การศึกษาไม่ใช่เป็นเพียงแต่การเรียนหนังสือ และก็ไม่ใช่การเรียนหนังสือแต่อย่างใด ใครที่คิดว่าการศึกษาคือการเรียนหนังสือ การได้วิทยฐานะ จะเป็นใบปริญญาเป็นใดๆ ก็ตาม ถือว่ายังมองการศึกษาตื้นเกินไป
การศึกษาคือ “รากแก้วของสังคม” อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตด้านใดของชาติ ของสังคมหรือของประชาชน ความยั่งยืน ความสำเร็จ ความรุ่งเรือง ทุกๆ ด้าน จะมาจากพื้นฐานการศึกษาทั้งสิ้น ประเทศต่างๆ ในโลกนี้ ได้มีตัวอย่างมากมากมายนับไม่ถ้วน
“การศึกษาไม่ใช่การเรียนหนังสือ” การเรียนหนังสือ คือการเรียนสิ่งที่อยู่ในหนังสือ แต่ “การศึกษาเป็นการสร้างปัญญาให้เกิดขึ้น” ปัญญานี้มีความหมายสูงและมากกว่าการเรียนหนังสือมากนัก การสร้างปัญญา คือการสร้างสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นความเจริญรุ่งเรือง สิ่งที่เป็นอนาคต สิ่งที่เป็นปัจจุบันและเป็นอนาคตให้เกิดขึ้นในสมองของคน สิ่งนี้ไม่ใช่ใบปริญญาบัตร สิ่งนี้ไม่ใช่เกรด สิ่งนี้ไม่ใช่คะแนน ฉะนั้นการศึกษาของไทยที่ผิดพลาด ตกต่ำและไม่ใช่การศึกษาอย่างแท้จริงมาโดยตลอด ก็คือการศึกษาที่เป็นการเรียนหนังสือ แล้วการศึกษาที่เน้นแต่เกรด เน้นแต่ใบปริญญาบัตร เน้นแต่ว่าการรับปริญญาแล้วสำเร็จการศึกษาแล้ว แต่ไม่มีปัญญา
ฉะนั้นการเรียนหนังสือในอดีตของไทยส่วนใหญ่จึงไม่เกิดประโยชน์กับประเทศเท่าที่ควร เพราะว่าเป็นเพียงการเรียนหนังสือ การเรียนหนังสือก็คือการเรียนจากตำรา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นตำราของใคร อาจจะเป็นตำราของประเทศอื่น ซึ่งไม่รู้ว่าเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่
การเรียนหนังสือจากตำราจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ควรจะประกอบเป็นการศึกษาที่สร้างปัญญาของผู้เรียน “สร้างปัญญาเพื่ออะไร” สร้างปัญญาเพื่อจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคม หรือประเทศชาติ ฉะนั้น สถาบันการศึกษาหรือการศึกษา คือการสร้างปัญญานี้ให้เป็นพลังในการสร้างสังคม
สถาบันการศึกษาจึงไม่ใช่โรงเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นหอคอยงาช้างที่แยกส่วนออกจากสังคม หากแต่สถาบันการศึกษายิ่งระดับอุดมศึกษา ยิ่งต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เราต้องสร้างพลังปัญญาเพื่อจะสร้างสังคม ให้เป็นสังคมในฝันที่เราอยากจะเห็น นั่นคือบทบาทของสถาบันการศึกษา
ใครบอกว่าสถาบันการศึกษาไม่เกี่ยวกับโลกภายนอก นั่นคือความคิดที่ผิด เพราะเหตุว่าเราคิดผิด เราเดินทางผิด การศึกษาของเราจึงไม่ได้นำไปสู่การสร้างสังคมที่ดีขึ้นเท่าที่ควร เราจึงเดินย่ำอยู่อย่างนี้ แม้ว่าเราจะมีคนที่สำเร็จการศึกษาได้รับใบปริญญาบัตรเพิ่มขึ้นๆ มากมายแทบทั่วประเทศ แต่ก็ไม่ได้เป็นพลังปัญญาในการสร้างสังคมเท่าที่ควร
ตรงนี้จึงเป็นปณิธาน การศึกษาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในการที่จะสร้างประชาชน อยู่ดีกินดีมีสุข ร่ำรวย สร้างสังคมให้เจริญขึ้น มีสังคมที่เป็นธรรมมากขึ้น เป็นสังคมที่เราอยากจะเรียกว่าเป็นสังคมธรรมาธิปไตยมากขึ้น
“สังคมธรรมาธิปไตยคือ สังคมอะไร” คือสังคมที่มีความเป็นธรรม ต้องมีความเป็นธรรมมากขึ้น “มีความเป็นธรรมอย่างไร” เป็นธรรมในทุกทาง ถ้าเผื่อทุกทางเป็นธรรม บ้านเมืองสงบสุข เจริญรุ่งเรือง ความเป็นธรรมที่ต้องเป็นธรรมทั้งทางการเมือง ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม มีธรรมะ มีความถูกต้อง มีความชอบธรรมไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ ไม่มีการรังแกข่มเหง ไม่มีการโกงกินทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีการไม่ดีไม่งามทั้งหลาย สังคมนี้ต้องไม่มีสิ่งที่ไม่ดีและเลวร้ายและสิ่งไม่ดีไม่งาม กฎหมายก็ต้องเป็นธรรม การปฏิบัติงานของรัฐก็ต้องโปร่งใสและต้องเป็นธรรม เพื่อเป้าหมายธรรมาธิปไตยคือ ประโยชน์สุขของมหาชนปวงชน
http://www.rsunews.net/News/EducationIsTaprootsInSociety.htm

แวะมาบอกว่าน้องเขียนน่าอ่าน
และเห็นด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
เขียนได้ดีแล้วนะค่ะ
และพยายามเขียนเรื่องต่อๆไปอีกนะ จะเป็นกำลังใจให้จ๊ะ