เกือบทุกคนคงเคยมีอาการอาการแน่นท้อง จุกยอดอก แน่นหน้าอก แน่นในลำคอ กันมาบ้างแล้วเป็นแน่  หลายคนเคยมีประสบการณ์มาแล้วคนละหลายๆ ครั้ง

                แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า อาการเหล่านี้เป็นอาการผิดสำแดงของทางเดินอาหารอย่างปกติธรรมดา หรือมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจขาดเลือดกันแน่

                ก่อนอื่นถามตัวเองเสียก่อนว่า มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมากแค่ไหน?

                อายุขึ้นเลขสี่หรือยัง หลายคนยังเชื่อภาษิตฝรั่งว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40 ความจริงน่าจะเป็นชีวิตที่ต้องระวังสุขภาพอย่างมาก เริ่มต้นที่ 40 มากกว่า

                บุหรี่ คุณสูบบุหรี่หรือเปล่า

                ถ้าเคยสูบแต่เลิกแล้วก็ต้องถามต่อว่า เลิกมานานแค่ไหน และเมื่อตอนที่ยังสูบอยู่ สูบหนักแค่ไหน

                ไขมันในเลือด สูงหรือเปล่า  เอาเป็นว่าเคยตรวจบ้างหรือเปล่าก่อนดีกว่า

                ถ้าเคยตรวจ ตรวจครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และผลการตรวจเป็นอย่างไร

                คนที่มีไขมันในเลือดสูง มีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่มีไขมันในเลือดปกติ หรือต่ำหลายเท่า เพราะไขมันนั่นแหละคือตัวการสำคัญที่จะไปจับตามผนังหลอดเลือด และทำให้หลอดเลือดอุดตัน

                โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ

                เบาหวาน น้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ และเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการควบคุมให้ดีพอ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ ไม่แข็งแรง และป็นสาเหตุของหลอดเลือดหัวใจตีบตันได้

                ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะคนที่มีความดันโลหิตสูงใช่ว่าจะทำให้เลือดมีแรงดันที่จะไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีกว่าคนที่ความดันโลหิตปกติ ตรงกันข้าม มันกลับทำให้หลอดเลือดเกิดการหดเกร็งตัว และทำให้หัวใจขาดเลือดได้อีกเหมือนกัน

                อาการสำคัญอีกอย่างหนึ่งของโรคหัวใจขาดเลือดก็คือ อาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แม้เพียงเดินหรืองานที่เคยทำได้สบายๆ มาบัดนี้เพียงนิดหน่อยก็ดูเหมือนว่าจะเหนื่อยเสียแล้ว

                อย่างไรก็ตาม วิธีดีที่สุดที่จะบอกให้ได้แน่นอนว่า อาการต่างๆ ที่น่าสงสัยนั้นเป็นอาการของโรคหัวใจหรือเปล่าก็คือ การไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กให้แน่

                อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

                แล้วคุณหมอจะมีวิธีตรวจให้รู้ได้อย่างไร ว่าคุณเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า

                แพทย์จะเริ่มจาก  สอบถามประวัติอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่พึงสงสัยรวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของคุณ

                จากนั้นแพทย์ก็จะตรวจร่างกายทั่วไปทั้งตัว ทุกระบบของร่างกาย รวมทั้งระบบหัวใจและหลอดเลือด มีการฟังการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต

                ตามด้วยการเอ็กซเรย์ทรวงอกและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ตามปกติ และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test)

                คราวนี้หากสงสัยการตรวจที่จะบอกได้แน่ก็คือการตรวจฉีดสี เพื่อดูเส้นเลือดหัวใจ หรือที่เรียกว่า การสวนหลอดเลือดหัวใจ

                ฟังถึงตอนนี้ชักน่ากลัว คราวหน้าลองมารู้ให้จริงกันซิว่า เขาสวนหลอดเลือดหัวใจกันอย่างไร

                                

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่          http://ram-hosp.co.th/