สรุปบทความภาวะผู้นำ

นายวีระศักดิ์   ศุภษร

เสนอ  ดร.ดิศกุล   เกษมสวัสดิ์

 

1.  การพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำในตัวคุณให้แข็งแกร่ง

โดย  อาจารย์ปกรณ์   วงศ์รัตนพิบูลย์

16  เมษายน  2552

               

                คุณสมบัติความเป็นผู้นำที่เด่นๆ  เพื่อเป็นมุมมองสำหรับการพัฒนาตนเอง

  1. การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
  2. ความเชื่อมั่นในตนเอง  ต้องเชื่อว่าเราทำได้
  3. ความมุ่งมั่น  ทุ่มเท  ในแผนงานอย่างต่อเนื่อง
  4. การสื่อสารความเข้าใจกับผู้อื่น  จะต้องใช้ภาษาและข้อความที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  5. รับฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ  เมื่อผู้นำรับฟังผู้อื่นมากขึ้นผู้อื่นก็จะรับฟังผู้นำอย่างเต็มใจ
  6. การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยม
  7. ความมีใจรักในงานที่ทำ  ผู้นำที่มีความรักในงานที่ทำอย่างลุ่มหลงก็จะทำงานนั้นอย่างเต็มที่ไม่ย่อท้อแม้จะเจออุปสรรคต่างๆมากมายก็จะทำให้ผู้ตามมองเห็นและอยากจะร่วมงานมากขึ้น 
  8. การรู้จักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  ไม่ถอยหนีปัญหาแม้จะยุ่งยากแค่ไหนก็ตามจะต้องออกมายืนอยู่แถวหน้าเมื่อเจออุปสรรค
  9. ความเป็นผู้รับผิดชอบอย่างแท้จริง  ผู้นำจะต้องรับทั้งผิดและชอบในผลงานไม่ว่าผลงานจะเป็นเช่นไร

ประโยชน์และข้อคิดที่จะนำไปใช้

ผู้นำที่ดีเมื่อเจออุปสรรคจะต้องออกมายืนอยู่แถวหน้า  ผลลัพธ์ออกมาจะต้องรับทั้งผิดและชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.  ผู้นำโรงเรียนกับการกำหนดทิศทาง

รองศาสตราจารย์สุเทพ   พงศ์ศรีวัฒน์

 

                การกำหนดทิศทางของโรงเรียน  ควรครอบคลุมภารกิจ  3  ด้านอย่างชัดเจนได้แก่

  1. 1.       การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของโรงเรียน

1.1    ช่วยให้เพื่อนร่วมงานเข้าใจและตระหนักถึงวัตถุประสงค์รวมของโรงเรียน

1.2    ริเริ่มให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในคณะครูให้ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์ของโรงเรียน

1.3    สนับสนุนให้การยอมรับต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าวอย่างจริงใจและไม่ใช้วิธีบังคนอื่นมิให้แสดงทัศนะขอตน

1.4    ทำให้วิสัยทัศน์เกิดความน่าสนใจ  น่าท้าทายแก่คณะครู  อาจารย์  พร้อมทั้งเสนอให้เห็นว่าวิสัยทัศน์ดังกล่าวมีโอกาสสำเร็จสูงถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันและยอมเปลี่ยนวิธีทำงานใหม่

1.5    ทำให้วิสัยทัศน์เป็นรูปธรรมในลักษณะกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติทั้งด้านการเรียนการสอน   และงานสนับสนุนต่างๆได้ชัดเจน

1.6    สร้างความเข้าใจแก่คณะครู  อาจารย์ให้สามารถมองเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างบริบทภายนอกที่กำลังเปลี่ยนแปลงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน

1.7    พันธกิจของโรงเรียนจะต้องสอดคล้องกับค่านิยมที่เป็นพันธกิจของสังคม

1.8    ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องใช้ประโยชน์ในทุกโอกาสที่มีเพื่อสื่อสารความหมายในเรื่องวิสัยทัศน์ของโรงเรียนให้คณะครู  นักเรียน  ผู้ปกครองและสมาชิกของชุมชนได้ทราบอย่างสม่ำเสมอ

  1. 2.       การกำหนดเป้าหมายของโรงเรียน

2.1    ให้แนวทางและกระบวนการในการจัดทำเป้าหมายของโรงเรียนแก่คณะครูรวมทั้งการวิเคราะห์ทบทวนเป้าหมายโรงเรียน  ด้วยวิธีเน้นกระบวนการแก้ปัญหา  การวิเคราะห์สภาพบริบทของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ

2.2    ตรวจสอบความก้าวหน้าของเป้าหมาย

2.3    ปรับให้เป้าหมายของกลุ่มครูอาจารย์หรือรายบุคลไม่ให้ขัดแย้งกับเป้าหมายโรงเรียน

2.4    สร้างมติร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมายของโรงเรียนและเป้าหมายกลุ่มโดยจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่บรรลุเป้าหมายไว้ชัดเจน

2.5    เมื่อต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและกระทบการเปลี่ยนแปลงขึ้น  จะต้องยึดเอาเป้าหมายเกณฑ์เพื่อการตัดสินใจนั้น

2.6    กระตุ้นคณะครูในฐานะผู้มีส่วนในการกำหนดเป้าหมายโรงเรียน  ให้ตรวจสอบทบทวนตนเองว่ามีความงอกงามด้านวิชีพขึ้นเพียงไรเมื่อต้องปฏิบัติสู่เป้าหมายนั้น

2.7    แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงแนวทางในการพัฒนาให้เกิดความงอกงามด้านวิชาชีพครู

2.8    ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาด้านวิชาชีพของครู       อย่างจริงจังเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับเป้าหมายของโรงเรียน

  1. 3.       การกำหนดความคาดหวังต่อผลงานไว้สูง

3.1    คาดหวังให้ครูเป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ทำงานหนักขึ้นและมีความเป็นมืออาชีพ

3.2    ทุกคนต้องเอาใจใส่และทุ่มเทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน

3.3    สร้างวัฒนธรรมคุณภาพที่มุ่งความเป็นเลิศของผลผลิตและบริการที่มีคุณภาพของโรงเรียน

3.4    ปฏิเสธที่จะยอมผลงานใดๆที่เป็นระดับชั้นสอง

3.5    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียนสูงขึ้น

3.6    แสดงทัศนะของตนต่อสาธารณชนได้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่ดีและถูกต้อง

3.7    แสดงถึงการให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของเรื่องความยุติธรรม  ประชาธิปไตย  ชุมชน               

ความเป็นเลิศและความเสมอภาคเป็นต้น

 

ประโยชน์และข้อคิดที่จะนำไปใช้

ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริมให้ครูเป็นครูมืออาชีพและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3.  ภาวะผู้นำกับการสร้างทีมงาน

รองศาสตราจารย์สุเทพ   พงศ์ศรีวัฒน์

พ.ศ.2545

               

แบบของผู้นำที่มีผลต่อการสร้างทีมงาน  สามารถจำแนกได้ดังนี้

  1. 1.       ผู้นำแบบอำนาจเด็ดขาด

พฤติกรรมผู้นำ  บังคับข่มขู่  กดดัน  ลงโทษ  ตัดสินใจแบบเผด็จการ  ยึดกฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

ปฏิกริยาทีมงาน  ยอมตาม  ทำเลียนแบบ  หวาดกลัวและระแวงสงสัย

ผลที่เกิดขึ้น  ทีมงานแบบเก็บกดและต้องการผู้นำควบคุมตลอดไป

 

       2.    ผู้นำแบบไร้อำนาจ

พฤติกรรมผู้นำ  เอาแน่นอนไม่ได้ใช้วิธีการลงโทษ  มีความรู้สึกห่างไกลกับลูกน้อง

ปฏิกริยาทีมงาน  ไร้ทิศทาง  แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น

              ผลที่เกิดขึ้น  ทีมงานห่างเหิน  โดยทั้งผู้นำและทีมงานต่างยื้อแย่งการควบคุม

 

       3.    ผู้นำแบบสร้างอำนาจ

พฤติกรรมผู้นำ  แนะแนวทาง  ให้กำลังใจ  กระจายอำนาจ  ช่วยเสริมแรง  สร้างวัฒนธรรม

ปฏิกริยาทีมงาน  เรียนรู้พัฒนาทักษะ

              ผลที่เกิดขึ้น  ทีมงานบริหารจัดการตนเอง  โดยทีมงานสามารถควบคุมกันเองในเรื่องวิธีการและเป้าหมายการทำงาน

 

      4.    ผู้นำแบบมอบอำนาจเบ็ดเสร็จ

พฤติกรรมผู้นำ  ทำตัวเป็นต้นแบบ  ขยายขอบเขตงานและความสัมพันธ์  คอยให้ความช่วยเหลือ 

ปฏิกริยาทีมงาน  สามารถนำตนเอง  มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ

              ผลที่เกิดขึ้น  ทีมงานนำตนเอง  ทีมงานสามารถกำหนดงานและวิธีการทำงานของตนเองได้

 

ประโยชน์และข้อคิดที่จะนำไปใช้

ผู้นำเป็นผู้อำนวยความสะดวกและเป็นต้นแบบของการประพฤติปฏิบัติที่ดีแก่ผู้ตาม  เป็นแหล่งภูมิปัญญาของทีมและช่วยเหลือประสานงานภายในทีมระหว่างทีมกับบุคคลทั่วไปเพื่อให้การทำงานของทีมดีขึ้น