เราเคยคุยกันเรื่องการสวนหัวใจกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ถึงกรรมวิธีที่หมอเขาตรวจหาโรคหัวใจโดยการสวนหัวใจ ว่าเขาทำกันอย่างไร และสามารถตรวจหรือได้อะไรจากการสวนหัวใจบ้าง คราวนี้เราจะมาคุยกันถึงการเตรียมตัวเพื่อรับการตรวจโดยการสวนหัวใจกันบ้าง
ก่อนอื่นเมื่อแพทย์บอกกับท่านว่าท่านจะต้องได้รับการสวนหัวใจ ท่านต้องเล่าประวัติการใช้ยาประจำของท่านให้แพทย์ทราบด้วย โดยเฉพาะ หากท่านใช้ยาลดการแข็งตัวของลิ่มเลือด เช่น ยาคูมาดิน, ออร์ฟาริน, แอสไพริน หรือยาจำพวกเดียวกันนี้ขนานอื่นๆ เพราะอาจจะต้องมีระยะเวลาเตรียมตัวก่อนการเข้ารับการสวนหัวใจ
นอกจากนั้นหากท่านมีประวัติโรคภูมิแพ้ หรือแพ้สารบางอย่าง เช่น ยา หรืออาหารทะเล ท่านก็ต้องแจ้งให้แพทย์ที่รักษาท่านทราบเช่นกัน เมื่อแพทย์นัดวันให้ท่านมารับการตรวจโดยการสวนหัวใจ แพทย์ผู้นัดจะบอกท่านว่าจะต้องเตรียมตัวมาอยู่โรงพยาบาลกี่วัน และมีการปฏิบัติตัวพิเศษอย่างไร สิ่งที่ท่านควรนำติดตัวมาด้วยคือของใช้ส่วนตัว และยาประจำที่ใช้อยู่ และในเช้าของวันที่แพทย์นัดท่านมาโรงพยาบาล ท่านควรงดอาหารเช้าทุกชนิดก่อนมาโรงพยาบาล
เมื่อท่านมาถึงโรงพยาบาลก่อนจะไปห้องสวนหัวใจ ท่านจะต้องเปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อโรงพยาบาล โดยไม่ใส่เสื้อและกางเกงชั้นใน และไม่ควรมีของมีค่าหรือเครื่องประดับติดตัว
พยาบาลจะให้ท่านกรอกข้อความ หรือถามข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับระเบียนประวัติผู่ป่วยหรือการพยาบาลให้ท่านหรือญาติเซ็นชื่อในใบยินยอมให้แพทย์ทำการสวนหัวใจ หลังจากนั้นจะชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง จับชีพจร วัดความดันโลหิต ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการสวนหัวใจ (ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณขาหนีบ หรือข้อมือ)
ที่ห้องสวนหัวใจ เมื่อพยาบาลห้องสวนหัวใจตรวจสอบเอกสารต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็จะนำท่านเข้าห้องสวนหัวใจและนอนบนเตียงเอกซเรย์พิเศษ ติดแผ่นนำสัญญาณคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่แขนและขา ในขณะแพทย์ทำการสวนหัวใจท่านจะต้องนอนราบนิ่งๆ และยกแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
พยาบาลจะใช้น้ำยาทำความสะอาดบริเวณที่จะสอดสายสวนหัวใจเข้าไป อาจจะเป็นที่บริเวณขาหนีบ หรือที่แขน หรือบริเวณข้อมือ แล้วแต่ความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป ปูผ้าปลอดเชื้อหลังจากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ต่อจากนั้นแพทย์จะสอดสายสวนหัวใจเข้าไปทางหลอดเลือดแดงจนถึงหัวใจ ระหว่างนี้แพทย์จะดูจอที่เครื่องเอ็กซเรย์ไปด้วยตลอดเวลา เพื่อให้รู้ว่าขณะนี้สายสวนหัวใจเข้าถึงหัวใจหรือยัง
ขณะที่สายสวนหัวใจเข้าไปในหัวใจ ท่านอาจจะรู้สึกใจสั่นเล็กน้อย และเมื่อฉีด “สี” หรือสารทึบรังสีท่านจะรู้สึกร้อนๆบ้างเป็นเวลาประมาณ 2-3 วินาที ระหว่างการฉีดสีแพทย์จะถ่ายภาพหัวใจของท่านในมุมต่างๆ เก็บไว้ โดยเครื่องเอกซเรย์ แพทย์อาจขอให้ท่านหายใจเข้าลึกๆ หรือกลั้นหายใจในบางขณะ เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจน ท่านตองให้ความร่วมมือเพื่อผลการตรวจที่ชัดเจน
ในระหว่างที่สวนหัวใจและฉีดสี นอกจากขณะฉีดยาชาแล้วท่านไม่ควรจะรู้สึกเจ็บอีก แต่ในระหว่างทำการสวนหัวใจถ้าท่านรู้สึกไม่สบายหรือสึกเจ็บ โดยเฉพาะเจ็บหน้าอกท่านควรจะบอกแพทย์หรือพยาบาลทันที
เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจ แพทย์จะถอดท่อนำสายสวนหัวใจออก และพยาบาลจะย้ายท่านมานอนบนรถนอนเพื่อนำท่านออกจากห้องสวนหัวใจ แพทย์หรือพยาบาลจะกดที่บริเวณแผลที่สอดสายสวนหัสใจเป็นเวลาอย่างน้อย 10-15 นาที หรือนานกว่านั้นจนกว่าเลือดจะหยุด ในกรณีทำที่ข้อมือจะมีเครื่องมือที่ใช้กดแผลพันทับบริเวณแผลไว้เป็นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากท่านมีแผลรอยเจาะที่หลอดเลือดซึ่งอาจเกิดเลือดออกได้ ดังนั้นท่านจึงไม่ควรเคลื่อนไหวแขนหรือขาก่อนเวลาอันสมควรตามที่แพทย์จะบอกกับท่าน
ถ้าแผลที่ทำการสวนหัวใจอยู่ที่ขาหนีบท่านจะต้องนอนราบ ไม่งอขาข้างที่ทำเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง แต่ถ้าแผลอยู่ที่แขนหรือข้อมือ ท่านสามารถลุกนั่งหรือเดินได้ในบริเวณห้องพัก แต่ห้ามงอแขนหรือข้อมือข้างที่ทำอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพยาบาลจะมาตรวจชีพจร ความดันโลหิต และแผลสวนหัวใจเป็นระยะๆ ถึงตอนนี้ท่านสามารถรับประทานอาหาร และดื่มน้ำได้แล้วถ้าไม่มีอาการผิดปกติ
หลังจากสวนหัวใจเสร็จแล้ว และทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่ต้องทำหัตถการอื่นๆ ต่อ ท่านก็สามารถกลับบ้านได้ภายใน 6-12 ชั่วโมง
ในกรณีที่ไม่มีปัญหาจากการสวนหัวใจ แพทย์จะให้ท่านกลับบ้านในตอนเย็นของวันสวนหัวใจ โดยจะให้รับประทานยาเดิมต่อไปจนหมดถึงวันนัด (ประมาณ 2-4 สัปดาห์) ยกเว้นกรณีที่แพทย์ผู้รักษาสั่งยาใหม่เพิ่มเติม
ที่สำคัญ ห้ามขับรถเอง ควรมีผู้มารับ เพื่อความปลอดภัยควรกลับโดยรถยนต์ เนื่องจากไม่ต้องเคลื่อนไหวบริเวณที่เป็นแผลมากเกินไป
ในกรณีที่กลับบ้านในตอนเย็นของวันสวนหัวใจ ควรมีญาติหรือคนดูแลช่วยเหลือที่บ้านในคืนนั้น
จำไว้นะครับ ไม่ควรขับรถหรือทำงานเป็นเวลา 2 วันหลังจากสวนหัวใจ และไม่ควรพับหรืองอบริเวณที่ตรวจสวนหัวใจมากเกินไปเป็นเวลา 7 วัน
เมื่อรู้ถึงการเตรียมตัวเตรียมใจ และขั้นตอนในการสวนหัวใจโดยละเอียดอย่างนี้แล้ว เชื่อหรือยังว่า การสวนหัวใจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยสักหน่อย
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ram-hosp.co.th/