นึกถึงเหตุการณ์วันนั้น สรุปว่า เราเป็นสาเหตุให้คนดูเขาตีกันหรือเปล่า....ปลายยกสาม ถูกมันล่อก้านคอเข้าอีก ทั้งๆที่ติดกาด ติดนวม ไม่มีนำหนัก กองเชียร์ที่มีมากกว่าก็ส่งเสียงดังลั่นด้วยอาการชอบใจ ..แต่ก็เป็นเพราะวัยคะนองของผมด้วย ที่เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่ป่า...ชกกับใครไม่รู้ ต่างคนต่างหามวยซุ่มไปชนกัน แบบว่าไม่ต้องชั่งนำหนัก วัดตัว วัดดวงกันไปเลย เดิมพันข้างละ สองหมื่น

ดึกคืนนี้ได้มีเวลามาย้อนถึงอดีต  ถามตัวเองว่าทำไมนึกถึงภาพนี้ .....

"...เมื่อปี ๒๕๒๓  ผมเป็นครูบ้านนอกใน อ.หนองบัว นครสวรรค์  ติดเขตบึงสามพัน เพชรบูรณ์  ขณะที่ มีเทศกาลงานประจำปี  ครูแก้ว  กองขุนจันทร์ และผู้ใหญ่บุญ  แห่งบ้านทรัพย์ตะเคียน  พากันมาขอร้องให้ผมไปชกมวยรายการกุศลเป็นคู่เอก  ในไร่บึงสามพัน  สมัยนั้นเป็นป่าดิบ  ต้นหญ้าคอมมิวนิสสูงท่วมหัว 

จำต้องตอบตกลง  ทั้งๆที่ร่างกายห่างการฝึกซ้อมมาหลายเดือน  แต่ก็เป็นเพราะวัยคะนองของผมด้วย  ที่เกือบเอาชีวิตไปทิ้งที่ป่า

ชกกับใครไม่รู้  ต่างคนต่างหามวยซุ่มไปชนกัน  แบบว่าไม่ต้องชั่งนำหนัก  วัดตัว  วัดดวงกันไปเลย   เดิมพันข้างละ สองหมื่น

ผู้ใหญ่บุญพาคนทั้งไร่  ไปเชียร์    แล้วฝ่ายตรงข้ามก็เป็นคนในหมู่บ่านบึงสามพัน

ยกแรกผ่านไป ดูไม่เท่าไร  ลูกเล่นทุกลูกปล่อยให้เขาทำมา  พอรับได้และโต้ตอบแบบดึงราคาไว้ให้เป็นรองไว้ก่อน

ยกที่สองถูกมันฟาดก้านคอ  แต่ใช้นวมปิดไว้ทัน  ราคาพุ่งพรวด  ประกบวงในเริ่มมองเห็นอาการว่า หละหลวง  ไม่มีเหลี่ยมการยืน  คนดูเฮ ๆๆๆ   ชอบใจที่เห็นผมถูกกระทำ

ยกที่สาม  ผมบอกกับพี่เลี้ยงว่า " จับมาได้เท่าไรแล้ว  เทหน้าตักได้เต็มที่ "  ขณะที่ชกกลางเวที  ก็คอยสังเกตเซียนพนันฝ่ายเราส่งสัญญาน  จนปลายยกสาม ถูกมันล่อก้านคอเข้าอีก  ทั้งๆที่ติดกาด ติดนวม  ไม่มีนำหนัก  กองเชียร์ที่มีมากกว่าก็ส่งเสียงดังลั่นด้วยอาการชอบใจ  ผมไม่ปล่อยให้ทีที่ สอง สาม สี  เกิดขึ้นอีกแล้ว  หลอกให้มันเตาะซ้ายสูงเข้ามา  แล้วโยกตัวหลบ เบิ้ลขวาได้เป็นชุด ๆ หลายจังหวะจนอาการบอกไม่สู้ทันที

ระหว่างพักยกก่อนขึ้นยกที่ สี่  ผมเจอของดีเข้าแล้ว

ทั้งผู้ใหญ่บุญ  และพี่เลี้ยง  เงียบไปพักหนึ่งเมื่อ มีชายคนหนึ่งพร้อมเจ้าหน้าที่มายืนข้างมุมพี่เลี้ยง ถือปืนยาวที่มือขวาไว้ข้างใต้เจตนาให้ผมเห็นปากกระบอกปืน  พร้อมทั้งพูดว่า "กูรู้นะมึงเป็นใคร  ชนะลงมาเจอกัน.."  แล้วมันก็เดินกลับไปยืนดูที่เดิม

เวลานั้น  ผมไม่คิดอะไร  มองทางมวยว่าจะทำอะไรเท่านั้น  พี่เลี้ยงผมเงียบหมดทุกคน...ผู้ใหญ่บุญบอกไม่ต้องห่วงครู...เอาเลย

ยกที่ สี่  ผมไม่ปล่อยแล้ว  ยกนี้เหมือนผมทำเพียงข้างเดียว  ทุกดอกที่มันปล่อยอาวุธมา  ผมโต้จังหวะสองได้หนักๆ  ทุกดอกที่ปล่อยไปพวกเซียนมวยรองที่จับไว้ได้ เฮลั่น

ยกที่ห้า ราคาต่อรองไม่มีเล่นเลย มีเสียงบอกน๊อกเลย ๆ ๆ ..เอาเลย ๆ...มองตามันแล้วไม่อยากทำครับ  ได้แต่แหย่ ๆ เล่นจังหวะ  หลบๆ  หลอกๆ   แต่ก่อนจะหมดยก  ขาข้างซ้ายเกิดมีอาการชาหน้าท้าว  เวลาวางท้าวเหยียบพื้นเวทีรู้สึกชาและปวด  พอดี ระฆังหมดยก

มันเดินลงจากเวทีโดยไม่รอฟังกรรมการตัดสิน

แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด  กรรมการรับใบให้คะแนนแล้วกลับเดินไปเรียกนักมวยฝ่ายนั้นขึ้นมารับการชูมือ

เท่านั้นแหละครับ   ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  คนดูเฮ  วิ่งกันจ้าละหวั่น

ผมถูกอุ้มขึ้นไปอยู่ในรถปิกอัพของพวกในไร่อย่างไม่รูตัว...."

นึกถึงเหตุการณ์วันนั้น สรุปว่า เราเป็นสาเหตุให้คนดูเขาตีกันหรือเปล่า

 

       เมื่อกลับไปพักฟื้นในไร่ทรัพย์ตะเคียน  เห็นนำใจของคนชนบทแล้วต้องกราบขอบคุณคนไร่ทรัพย์ตะเคียนทุกครอบครัว  ผมถูกอุ่มไปรักษาที่โรงพยาบาลและหมอผี  หมอชาวบ้านหลายแห่ง เพราะขาข้างซ้ายเดินไม่ได้  ไม่บวม  แต่มีอาการปวด ร้อนตลอดเวลา  จนคุณพ่อรู้ข่าว  รับมารักษากับหมอถากนวดนำมัน ชื่อปู่สำรวย  บ้านหนองนาง  ต.ระโสม อ.ภาชี จ.อยุธยา และแม่ย่าท่านหนึ่งเป็นหมอจับเส้นแผนโบราณ  ชาวบ้านนายี่  ต.ภาชี  ต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองที่รักษาอยู่เกือบปีทำให้ผมเดินได้เป็นปกติ  ท่านทั้งสองนั้นได้ลาจากลูกๆ หลานๆ ไปแล้ว  วิชาความรู้ภุมิปัญญาพื้นบ้าน หมอถากนำมัน  และหมอจับเส้น ที่เก่ง ๆ เดี๋ยวนี้หาไม่ได้อีกแล้ว

       เพราะเส้นประสาทกลางใจท้าว  จม  ทำให้เลือด ลมเดินไม่สะดวก  จึงเกิดอาการปวดร้อน  ผมเชื่อเพราะคุณแม่ย่า สอนวิธีการดึงเส่น  ให้จึงรู้

       แต่ชาวบ้านบอกว่า  ผมถูกของ  ซึ่งผมไม่เชื่อ