แบบฝึกหัด

 


มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
ใบงานรายวิชา
1036703 วิชาการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี 

ชื่อ     นางสาว  ญานิศา  ภูมิศาสตร์                                                 รหัส 52536569

**********************************************************************************

สัปดาห์ที่ 1 แนวคิดนวัตกรรมการศึกษา และเทคโนโลยี

(1) อธิบายความหมาย   ความสำคัญ  ของเทคโนโลยีการศึกษา และนวัตกรรมการศึกษา

เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือความรู้อื่น ๆ ที่เป็นระบบเข้ากับงานการศึกษา  เพื่อประสิทธิภาพของงาน

ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษาสรุปได้ดังนี้
                   1. ทำให้การเรียนการสอน มีความหมายมากขึ้น  ผู้เรียนสามารถเรียนได้กว้างขวาง เรียนได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้สอนมีเวลาให้ผู้เรียนมากขึ้น
                   2. ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความสามารถของผู้เรียน                 

                   3. ทำให้การจัดการศึกษาเป็นระบบและเป็นขั้นตอน
                   4. ช่วยให้การศึกษามีพลังมากขึ้น การนำเทคโนโลยีด้านสื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะทำให้การศึกษามีพลัง
                   5. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง และได้พบกับสภาพความจริงในชีวิตมากที่สุด
                    6. เปิดโอกาสทางการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ  การศึกษานอกระบบ  และการศึกษาตามอัธยาศัย

                นวัตกรรม    หมายถึง  ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำ นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย

นวัตกรรมมีความสำคัญต่อการศึกษา  นวัตกรรมช่วยให้การศึกษามีและการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดแรงจูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษา และประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย เช่น การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer  Aids Instruction) เป็นต้น

 

2.  อธิบายหลักการและเป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา

หลักการและเป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา

                1. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของมนุษย์ คือ  มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้อย่างหลากหลากตามศักยภาพละความสนใจ  โดยได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชน

                2.  เพื่อขยายแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้  กล่าวคือ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ มิได้หมายถึงแต่เพียงตำรา ครู และอุปกรณ์การสอน ที่โรงเรียนมีอยู่เท่านั้น แนวคิดทางเทคโนโลยีทางการศึกษา ต้องการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนจากแหล่งความรู้ที่กว้างขวางออกไปอีก แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ครอบคลุมถึงเรื่องต่างๆ

 

3. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมกับเทคโนโลยีการศึกษา

นวัตกรรม คือ การนำเอาความคิดใหม่ ความรู้ใหม่ การกระทำสิ่งใหม่ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาการจัดการศึกษา นำมาใช้ในการจัดการ เรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนเทคโนโลยี คือผลสืบเนื่องจากจากนำเอาความคิดใหม่   ความรู้ใหม่  วิธีการและเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ประยุกต์เข้ากับความรู้และวิธีการทางวิทยาศาสตร์นำมาใช้นำมาปฏิบัติในการจัดการศึกษาอย่างมีระบบการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ จะช่วยให้การจัดการศึกษามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาอย่างเหมาะสมขึ้นมีประสิทธิภาพดีขึ้น ได้ผลผลิตสูงขึ้น

 

4.  คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเทคโนโลยีเพื่อศึกษา คือ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการเรียนการสอน

ท่านเห็นด้วยหรือไม่  เพราะเหตุใด จงอธิบายความหมายที่แท้จริงของเทคโนโลยี และเทคโนโลยีการศึกษา       

เทคโนโลยี   หมายถึง  การนำความรู้จากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาสู่การประยุกต์ใช้ในรูปแบบของอุปกรณ์  เครื่องมือ  แนวคิด  เทคนิควิธีการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

เทคโนโลยีทางการศึกษา  หมายถึง การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือความรู้อื่น ๆ ที่เป็นระบบเข้ากับงานการศึกษา  เพื่อประสิทธิภาพของงาน

จากคำกล่าวที่ว่าเทคโนโลยีเพื่อศึกษา คือ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการเรียนการสอน  ข้าพเจ้าเห็นด้วยเพียงบางส่วน  เพราะว่าเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาต้องเป็นได้มากกว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเรียนการสอน ทั้งนี้เพราะการจัดการนวัตกรรม คือ ศาสตร์ของการต่อยอดและขยายผลการจัดการเทคโนโลยี ให้ครบวงจร โดยการรวมศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ การออกแบบและการตลาด ทฤษฏีทางธุรกิจ และ เศรษฐกิจ เป็นต้น เพื่อให้ได้มาซึ่ง การรักษาศักยภาพในการแข่งขันและสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ ความรู้ แนวปฏิบัติ และกระบวนการใหม่ให้ดีขึ้น เมื่อการจัดการนวัตกรรมเป็นศาสตร์ที่นำมาซึ่งศักยภาพในการแข่งขันที่ยั่งยืนแล้ว สิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้แก่ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างองค์ความรู้ เช่น มีความเป็นสหวิทยาการ (Multidisciplinary) มากกว่าการสร้างองค์ความรู้แบบเฉพาะสาขาอย่างในรูปแบบเดิม เป็นต้น และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการองค์กร เช่น การเน้นให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มากกว่าเป็นองค์กรที่เน้นในกฎระเบียบ เป็นต้น

 

5. จงระบุขอบข่ายงานของเทคโนโลยีการศึกษาว่าครอบคลุมด้านใดบ้าง  โดยอ้างอิงที่มาที่น่าเชื่อถือ

                 จากแนวคิดของสมาคมสื่อสารและเทคโนโลยีการศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา (Association for Educational Communications and Technology: AECT, 1994) ได้แบ่งขอบข่ายเทคโนโลยีการศึกษาตาม Seels and Richey ได้ศึกษาไว้ ประกอบด้วย 5 ขอบข่าย ดังนี้

  1. การออกแบบ (design)  ประกอบด้วยการออกแบบระบบการสอน, ออกแบบสาร,กลยุทธ์-

การสอนและ ลักษณะผู้เรียน

2. การพัฒนา (development) เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนการออกแบบโดยเทคโนโลยีสิ่งพิมพ์ , เทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์ ,เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ,เทคโนโลยีบูรณาการ

              3.  การใช้ (utilization) เป็นการใช้กระบวนการ และแหล่งทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน

ประกอบด้วย   การใช้สื่อ , การแพร่กระจายนวัตกรรม ,วิธีการนำไปใช้ และการจัดการ ,นโยบาย หลักการและกฎระเบียบข้อบังคับ

          

 4.  การจัดการ (management) เป็นการควบคุมกระบวนการทางเทคโนโลยีการศึกษา ตลอดจน

การวางแผน การจัดการ การประสานงาน และการให้คำแนะนำ  ประกอบด้วยการจัดการโครงการ,

การจัดการแหล่งทรัพยากร ,การจัดการระบบส่งถ่าย ,การจัดการสารสนเทศ (information management)

5. การประเมิน (evaluation) กระบวนการหาข้อมูลเพื่อกำหนดความเหมาะสมของการเรียน

การสอน ประกอบด้วย   การวิเคราะห์ปัญหา ,เกณฑ์การประเมิน ,การประเมินความก้าวหน้า ,การประเมินผลสรุป

 

ที่มา : สมาคมสื่อสารและเทคโนโลยีการศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา (Association for Educational Communications and Technology: AECT, 1994)

ขอบข่ายของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา
                นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา ได้พัฒนามาจนถึงยุคสังคมข่าวสารในปัจจุบัน ทำให้เกิดขอบข่ายภาระและหน้าที่ของบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกชื่อว่า นักโสตทัศนศึกษา นักเทคโนโลยีการศึกษา นักนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา หรือ นักเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มีขอบข่ายครอบคลุม ๗ ด้าน ได้แก่ (๑) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดและออกแบบระบบ  (๒) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านวิธีการทางการศึกษา (๓) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้นพฤติกรรมการศึกษา 

(๔) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสารสนเทศและสื่อการศึกษา (๕) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดการศึกษา  (๖) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการจัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษา  (๗) นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการประเมินทางการศึกษา

 

ที่มา:รองศาสตราจารย์ ดร.นิคม  ทองแดง .นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา .สารานุกรมวิชาชีพครู
เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ พรรษา หน้า ๑๙๙–๒๐๗

 

6. นวัตกรรมเกิดขึ้นเพื่ออะไร

นวัตกรรมการเรียนรู้เกิดขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือ กระบวนทัศน์ที่มีอยู่เดิมเกี่ยวกับการเรียนรู้เสียใหม่ คือ การศึกษาเป็นการเรียนรู้ที่นำมาใช้พัฒนางาน พัฒนาชีวิต และพัฒนาสังคมประเทศชาติ ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เอง  โดยครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะ   ทำให้การจัดกระบวนการเรียนการสอนมีความสมบูรณ์  ซึ้งจงส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการนำนวัตกรรมการเรียนรู้ไปพัฒนาการศึกษาให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไปโดยการเกิดนวัตกรรมมีเป้าหมาย  คือ  1. เพื่อแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น   2. เพื่อทำให้การเรียนรู้บรรลุเป้าหมายทางการศึกษาที่วางไว้  3. เพื่อให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น

7. จงยกตัวอย่างนวัตกรรมการศึกษาที่ท่านรู้จักดีมาสัก 2 อย่าง

                นวัตกรรมการศึกษาที่ข้าพเจ้ารู้จัก และมีการนำมาใช้ในระบบการศึกษาในสถานศึกษา คือ
(1) คอมพิวเตอร์ช่วยสอน ( CAI )  (2) การสอนแบบโปรแกรม

 

8. ท่านรู้จักองค์การใดบ้างที่ใช้ระบบสารสนเทศ  และท่านเชื่อในระบบสารสนเทศใดจงให้เหตุผล

                        องค์การที่ใช้ระบบสารสนเทศที่ข้าพเจ้ารู้จัก และมีความเชื่อถือ คือองค์การสถานศึกษา

 เพราะองค์การนี้มีการใช้ระบบสารสนเทศที่เป็นระบบ  มีการจัดเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลของนักเรียน และมีการประมวลผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ช่วยให้บุคลากรทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เพราะระบบสารสนเทศ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนาก้าวหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เพราะนวัตกรรมเป็นเรื่องของการคิดค้นหรือการกระทำใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ส่วนเทคโนโลยีเป็นการนำเอาสิ่งต่างๆ รวมทั้งวิธีการเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงานหรือแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สถานศึกษาจึงมีการส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิต การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งมีการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลเพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่า เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน

 

9.ข้อมูล  สารสนเทศ และระบบ  คืออะไร

ข้อมูล (data) คือ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ ข่าวสาร ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง   
              สารสนเทศ (Information) คือ ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการเก็บรวบรวม เรียบเรียง หรือวิเคราะห์

จนกลายเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้

ระบบ (System)  คือ เป็นกลุ่มขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำงานร่วมกัน เพื่อจุดประสงค์ในสิ่งเดียวกัน

 

10.ระบบสารสนเทศคืออะไร   สำคัญอย่างไร

               ระบบสารสนเทศ คือ กลุ่มของระบบงานที่ทำหน้าที่รวบรวม  ประมวลผล จัดเก็บ และแจกจ่ายข้อมูลข่าวสารเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการควบคุมภายในองค์กร  นอกจากนี้ยังช่วยบุคลากรในองค์กรนั้นในการประสานงาน  การวิเคราะห์ปัญหา  การสร้างแบบจำลองวัตถุที่มีความซับซ้อน และการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  ระบบสารสนเทศมีความสำคัญคือ  1. ต่อการบริหารการลงทุน 2. พื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ  3. เพื่อเพิ่มผลผลิต 4. เกิดโอกาสได้เปรียบคู่แข่ง

 

 

11.ทำไมจึงต้องจัดสารสนเทศในองค์การ

                เหตุผลในการจัดสรรสารสนเทศในองค์การเพราะข้อมูลต่าง ๆในองค์การมีจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่สำคัญที่ต้องมีการจัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบ   เพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงาน และเป็นการเผยแพร่ให้กับผู้ที่ต้องการนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในด้านต่าง ๆ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้นั้นมีความถูกต้องแม่นยำ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์การด้วย

 

12. จงอธิบายลักษณะสำคัญของระบบสารสนเทศ   ระบบสารสนทศที่ดีควรมีลักษณะที่สำคัญ คือ
            1. เป็นการบริหารการลงทุน

           2. เป็นพื้นฐานการดำเนินการดำเนินการธุรกิจ
           3. เพื่อเพิ่มผลผลิต
           4. เกิดโอกาสได้เปรียบคู่แข่ง        

 

13. ระบุเป้าหมายและองค์ประกอบของระบบสารสนเทศในระดับต่าง ๆ

องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ    

                เป้าหมายของระบบสารสนเทศ คือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริหารทำงานได้ดีขึ้น  โดยระบบสารสนเทศ ของผู้บริหารมี 3  ระดับ คือ 1) ระดับปฏิบัติการ ดูแลการปฏิบัติงานประจำวันให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหา  2) ระดับกลาง   กำหนดนโยบายระยะสั้น และตัดสินใจในการแก้ปัญหาให้สำเร็จในระยะสั้น  3) ระดับสูง  กำหนดนโยบายระยะยาว และทิศทางธุรกิจขององค์การรวมถึงการตัดสินใจในการแก้ปัญหาในระยะยาว