บันทึกการอ่านประจำสัปดาห์ที่ 9
บันทึกการอ่านประจำสัปดาห์ที่ 9 พบกันอีกครั้งแล้วนะคะท่านอาจารย์ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วหยุดไปทำบุญเข้าพรรษาตามประเพณีการเข้าพรรษาของชาวพุทธ หนูได้พบกับรูปแบบการทำบุญหลาย ๆ อย่างที่แตกต่างกันไปตามสมัยหรือไม่ก็เป็นรูปแบบการจัดการแบบพุทธพาณิชย์ การทำบุญของคนมีหลายแบบตามความเชื่อที่ว่าทำแล้วจะได้บุญ ได้ขึ้นสวรรค์ ได้ความร่ำรวย ได้ถึงนิพพาน ได้ความสบายใจ ได้ทำตามที่ทำต่อๆ กันมาว่าทำแบบนี้แล้วจะได้บุญ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็รู้สึกดีใจที่เห็นเยาวชน นักศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นพัน ๆ คนมาทำบุญเข้าพรรษา และทำอย่างตั้งใจ เห็นแล้วชื่นใจว่าศาสนาพุทธจะยังคงอยู่คู่ประเทศไทยของเราต่อไป สัปดาห์นี้มาทำงานที่จังหวัดขอนแก่น ได้กลับมาถิ่นเดิมอีกครั้งได้นำครู จำนวน 50 คน มาเข้าอบรมเทคนิคการสอนภาษาไทยสำหรับครูประถมศึกษากับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มาฟื้นความรู้เทคนิคการสอนการคิดและการสอนเพื่อพัฒนากระบวนการคิด ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2544 ประกอบด้วยความรู้หรือทักษะกระบวนการเรียนรู้การกำหนดาระการเรียนรู้ และคุณลักษณะหรือค่านิยมคุณธรรมของผู้เรียนไว้ เป็น 8 กลุ่ม โดยแบ่งจุดเน้นไว้ดังนี้ 1.การสร้างพื้นฐานการคิด กลยุทธ์ในการแก้ปัญหา ได้แก่กลุ่มวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2. การสร้างเสริมพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ สร้างศักยภาพในการคิดและการทำงาน ได้แก่กลุ่มวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศ ดังนั้น การคิดและการสอนคิดจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาได้คุณภาพสูงแต่กระบวนการสอนให้ผู้เรียนคิดเป็น ยังเป็นเรื่องสร้างความสงสัยแก่ครูอย่างมาก เพราะการคิดมีลักษณะเป็นกระบวนการและยังมีลักษณะการคิดมากมาย เช่น คิดกว้าง คิดลึก คิดไกล คิดรอบคอบ คิดอย่างมีเหตุผล คิดมิดีมิร้าย คิดเล็กคิดน้อย คิดใคร่ครวญไตร่ตรองคิดแปลกใหม่ คิดลอง คิดประณีตละเอียดลออ คิดแก้ปัญหา คิดตัดสินใจ นอกจากนี้แล้วยังมีคำที่เกี่ยวกับการคิดที่เกี่ยวข้องอีกไม่น้อย เช่น การสังเกต การทดสอบ การตั้งคำถาม การสรุป การคาดคะเน การอ้างอิง การขยายความ การแปลความ การตัดสิน การพิสูจน์ การตีความ การประดิษฐ์คิดค้น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ ในการจัดการสอนเพื่อพัฒนาการคิดให้กับผู้เรียนนั้น ครูผู้สอนต้องทำได้ดีก็ต่อเมื่อเข้าถึงและเข้าใจเรื่องของการคิด กระบวนการคิดอย่างถ่องแท้ ซึ่งอาจารย์ทิศนา แขมมณีและคณะได้กล่าวไว้ว่า การที่คนจะคิดได้มากน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นมีทักษะย่อยๆ ที่เป็นพื้นฐานของการคิดอย่างไร จำแนกได้ดังนี้ 1. ทักษะการคิดพื้นฐานที่สำคัญได้แก่ ทักษะการสื่อสาร ได้แก่ การฟัง การจำ การอ่าน การรับรู้ การเก็บความรู้ การดึงความรู้ การใช้ความรู้ การอธิบาย การทำความกระจ่าง การบรรยาย การพูด การเขียน การแสดงออก 2. ทักษะที่เป็นแกนหรือทักษะพื้นฐานทั่วไป ได้แก่ การสังเกต การสำรวจ การตั้งคำถาม การเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดหมวดหมู่ การตีความ การเชื่อมโยง การใช้เหตุผล การระบุ การจำแนก การจัดลำดับ การเปรียบเทียบ การอ้างอิง การแปลความ การขยายความ การสรุปความ 3. ทักษะการคิดขั้นสูง ได้แก่ การนิยาม การผสมผสาน การสร้าง การปรับโครงสร้าง การหาความเชื่อพื้นฐาน การตั้งสมมติฐาน การตั้งสมมติฐาน การกำหนดกฏเกณฑ์ การประยุกต์ การวิเคราะห์ การจัดระบบ การจัดโครงสร้าง การหาแบบแผน การทำนาย การทดสอบสมมติฐาน การพิสูจน์ นอกจากนี้แล้ว คุณสมบัติภายในของมนุษย์ยังเป็นส่วนสำคัญที่เอื้ออำนวยให้เกิดการคิด เป็นคุณสมบัติที่ต้องสั่งสมมานานจนกลายเป็นลักษณะนิสัยของบุคคลไปได้แก่ ความเป็นคนใจก้วางและมีความเป็นธรรม มีความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ ช่างวิเคราะห์และผสมผสาน ขยันต่อสู้และอดทน มั่นใจในตนเอง น่ารัก น่าคบ ลักษณะทั้ง 6 ประการ ของบุคคลดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันและส่งผลเอื้ออำนวยต่อการคิด และความสามารถในการคิดยังมีผลย้อนกลับมาพัฒนานิสัยทั้ง 6 ประการ ให้มีความมั่นคง แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย สรุปง่าย ๆ ว่าการคิดเป็น คิดถูก คิดชอบ เป็นคนนิสัยดี ใจกว้าง เป็นธรรม กระตือรือร้น ขยัน อดทน ต่อสู้ต่อความยากลำบาก สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม น่ารัก น่าคบหา ตัวเราเองต้องฝึกกระบวนการเหล่านี้ให้เป็นนิสัยที่ถาวรและจะได้นำไปสู่การสอนและจัดกระบวนการสอนคิดในห้องเรียนให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้อย่างถาวรโดยผ่านกระบวนการสอนของครูอย่างแยบยล กรบวนการคิดจึงต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน พบกับเรื่องราว สาระความรู้ ธรรมะกับชีวิตได้ใหม่สัปดาห์ต่อไปนะคะ นางสาวพีระพรรณ ทองศูนย์ หลักสูตรและการนิเทศ 53253907
บันทึกการอ่านสัปดาห์ที่ 10
สาว / หนุ่มกันมีจริงหรือ อยากเป็นสาวหนุ่มกันมี ทำได้จริงหรือ น่าค้นหาคำตอบมากค่ะ สัปดาห์นี้เอาเรื่อง เบาๆ สบาย ๆ อยากเล่าให้ฟัง จะได้คลายเครียด หรืออ่านแล้วเครียดกว่าเดิม ก็ไม่รู้สิค่ะ เรามารู้จักฮอร์โมนชนิดหนึ่งเรียกว่า ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่ายิ่งการเจริญเติบโตของกระดูก คือ โกร๊ธฮอร์โมน (GROWTH HORMONE) โกร๊ธฮอร์โมน เป็นตัวกระตุ้นภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกัน หรือที่เรียกว่าภูมิชีวิตเลยที่เดียว โกร๊ธฮอโมนเป็นตัวควบคุมความเจริญเติบโตของร่างกายตั้งแต่เราเกิดมา แต่พอเราเจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 20 – 25 โกร๊ธฮอร์โมนก็จะหลั่งน้อยลง หรือบางคนไม่หลั่งเลย ตอนนี้ร่างกายเราจะเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อม ความแก่ของเราเริ่มตอนนี้เอง บางคนอายุ 50 โกร๊ธฮอร์โมนก็ไม่หลั่ง ก็กลายเป็นคนแก่งอมตั้งแต่อายุ 50 กันเลยที่เดียวเชียวแหละ บางคนจะเป็นด้วยกรรมพันธุ์หรือบุญเก่า อายุ 70 – 80 แล้วโกร๊ธฮอร์โมน ยังหลั่งอยู่ทำให้เป็นหนุ่ม และดูกระชุมกระชวยมีชีวิต ชีวา แก่ก็ดูเหมือนหนุ่ม ในวงการแพทย์เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ ได้พบว่าชนในแถบกลุ่มภูเขาทั้งหลายประเทศที่มีอายุยืนกว่า 100 ปี เช่นชาวเขาในเปรู ชาวเขาในหมู่บ้านวิลคาแบมบาในเอกวาดอร์ ชาวเขาชาวฮันชาแถบหิมาลัย เป็นต้น อายุ 100 ปีขึ้นไปทั้งสิ้นนอกจากนั้นการศึกษาพฤติกรรมของชนเผาต่างๆ เหล่านี้นอกจากจะอายุยืนแล้ว ร่างกายยังแข็งแรงกระชุมกระชวย เป็นหนุ่มเหมืออายุสัก 50 – 60 เท่านั้น นายแพทย์เจ ฮอฟแมนและคณะ ได้ไปสำรวจกลุ่มชนเหล่านี้กล่าวว่า กลุ่มชนเหล่านี้มีความกระชุมกระชวยและชีวิตชีวามากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะมีโกร๊ธฮอร์โมนหลั่งตลอดเวลา การการศึกษาบทบาทของ โกร๊ธฮอร์โมน (GROWTH HORMONE) ยาวิเศษขนานนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและมีปฏิกิริยาต่อร่างกายของเราอย่างไร ผลวิจัยได้แสดงออกมาเป็น ประโยชน์ต่อวงการแพทย์คือ โกร๊ธฮอร์โมน มีบทบาทควบคุมภูมิคุ้มกันหรือภูมิชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น การหลั่งต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติเท่านั้น เมื่อประมาณ 9 ปีมาแล้วมีการทดลองที่น่าสนใจมากที่สุด โดยนายแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์วิสคอนซินมิลวอกี ทดลองใช้โกร๊ธ ฮอร์โมน ฉีดให้แก่ผู้สูงอายุ 60 - 80 ปีกลุ่มหนึ่ง โดยฉีดให้อาทิตย์และ 3 ครั้ง ในเวลา 6 เดือน เกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดที่โลกต้องตะลึงชายแก่เหล่านั้นอายุหนุ่มกว่าเดิม 10 - 20 ปี คือรูปร่างหน้าตาสดใส ผิวหนังเต่งตึงกว่าเดิม รอยเหี่ยวย่นหายไป กล้าเนื้อเพิ่มแข็งแรงกว่าเดิม ไขมันลดลง ตามร่างกายเคยพอกพูนเช่นหน้าท้อง ต้นคอ ใต้คาง ลดลง แต่จากนั้น 2 เดือนโลกตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง ชายแก่เหล่านั้นกลับเป็นชายแก่ที่งอมโทรมยิ่งกว่าแต่ก่อนที่รับการทดลองเสียอีก กล้ามเนื้อที่แข็งแรงละลายหายไป ไขมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ไขข้อเกิดการอักเสบ ปวดและกำมือไม่เข้า มีอาการของโรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูงและที่ตลกที่สุดคือชายแก่เหล่านั้นเกิดอาการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นผู้หญิงมีอาการนมโตเกือบทุกคน
นอกจากนั้นคณะแพทย์หลายสำนักเกิดการตื่นตัวสกัดโกร๊ธฮอร์โมนมาทดลองฉีดกับสุนัข ก็ประสบความล้มเหลว ในอเมริกาพ่อแม่ซึ่งมีลูกอาการเตี้ยผิดปกติ จำนวน 150,000 คนขอทดลองให้ลูกรับโกร๊ธฮอร์โมนบ้าง ผลปรากฏว่า ในปีแรกเด็กเจริญเติมโตอย่างรวดเร็ว แต่ปีต่อไปกลับล้มเหลว เด็กที่โตขึ้นอย่างรวดเร็วกลับเป็นผลร้าย คือเมื่อเด็กโตถึงจุดสูงสุด แต่กระดูกได้โตเร็วไปล่วงหน้าก่อนแล้ว ถึงเวลานั้นเด็กกลับเดี้ยกว่าปกติด้วยซ้ำ เด็กบางคนกระดูกผิดปกติสะโพกหลุดจากเป้า พิการตลอดชีวิต สรุป โกร๊ธฮอร์โมนมีประโยชน์ต่อมนุษย์มหาศาล แต่การใช้โกร๊ธฮอร์โมนผิดธรรมชาตินั้นมีโทษอย่างมหันต์ คณะแพทย์ทางชีววิทยายังต้องวิจัยทดลองกันต่อไป ปัจจุบัน มีวิธีเดียวทำให้โกร๊ธฮอร์โมนหลั่งรักษาความเป็นหนุ่มเป็นสาว สุขภาพแข็งแรงอายุยืนเกิน 100 ปี คือวิธีธรรมชาติ
สรุป คือ การหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน กระตุ้นความเป็นหนุ่มสาว โดยวิธีผิดธรรมชาติมีประโยชน์ทางชีววิทยาต่อมนุษย์มากมายแต่มีโทษอย่างมหันต์ เราจึงมีทางเลือกกระตุ้นให้ โกร๊ธฮอร์โมนหลั่งตลอดเวลา และมีอายุยืนเกิน 100 ปี อย่างมีสุขภาพดี โดยวิธีธรรมชาติคือ ต้องปฏิบัติการเรื่องการกินการนอน และการออกกำลังกายถูกต้องและเคร่งครัด เรื่องนี้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ค้นพบมาแล้ว ดังปรากฏศึกษาได้พระไตรปิฎก การนอนที่ถูกต้องกล่าวโดยย่อ คือการนอนรวมเอาวิธีคลายเครียด คลายเกร็งให้ร่างกาย (RELAXATION) การนอนจะต้องรวมเรื่องการทำสมาธิ จึงจะเป็นการกระตุ้นการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมนที่ถูกต้อง เรื่องการกินเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องปฏิบัติอ่างเคร่งครัดโดยกินอาหารตามสูตรชีวจิต ของอาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ในบางกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นโกร๊ธฮอร์โมนเป็นการด่วน อย่างเช่นนักกีฬาจะต้องแข่งขันเอาชนะนั้น อาหารโปรตีนจะช่วยกระตุ้นโกร๊ธฮอร์โมนออกมาเป็นพิเศษได้
ต่อไปจะกล่าถึงเรื่องสำคัญที่สุดของการหลั่งโกร๊ธฮอร์โมน คือ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบวกกับการบริหารกดจุด และการทำสมาธิไปพร้อมกัน การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายใจ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอายุยืน ซึ่งต่างกันกับการออกกำลังกายเพื่อเอาชนะของนักกีฬา ซึ่งตายไปแล้วหลายคน ทั้งที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว การออกกำลังกายเพื่อสุขภาแบ่งออกได้ 2 ภาค ภาคหนึ่งคือการออกกำลังกายอีกภาคหนึ่งคือการบริหาร การออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องให้ได้ PEAK หมายถึงการออกแรงถึงจุดสูงสุด จนเงื่อแตกพลั่กๆ หัวใจเต้นแรง จับชีพจรได้ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป จนถึง 120 ครั้งต่อนาที จุดสูงสุนี้เราเรียกว่า PEAK โกร๊ธฮอร์โมนจะหลั่งออกมา จึงเท่ากับได้ยาวิเศษประจำตัวของเราออกมาโดยไม่ต้องเสียเงินเสียทอง การเล่นกีฬา คุณสามารถเลือกเล่นกีฬาที่คุณชอบได้ เช่น เทนนิส แบตมินตัน กอล์ฟ แอร์ดรบิค รำมวยจีน ฝึกโยคะ รำดาบรำตะบอง เป็นต้น การบริหารร่างกายเราต้องกดจุดรวมกันไปด้วย การกดจุนี้เป็นการกระตุ้นต่อมต่างๆ ทำงานดีขึ้น และจะต้องใช้สติควบคุมช่วยกำกับไปพร้อมกันด้วย ทำให้ถูกวิธีและครบตามเป้าหมาย ปัจจุบันการรำตะบองเป็นที่นิยมกันมากเพราะเป็นวิธีการบำบัดที่สำคัญในการจัดกรกระดูกสันหลังให้เข้าที่ มีการหมุนตัว ดัดกระดูกสันหลัง เหวี่ยงแขน เหวี่ยงขา ดึงและยึดกล้ามเนื้อโดยใช้กระบองเป็นตัวนำ ทำท่าละประมาณ 20 ครั้ง (มาตรฐานชีวจิต 50 ครั้ง) ข้อสำคัญ จะต้องบริหารและกดจุด พร้อมด้วยสมาธิ และเมื่อเลิกออกกำลังกาย ให้เพื่อนหัดนวด ช่วยกันดึงดัด จนหายเมื่อยขบ สบายเนื้อ สบายตัว รู้สึกกลายเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาทันที่
อนิจจา สังขารไม่เที่ยง เราจะหนี้พ้นความเกิดแก่เจ็บได้ ของวัฏสงสารของชีวิตรได้หรือไม่ ไม่ต้องรอขันสวรรค์ตอนตาย หากรู้จักสมาธิและพระพุทธเจ้าเสียตอนนี้ พบกันฉบับหน้านะค่ะ BYE -