...เงินเดือนเท่าไรก็ทายไม่ถูก..(ต่อให้ถูก ก็ไม่บอก)...
เอาละหวา แล้วไงล่ะ...ทำข้อมูลมาตั้งเยอะ...แล้วจะเอาข้อมูลนี่ไปทำอะไรได้ไหมเนี่ย..
.....................................................................................
เล่าเรื่องนึงให้ฟังครับ..เมื่อสองสามวันก่อน มีโอกาสคุยแบบสุนทรียสนทนากันผู้ประกอบการรายหนึ่ง เธอเป็นนักศึกษา MBA เป็นเจ้าของร้านเนื้อเกาหลี ที่ร้อยเอ็ด..เธอมีโครงการเปิดร้านเนื้อย่างเกาหลีแถวมหาวิทยาลัยขอนแก่น...เธอทำ IS ศึกษาความเป็นไปได้...เธอทำแบบสอบถามได้ความมาว่า...ผู้สนใจจะมาใช้บริการส่วนใหญ่.เป็นนักศึกษาครับ.. รายได้ระหว่าง 3,000 – 5,000 บาท (จำไม่ได้ ติ๊ต่างเอา) ก็มีกลยุทธ์ว่าจะประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักด้วยป้าย...รถโฆษณา...รักษาคุณภาพอาหาร...ดีครับ..เป็นงานที่แน่นด้วยพลังแห่งสถิติ กอปรกับพลังความตั้งใจ....แต่เอ๊ะ อาจมีโอกาสอะไรซ่อนเร้นอยู่ก็ได้นะ...
.........................................................
ผมเลยถามเธอว่า...ลองนึกถึงลูกค้าดูสิ...นักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาทานเนื้อเกาหลีกันในโอกาสอะไร...ความที่เธอจบที่นี่เลยมีประสบการณ์ เธอบอกว่า .... “…งานวันเกิดค่ะ..ไปเป็นกลุ่ม...”..
ผมเลยเสริมเธอว่า...นี่ไงโอกาส...มีนักศึกษาตั้งสี่หมื่น....ในทุกวันย่อมมีเจ้าของวันเกิด และเพื่อนที่มีโอกาสจะมากินเนื้อเกาหลี...บางรายมาสี่ห้าคน สิบคน..ทุกคนที่มาฉลอง...ก็มีวันเกิดของตนเองอีก...แล้วดูสิ นี่โอกาสเห็นๆ..คุณมีการส่งเสริมการขายในเรื่องนี้ไหน..เปล่าค่ะ..แต่พออาจารย์ถามเลยคิดได้แล้วค่ะ..จะมีแจกเค้กให้ถ้าโทรมาล่วงหน้า...
คำถามที่สอง...แล้วมีการไปทานเนื้อเกาหลีในโอกาสอะไรอีก... “เลี้ยงสายรหัสครับ.” ผมบอก โอโห...นักศึกษาสี่หมื่น..ส่วนใหญ่เรียนสี่ปี ก็ 40,000 หาร สี่ ...มีสายรหัสราวๆอีก 10,000 สาย...โอกาสเห็นๆ...คุณมีโครงการอะไรไหม..มีแผนยัง...ยังค่ะ..แต่เห็นเลย...เดี๋ยวไปคิดมาค่ะ...
ยังมีอะไรอีกไหม...ก็เช่น ...ฉลองสอบไล่ มิดเทอม...ครับ...(...สอบกันทั้ง..40,000 คน และหลายครั้งต่อปี)
ถ้าร้านเขามีโครงการเชิงรุก...รับรอง...สามารถคว้าโอกาสที่เห็นได้แน่นอน...เพราะเท่าที่ดูก็ยังไม่เห็นใครทำโครงการเชิงรุก...
................................................................................................
ทั้งหมดนี้ไม่ปรากฏในแบบสอบถาม......
ถามว่าผมถามด้วยแนวคิดอะไร ก็ขอตอบว่า ผมถามแบบ Appreciative Inquiry ครับ...เน้น What work ซึ่งหมายถึง..ตอนร้านขายได้นั้น ลูกค้าไปใช้บริการในโอกาสอะไรบ้าง....โดยมองจากมุมมอง..ของคนเคยใช้บริการ..
ยากครับ...ถ้าจะมองหากลุ่มเป้าหมายจากเงินเดือน..อาชีพ/การศึกษา...ยากจริงๆ..... ไม่มีใครแขวนป้ายบอกคุณชัดๆครับ..
แต่ถ้ามองจาก Life style หรือวิถีชีวิต..อาจเจอโอกาสที่ซ่อนเร้นอยู่...ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพอย่างคาดไม่ถึง...
นี่เป็นตัวอย่างการใช้ Appreciative Inquiry เพื่อค้นหาโอกาสในทางธุรกิจ..(Opportunity ใน SWOT) นั่นเองครับ...เป็นโอกาสที่สามารถนำไปสร้างโอกาสได้จริงๆ...
กระบวนการถามทั้งหมดนี่ ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีครับ..แต่อาจทำให้คุณมองเห็นอะไรที่..นึกไม่ถึงก็ได้..
คุณล่ะคิดยังไง.



สวัสดีครับ ผมชอบประโยคนี้ครับ"แต่ถ้ามองจาก Life style หรือวิถีชีวิต..อาจเจอโอกาสที่ซ่อนเร้นอยู่...ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพอย่างคาดไม่ถึง..."
ผมได้ความคิดเกิดขึ้นเยอะครับ ขอบคุณที่แบ่งปัน
ตอบคุณธนา ยินดีครับ..หากต้องการให้เขียนอะไรเพิ่มเติมก็บอกได้เลยนะครับ..
สวัสดีครับอาจารย์
มุมมองแบบไม่ต้องยึดติดวิชาการจ๋า เอาแบบ Life style มันก็เข้าถึงได้ดีนะครับ
ใช่เลยครับ อาจารย์ ผมใช้ Life style แกะร่องรอย..ครับ...เห็นชัดกว่า มีหลาย case ครับ เดี่๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟังเรื่อยๆครับ..