ฝนนัดกันมาตกยามค่ำคืนรุ่งเช้าจึงพบกิ่งไม้ใบไม้หล่นร่วงอยู่ตามพื้น “ศิลปกรรมในฤดูฝน” แหละรุ่งเช้านี้หนออากาศแช่มชื่นยิ่งนัก เหมาะใจแล้วกับการเดินไปวัดใจ

บรรดาคนตัวเล็กๆ กุลีกุจอจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนสำหรับการเดินเท้าไปวัด อกใจเล็กๆ เต้นเร่าเพียงไหนหนอกับการออกไปวัดครั้งนี้

แถวยาวๆ เลื้อยไปตามทางเดินแคบๆ พวกเขาชี้ชวนพร้อมทั้งปลุกใจให้ตื่นกับก้าวเล็กนี้
นั่นหรือถนนนอกโรงเรียนที่เคยได้ใคร่สงสัยนักหนา ถนนเส้นที่ครูสั่งห้ามในเวลาเรียน ถนนเส้นที่มองเห็นลิบๆ ในม่านตาบัดนี้ถูกคลี่คลายปมสงสัยด้วยก้าวเล็กจ้อยของหนูเสียแล้ว
ลำคลองที่ครูพูดถึงมันทำไมเล็กนัก เมื่อเทียบวัดกับสิ่งที่เคยได้ยินผ่านหู น้ำในคลองมิได้ใสกระจ่างหรอกหรือ ถ้อยคำที่ประท้วงขณะที่ก้าวเล็กมากก้าวย่างผ่านไป

 

“เป็ดว่ายน้ำ น่าสนุกจังเลย”
เอ..เป็ดว่ายน้ำเป็นหมู่แถมเป็นแถวแนวกันจนน่าสงสัย ก้าวหนูผ่านความสงสัยมาเท่าไหร่แล้วหนอ
“ระวังกับระเบิด”
เท้าเล็กๆ กระโดดกันกระย่องกระแย่ง แหมต้องเดินอย่างมีสติเสียหน่อยก่อนที่หนูน้อยทั้งหลายจะย่ำไปแต่ละก้าว

“ต้นอะไรกันเล่าครูขา”
“เอ..นั่นสินักเรียนเอ๋ย ไหนลองเอ่ยถามคุณลุงดูหน่อย”
“สวัสดีครับสวัสดีค่ะ หนูกำลังจะไปวัดค่ะ ไปด้วยกันไหม”
นี่ใช่ไหมก้าวออกไปวัด
“ท้องนาก็มีด้วย แหมต้นข้าวเขียวเชียว”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวเมื่อเจ้าหมาเห่าขรม
“แหมน้องหมาน่ารัก แค่กล่าวทักพวกเรานักเรียนเอ๋ย อย่าเผลอเห่าตอบเล่า”
ต้นเทียนถูกแห่ไปรอบโบสถ์ เด็กๆ เฝ้านับก้าวของตัวเองมิหยุด
“เท่าไหร่แล้วหนอก้าวน้อยๆ ของหนูกว่าหนูจะเติบโต”

เสียงสวดท่องดังคับโบสถ์ เด็กๆ คงกลัวว่าหลวงตาจะไม่ได้ยินถนัดถนี่และต้นเทียนที่แห่กันมานั้นจะไม่ยอมติดไฟ หลายครั้งที่มีโอกาสไปวัด เด็กมักทำให้นึกถึงการวัดเทียบก้าวในแต่ละปีของตัวเอง ออกไปวัดแต่ละทีไม่เคยรู้สึกเหมือนเดิมสักที บางทีคนตัวใหญ่ต้องยอมให้คนตัวเล็กบอกสอนเสียบ้าง ใจคงกว้างกว่าเดิม..
ขอบคุณค่ะ

 

ปล.วันหยุดยาวนี้ไปวัดกันไหมคะ