ความสำเร็จในการครองใจผู้บริหารและผู้ปฎิบัติ นัก HR ต้องมีความเป็นมืออาชีพ

           

 

          วันนี้มีโอกาสไปบรรยายพิเศษ นศ.ป โท สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของ ม.รามคำแหง ในหัวข้อเรื่องการประยุกต์การจัดการความรู้สู่การปฏิบัติ มี นศ.ท่านหนึ่งยิงคำถามมาว่า : "จะทำอย่างไรให้ระดับปฏิบัติการร่วมแบ่งปันความรู้ และจะทำอย่างไรให้ระดับบริหารให้ความสำคัญ และสนับสนุนการจัดการความรู้ในองค์กร"

               ดิฉันเห็นว่าเป็นคำถามที่ท้าทายดี เลยนำแนวทางมาแชร์กับทุกท่านนะคะ

ประเด็นแรกทำอย่างไรให้ผู้บริหารให้การสนับสนุนการจัดการความรู้ในองค์กร

                ประเด็นนี้นับเป็นความท้าทายที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการความรู้จะไม่เกิดขึ้นได้เลยถ้าผู้บริหารไม่เห็นชอบ เพราะผู้บริหารคือคุณเอื้อ ที่จะต้องเอื้อทรัพยากรที่จำเป็นในการจัดการความรู้ค่ะ แต่บทบาทที่สำคัญบทบาทหนึ่งของ นักHR มืออาชีพ คือการเป็น Strategic partner   ดังนั้นถ้านัก HR ในหน่วยงานเก่ง เป็นที่ไว้วางใจของผู้บริหาร บทบาทนี้จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย และคงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ผู้บริหารจะเห็นชอบ  และจากประสบการณ์การทำงานด้าน KM ของดิฉัน พบว่า การที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ไม่ให้การสนับสนุน KM เพราะ ผู้บริหาร ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่เห็นประโยชน์ของ KM ว่าสามารถพัฒนาองค์กรสู่การเป็น LO ได้อย่างน่าอัศจรรย์   จากการรวบรวมและสร้างฐานความรู้ให้คงอยู่คู่กับองค์กร เมื่อท่านไม่รู้ก็เลยไม่สนับสนุนค่ะ ไม่ใช่เป็นความผิดของผู้บริหารนะคะ แต่ต้องกลับมาทบทวนบทบาทของนัก HR ค่ะ เพราะเป็นหน้าที่ของ นัก HR ในการที่จะต้องทำให้ผู้บริหาร รู้ เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของ KM ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญในตัวผู้บริหารในการนำท่านเข้ามามีส่วนร่วมในการทำ KM ขององค์กร (จัดให้ท่านเป็น CKO เลยนะคะ) ร่วมสร้างความมุ่งมั่นกับทีมงานและมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน เมื่องานสำเร็จตัวผู้บริหารเองก็รับทั้งความดีความชอบ ชื่อเสียงเงินทองก็ตามมา สร้างความภาคภูมิใจในตัวท่าน อย่างนี้แล้วไม่ให้การสนับสนุนก็ให้มันรู้ไปค่ะ Hidden Agenda ณ จุดนี้คือ นัก HR เองก็ต้องแสดงบทบาทของผู้นำในการนำพาการทำงานเป็นทีมร่วมกันนะคะ KM เน้นที่การทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ One man show ค่ะ สู่ความสำเร็จร่วมกัน และสุขร่วมกัน

 

ประเด็นที่สอง ทำอย่างไรให้ระดับปฏิบัติการร่วมแบ่งปันความรู้

                ประเด็นนี้สอดคล้องกับประเด็นแรกค่ะ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องแบ่งปันก็ต้องให้ รู้ เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของ KM ต้องดึงเขาเข้ามามีส่วนร่วม และให้ความสำคัญเขาค่ะ

                เพราะหากถ้ายังไม่เข้าใจเรื่อง LO อย่างแท้จริง ก็ไม่สามารถประพฤติ ปฏิบัติตัวในเรื่องของการเรียนรู้ได้ ก็เป็นหน้าของของ นัก HR อีกเหมือนกันนะคะ คือหน้าที่ในการพัฒนาคนในองค์กรให้ มีวัฒนธรรมของการเปิดกว้างในการพูดคุย เสนอความคิดเห็น (Openness) การเคารพในความคิดเห็นของซึ่งกันและกัน (Mutual Respect) การใฝ่เรียนใฝ่รู้ (Personal Mastery) การทำงานเป็นทีมที่มีการเรียนรู้ (Team Learning) การกล้าเสี่ยงกล้าริเริ่ม (Risk Taking) ยิ่งผู้บริหารลงเล่นด้วย มาคลุกคลีด้วย มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน รับรองว่าผู้ปฏิบัติยกใจให้กับงาน KM เต็มร้อยค่ะ

               ที่สำคัญต้องเน้นแนวคิดการจัดการความรู้ที่แท้จริงให้ทุกคนรับรู้ว่า  เป็นการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในระหว่างกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน ในการช่วย “ดึง” เอาความรู้ที่มีอยู่ในบุคคล และเป็นกิจกรรมที่สามารถ “คว้า” (capture) ความรู้ที่เกิดขึ้น จากการทำงาน มาเป็นความรู้ที่ผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และท้ายที่สุดความรู้นั้นจะพัฒนากลายมาเป็นความรู้ขององค์กร ที่สามารถนำไปใช้    ต่อยอด หรือยกระดับความรู้ขึ้นไปอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

                และหากไม่ให้ความสำคัญในปัจเจกบุคคลก็ยากที่จะได้ใจเขาเหมือนกันต้องปลูกฝังและสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรให้ได้ค่ะ โดยเริ่มจากการพัฒนาสมรรถนะ (Competency)  ในเรื่อง Learning ในระดับบุคคล ระดับทีม และในระดับองค์กรค่ะ

                ทั้งนี้อย่าลืมดูโครงสร้างขององค์กรด้วยนะคะถ้าไม่ยืดหยุ่นไม่สนับสนุนการเรียนรู้ในองค์กร ในฐานะของ Strategic partner  ต้องสามารถให้ข้อเสนอแนะผู้บริหารให้ rethink, redesign ใหม่ได้ ถ้าต้อง retool คือต้องมีการหาเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ต่าง ๆ ก็ต้องให้ข้อเสนอแนะได้เช่นกัน และอย่าลืมว่า ก่อน retool ต้อง retrain คนให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ นัก HR จึงต้องมืออาชีพนะคะ

 

                เรา Discuss ประเด็นนี้กันสนุกสนานพอสมควรค่ะ

                ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ KM ค่ะ ท่านใดมีแนวทางเพิ่มเติมเชิญเสนอข้อคิดเห็นเพื่อเป็นวิทยาทานร่วมกันนะคะ

..............

คนึงนิจ อนุโรจน์