คิดต่าง (3-56)


การไป “ค่าย” ก็คือการลงปฏิบัติจริง เห็นของจริง ได้มีประสบการณ์ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ได้เห็นสภาพความเป็นจริงของชีวิต ได้ตระหนักรู้ว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกมาก...

 

       เดินผ่านไปมาแถวสีลมช่วงเย็นเป็นประจำ ภาพที่สะดุดตาคือ มีนักศึกษา กลุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้างที่ถือแผ่นกระดาษติดภาพกิจกรรมในค่ายพัฒนาชนบท ค่ายอาสาสร้างห้องน้ำ ค่ายสร้างโรงเรียน ฯลฯ และมีการถือ กล่องรับเงินบริจาค เพื่อสมทบทุนในการไปค่ายต่าง ๆ น้อง ๆ ทั้งผู้หญิงผู้ชายจะช่วยกันตะโกนเชิญชวนให้ช่วยบริจาค … บางกลุ่มจะมีโทรโข่ง เครื่องขยายเสียงด้วย บ้างก็มีกลองเล็ก ๆ ตีให้จังหวะเป็นที่ครึกครื้น สังเกตดูก็เป็นนิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบัน ทั้งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและมหาวิทยาลัยราชภัฎต่าง ๆ

 

       คิดไปถึงสมัยที่เป็นนักศึกษา บ้าการไปค่ายมาก จนขึ้นชื่อว่าเป็น “เจ้าแม่ค่าย” วันศุกร์บ่ายต้องไปสำรวจ(Survey)ค่าย ต้องโดดเรียนวิชาบ่ายวันศุกร์ ใช้วิธีเข้าไปนั่งหลังห้อง พอเช็คชื่อเสร็จก็หายแวบไป กลับจากค่ายเช้าวันจันทร์ ง่วงมากขอไปนอนพักนิ๊ดเดียว หลับยาว…จนเที่ยง วิชาเช้าวันจันทร์ไม่ได้เรียนตามเคย ตื่นมากินข้าวเที่ยงด้วยความหิวโหย อิ่มมากหลับต่ออย่างไม่ตั้งใจ สรุปรวมแล้ววันจันทร์ก็ไม่ได้เรียนไปอีก 2 วิชา โชคดีที่ตอนสอบ ได้เพื่อนดีช่วยติว เลยพอรอดตัวมาได้ …ฮา ๆ (มีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว)

 

       การไป “ค่าย” ก็คือการลงปฏิบัติจริง เห็นของจริง ได้มีประสบการณ์ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ได้เห็นสภาพความเป็นจริงของชีวิต ได้ตระหนักรู้ว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเราอีกมาก มีคนที่เสียสละทำงานเพื่อส่วนรวมโดยไม่เคยได้รับการยกย่องหรือรางวัลใด ๆ มีคนเล็กคนน้อยที่ก้มหน้าก้มตาสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้สังคมโดยไม่เคยป่าวประกาศให้ใครรู้อีกมหาศาล

 

      นิสิตนักศึกษาในวัยเรียน เป็นวัยที่มีพลังด้านกายภาพล้นเหลือ มีพลังความคิดแปลกใหม่ มองโลกในแง่บวก โลกสดใส ชีวิตยังไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่มีภาระใด ๆ จึงสมควรที่จะได้ไปค่ายเพื่อได้รับประสบการณ์ตรงอันทรงคุณค่า (ซึ่งหาไม่ได้ในห้องเรียนหรอก)

 

หลายคนไปค่ายกลับมาแล้ว…พฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะมุมมองและความคิดเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นผลมาจากการได้มองได้เห็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยมองเคยเห็นแบบ เดิม ๆ  

 

สรุปโดยรวม ๆ การไปค่ายทำให้ “เห็นต่างคิดต่าง” พฤติกรรมจึงต่างไปจากเดิม

 

       หันมามองการมาระดมทุน ขอรับบริจาคของเด็กรุ่นใหม่ อดจะเปรียบเทียบกับสมัยที่ตัวเองยังทำค่ายไม่ได้… ครั้งแรกที่ทำค่ายจะมีเงินสำรองการทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยสนับสนุนส่วน หนึ่ง ซึ่งไม่พอกับค่ายใช้จ่ายทั้งหมด ต้องมีการระดมทุนเพิ่ม โดยวิธีการต่าง ๆ จำได้ว่าที่ทำก็เช่น

 

- เขียนโครงการ แล้วขอเข้าพบผู้บริหารของบริษัท เพื่อชี้แจงและขอสปอนเซอร์สนับสนุน บางที่ได้เงิน บางที่ได้ของกินของใช้ และที่คิดว่ามีคุณค่าอย่างประมาณค่าไม่ได้ก็คือ ได้การฝึกความกล้า ฝึกการนำเสนอแนวคิด และสร้างความมั่นใจในตัวเองในการที่จะไปบอกเล่าและขอการสนับสนุนจากผู้ใหญ่

 

- การทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขายบัตรการกุศลฟังดนตรี เล่นละครหาเงินสมทบทุนค่าย การทำกระเป๋าถัก พวงกุญแจ ทำการ์ดอวยพร ฯลฯ สุดแต่ใครมีฝีมือและความชำนาญทางใด ก็ช่วยกันทำและนำไปขายกับเพื่อน ๆ ได้เงินมาอีกทางหนึ่ง กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานกลุ่ม การทำบัญชี คำนวณต้นทุน กำไร และการวางแผนงานและการลงทุน

 

- การขอเงินสนับสนุนจากพ่อแม่ ญาติพี่น้องของตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะทำ ฟังดูน่าจะง่าย แต่สำหรับตัวเองและบางคนแล้วเป็นวิธีที่ยากมาก เพราะที่บ้านไม่สนับสนุนและไม่เชื่อใจในการให้ลูกหลานของตนไปอยู่ในถิ่น ทุรกันดาร (เด็กกรุงเทพฯนี่นะ)

 

         นึกขัดข้องหมองใจตงิด ๆ เมื่อมองสิ่งที่เด็ก ๆ ทำกันอยู่  ทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือน้องเอ๋ย มายืนตะโกนปาว ๆ ขอเงิน ๆ คิดอย่างอื่นไม่ได้หรือไงนะ…

        หงุดหงิดหน่อย ๆ แล้ว ลองเข้าไปคุยดูดีกว่า ถามว่ามาจากไหน น้องก็บอกชื่อสถาบัน ถามกิจกรรมที่ตั้งใจจะไปทำ คิดว่าจะได้ประโยชน์อะไร ฯลฯ แล้ว คิดอย่างไรจึงมาระดมทุนเช่นนี้ คำตอบก็คือ เงินไปค่ายไม่พอ พวกหนู(ผม) เลยต้องหาเงินเพิ่ม ถามต่อว่าคิดว่านอกจากมายืนรับบริจาคอย่างนี้ จะทำอะไรได้บ้าง (ที่มันน่าจะสร้างสรรค์กว่านี้น่ะ…คิดในใจ) ทั้ง กลุ่มอึ้งไปนิดหนึ่ง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก มาท่าไหนนี่ อีกคนตอบว่า ก็เห็นรุ่นพี่เขาทำแบบนี้กันมาตลอดนี่คะ พวกหนูก็ทำตามน่ะค่ะ…. (แป๋ว!!!)

 

เดินจากเด็กกลุ่มนั้นมาอย่างหงอย ๆ…

    ...รู้สึกหดหู่ขึ้นมาจับใจ สงสารเยาวชนคนรุ่นใหม่ เมื่อคิดได้แบบเดิม ๆ ที่รุ่นพี่ทำต่อ ๆ ตาม ๆ กันมา สิ่งที่จะทำต่อไปเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว ก็คงไม่วายเป็นเช่นที่ว่า … คิดต่อไปอีกว่า ไปค่ายน่ะ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ “เห็นต่างคิดต่าง” จะได้ “เห็นถูกคิดถูก” ไม่ใช่หรือ? แล้วนี่มาเริ่มนับหนึ่งผิดเสียแล้ว จะนับต่อไปถูกได้อย่างไรกันเล่า มันก็คงผิดไปทั้งกระบวนการอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

อย่าไปเลยค่าย…น่ะ

ถ้าไม่ปรับความคิดที่จะพึ่ง ตนเองก่อนไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

ไปค่ายก็คงไม่ได้อะไรหรอก…


หมายเลขบันทึก: 377709เขียนเมื่อ 22 กรกฎาคม 2010 12:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 15:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (41)
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาเยี่ยมเยียนกันค่ะ  มีความสุขกับวันทำงานดี ๆ นะค่ะ
  • ขอบคุณคะ

                      

สวัสดีค่ะ

แวะมาทักทายค่ะ

สบายดีนะค่ะ

คิดถึงค่ะ

                      

                มีความสุขเยอะๆในเทศกาลเข้าพรรษานี้นะค่ะ

....สวัสดีค่ะคุณคนไม่มีราก...บทความนี้อ่านแล้วทำให้คิดแล้วคิดอีก...คิดถึงความซ่า..ความใหม่เมื่อยุคต้นๆๆ..ของคน...คนปัจจุบัน..คนในอนาคต...คนในอดีต...วงวน...ตัวตน..พึ่งตน..พึ่งผู้อื่น..แบ่งปัน...สังคม...มนุษย์ที่พยายามตั้งตนให้พ้นความเป็น สัตว์ในวิถีของธรรมชาติ...งงงงงงอยู่เหมือนกันเจ้าค่ะ...ยายธี

สวัสดีค่ะ

  • การทำค่ายได้อะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ
  • แป๋มเองก็เติบโตมากับวิถีชาวค่าย
  • ที่ต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง กลยุทธ์ใหม่สด
  • ตอนนี้กำลังถ่ายทอดให้กับเด็กๆ

สวัสดีค่ะคุณบุษรา

ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณBonnie

เปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ยังจำภาพเก่าได้...

คิดถึงค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณครูแป๋ม

ค่ายเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์มาก

เด็ก ๆ คงสนุกกับคุณครูแป๋มนะคะ

ขอบคุณที่มาทักทายกันค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะ

           

        โนรา สวยๆมาฝากค่ะ สมัยก่อนพี่ดาเรียนไม่มีเข้าค่ายเลยค่ะ เป็นกิจกรรมที่เด็กๆชอบมากค่ะ แต่ผู้ปกครองบางบ้านแสนจะห่วงลูก หลานค่ะ

 

สวัสดี คุณ คนไม่มีรากครับ...

อ่านแล้วคิดตามครับ

การทำอะไรที่ตามๆกัน เช่น ขอรับบริจาคอย่างเดียว

บ้างครั้งก็น่าคิดเหมือนกันว่า ก่อนจะขอ ก็ต้องรู้จักให้

อาจจะทำของมาขาย เขียนโครงการ ขอสปอนเซอร์อย่างที่คุณคนไม่มีรากกล่าวมา

การขอแบบสำเร็จรูปบางครั้งอาจหมายถึง การตั้งใจจะขออย่างเดียว โดยไม่คิดหาหนทางอื่นควบคู่ไปด้วย

คิดหลายๆมุม เห็นหลายๆอย่าง ไปออกค่ายจะได้มีความคิด สร้างสรรค์ ทำกิจกรรมที่ไม่มีแพลนได้ อย่างสนุก และ เกิดประโยชน์นะครับ

เงียบไปนานเลยนะครับ สงสัยเรื่องเรียน และ งานจะยุ่งนะครับ สู้ๆ ครับ...

สวัสดี ครับ คุณคนไม่มีราก

กิจกรรมออกค่าย ของนักศึกษา ไม่เคยทำเลย ครับ 

อ่านบันทึกนี้ มองว่า..คุณคนไม่มีราก เป็นคนที่กระตือรือร้น นะครับ

เพราะคนกลุ่มนี้ ผมมองเป็นนักกิจกรรม เป็นคนactive 

ทำให้เห็นภาพลักษณ์ของคุณคนไม่มีรากเพิ่มขึ้น

อ่านไป ยิ้มไปด้วย ครับ

..

ชอบความคิดท่อนสุดท้ายมาก นะครับ

หงุดหงิดหน่อย ๆ แล้ว ลองเข้าไปคุยดูดีกว่า ถามว่ามาจากไหน น้องก็บอกชื่อสถาบัน ถามกิจกรรมที่ตั้งใจจะไปทำ คิดว่าจะได้ประโยชน์อะไร ฯลฯ แล้ว คิดอย่างไรจึงมาระดมทุนเช่นนี้ คำตอบก็คือ เงินไปค่ายไม่พอ พวกหนู(ผม) เลยต้องหาเงินเพิ่ม ถามต่อว่าคิดว่านอกจากมายืนรับบริจาคอย่างนี้ จะทำอะไรได้บ้าง (ที่มันน่าจะสร้างสรรค์กว่านี้น่ะ…คิดในใจ) ทั้ง กลุ่มอึ้งไปนิดหนึ่ง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก มาท่าไหนนี่ อีกคนตอบว่า ก็เห็นรุ่นพี่เขาทำแบบนี้กันมาตลอดนี่คะ พวกหนูก็ทำตามน่ะค่ะ…. (แป๋ว!!!)

 

เดินจากเด็กกลุ่มนั้นมาอย่างหงอย ๆ…

    ...รู้สึกหดหู่ขึ้นมาจับใจ สงสารเยาวชนคนรุ่นใหม่ เมื่อคิดได้แบบเดิม ๆ ที่รุ่นพี่ทำต่อ ๆ ตาม ๆ กันมา สิ่งที่จะทำต่อไปเมื่อจบการศึกษาไปแล้ว ก็คงไม่วายเป็นเช่นที่ว่า … คิดต่อไปอีกว่า ไปค่ายน่ะ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ “เห็นต่างคิดต่าง” จะได้ “เห็นถูกคิดถูก” ไม่ใช่หรือ? แล้วนี่มาเริ่มนับหนึ่งผิดเสียแล้ว จะนับต่อไปถูกได้อย่างไรกันเล่า มันก็คงผิดไปทั้งกระบวนการอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

พี่ใหญ่ได้มาเข้าค่ายเยาวชนบ่อยๆในช่วงหลังเกษียณ เมื่อมาทำงานด้านสังคมให้ธนาคารไทยพาณิชย์ฯนี่แหละค่ะ..เห็นประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสร้างเครือข่าย...ขอให้บุญรักษาในช่วงเทศกาลพุทธศาสนานะคะ..

สวัสดีค่ะพี่กานดา น้ำมันมะพร้าว

ขอบคุณสำหรับดอกโนราค่ะ สวยงามจริง ๆ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณPhornphon

กิจกรรมค่ายเป็นกิจกรรมน่าสนุกและมีสาระ ควรแก่การสนับสนุนค่ะ

มีกัลยาณมิตรบางท่านกล่าวไว้ ไม่ต้องคาดหวัง เพียงสร้างกระบวนการให้ดี กิจกรรมต่าง ๆ ก็เป็นการเรียนรู้ไม่ว่าจะดี จะสำเร็จหรือไม่ก็ตามที

งานการเรียนก็ไปได้เรื่อย ๆ กำลังทำเครื่องมือในการเก็บข้อมูลค่ะ

(^___^) 

สวัสดีค่ะ

  • สมัยเรียนไม่ค่อยได้ไปค่ายเลยค่ะ
  • เห็นคนอื่นเขาไป ก็อยากจะร้องตาม แต่ก็ไม่ใช่เอกเรา คณะเรา
  • แต่ตอนเรียนครั้งหลังสุดได้ออกภาคสนามบ่อย ๆ ได้เที่ยว
  • ได้สำรวจธรรมชาติ  ประวัติศาสตร์  สนุกมากค่ะ
  • มีความสุขเสมอ ๆ นะคะ

สวัสดีค่ะ พรุ่งนี้ไปทำบุญกันนะคะ

ไม่ค่อยได้แวะมานานแล้ว แต่ยังระลึกถึงเสมอ

เห็นด้วยในหลายประเด็นมากเลยทีเดียว...ค่าย...เป็นการเรียนอกฤดูอย่างแท้จริง  เป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ  สอนให้เรามองชีวิตและสังคมแบบองค์รวม ไม่แยกส่วน...

ที่นี่, มีค่ายในช่วงปิดเรียนครั้งละไม่ต่ำกว่า 20-30 ค่าย  ส่วนใหญ่ฉายหนังกลางแปลงในมหาวิทยาลัยแทบทั้งสิ้น  มีบ้างเหมือนกันที่ขอรับงบสนับสนุนจากแหล่งทุนที่เป็นมูลนิธิ หรือองค์กรทางสังคมที่เปิดรับการให้ หรือการสนับสนุน

แต่เราไม่มีนโยบายให้ไปขอรับการสนับสนุนแบบเรี่ยไร, เปิดหมวกนอกมหาวิทยาลัย...นั่นคือปรากฎการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับคนค่ายที่นี่...

http://gotoknow.org/blog/pandin/221340 หนังกลางแปลง : การระดมทุนสุดฮิตในวิถีกิจกรรมของ “คนค่าย” มมส

สวัสดีค่ะ

  • พี่ก็อดีตชาวอาสาพัฒนาเช่นกัน...เห็นด้วยค่ะที่น้องพูดมา..ด้วยว่าจะทำอะไรสมัยก่อนหาทุนกันด้วยนำพักน้ำแรงไม่ใช้การขอ..ซึ่งเราคิดว่าการขอจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะทำคือขอผู้ปกครองของพวกเราเอง...ส่วนใหญ่มักจัดละครหรือกิจกรรมในมหาลัยเพื่อหาทุนกัน  ...และที่ขออย่างมากก็ส่งตัวแทนไปขอสปอนด์เซอร์ตามบริษัท
  • เด็กๆยุคนี้ครูเสียใจมามากนักแล้วเขาคิดอะไรที่ง่ายเข้าว่า
  • พูดสอนเขามากๆเขาก็ว่าบ่น..สงสัยเราคงสอนเขาไม่ดีเท่าครูสมัยก่อนกระมัง
  • ส่งความระลึกถึงและกำลังใจมาให้นะคะ
  • สวัสดีค่ะน้องโก๊ะคนไม่มีรากอารมณ์สุนทรีย์
  • คนเราคิดต่างกันได้ แต่อย่าทะเลาะกัน
  • คิดต่างกันก็รักกันได้เนาะ
  • ขอให้อิ่มบุญตลอดพรรษาค่ะ
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาส่งความสุขค่ะ อิ่มบุญ อิ่มอก อิ่มใจ วันเข้าพรรษาค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                                    

ขอแสดงความยินดีเนื่องในวันสำคัญทางศาสนาครับ

คงเป็นเรื่องธรรมดานะคะที่รุ่นน้องทำตามรุ่นพี่ตาม ๆ กันมา เหมือนที่คนในสังคมส่วนใหญ่ทำตาม ๆ กันโดยบางทีไม่รู้คุณค่าและความหมายที่แท้จริงด้วยซ้ำ

น้องเขาก็เรียนรู้ชีวิตมาแบบนี้ เราให้โอกาสเขาเรียนรู้ในแบบของเขาหน่อยจะเป็นไรไป บางทีวันหนึ่งเขาอาจคิดเองได้ หรืออาจมีใครจุดประกายให้เขาคิดได้

อย่างน้อยเขาก็มีความตั้งใจดีนะคะ..

มาส่งความคิดถึงเหมือนเดิมค่ะ

สู้ ๆ นะคะ ^^V

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี

ดีใจที่ได้ทักทายกันค่ะ

จะว่าไปแล้วคนไม่มีรากเป็นพวก Hyper แบบซ่อนเร้นค่ะ เพราะชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ไม่ค่อยได้บอกใคร ชักชวนใคร ตอนเรียนมหิดลทำกิจกรรมจนแทบไม่ได้กลับบ้านค่ะ

กิจกรรมต่าง ๆ ในวัยเรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญต่อ...ความคิด... ส่งผลจนเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เราเห็นและมองโลกได้กว้างขึ้นค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

ขอบคุณพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณค่ะ

บุญรักษาและมีความสุขในเทศกาลเข้าพรรษาค่ะ

(^___^)

  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาทักทาย และมาหย่อนความระลึกถึงกันค่ะ 
  • ช่วงนี้เข้าหน้าฝนแล้วรักษาสุขภาพด้วยค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                   

สวัสดีค่ะคุณอิงจันทร์

ใครได้ไปค่าย ไม่ว่าค่ายอะไรจะติดใจเสียเป็นส่วนมากค่ะ

มีความสุขมาก ๆ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณnana งาน พสว.ศอ.8

ระลึกถึงเช่นกันค่ะ

สบายดีนะคะ

(^___^)

ขอบคุณอ.แผ่นดิน

ที่นำประสบการณ์ที่นำมาแบ่งปันค่ะ

แต่ละสถาบันคงมีนโยบายต่างกัน ข้อสำคัญของผู้ใหญ่หรือครู ... น่าจะช่วยให้เด็กซึ่งมีประสบการณ์น้อยกว่าเรา ได้คิด ได้เดินไปในเส้นทางที่ถูกควร...จริงไหมคะ

คนไม่มีรากไม่ได้โกรธเด็กเหล่านี้ เพราะเด็กก็คือเด็ก ประสบการณ์ ความคิด มุมมองก็คือเด็ก แต่...มองไปที่ "ครู" ของเขาค่ะ

ขอบคุณค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะพี่Preeda

น้องคิดว่าที่เด็กในปัจจุบันคิดและทำ...อย่างง่าย ๆ เอาแต่ความสนุกนั้น ไม่ใช่สิ่งแปลกหรือว่าควรตำหนิ เพราะ...ธรรมชาติของเด็กก็ย่อมเป็นเช่นนั้นเอง...

เรา...ผู้ใหญ่ต่างหากที่ควรช่วยชี้และตะล่อมกล่อมเกลาให้เด็ก ๆ ได้คิด เห็น ทำในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคม...

คำว่า "ครู" ไม่ว่ายุคสมัยใด ย่อมทรงความศักดิ์สิทธิ์เสมอ

คิดถึงพี่ดามากค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะึพี่เอื้องแซะ

คิดต่าง แต่ความสัมพันธ์คงเดิมค่ะ....ฮา ๆ

คิดถึงพี่ค่ะ

(^___^)

ขอบคุณคุณบุษราค่ะ

หมั่นส่งกำลังใจและภาพสวย ๆ ให้ตลอเลย

รักษาสุขภาพ

มีความสุขกับการทำงานนะคะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณใบไม้ที่รัก

5555...อ่านคอมเม้นท์แล้วยิ้มเลยยยยย.....

เห็นด้วยค่ะ บ่น ๆ ตามความรู้สึกในขณะนั้นน่ะค่ะ

ความจริงแล้ว ทำผิด ทำถูก ทำสำเร็จหรือล้มเหลว...ก็ล้วนได้.."เรียนรู้" ทั้งนั้น...

คิดถึงมากมายเช่นเดิมค่ะ

สู้ต่อไป...ทาเคชิ

(^___^)

  • สวัสดีครับพี่หญิง
  • พี่หายหน้าไปโด่นหลายนะครับ
  • คิดฮอดอยู่คือเก่านะครับ
  • มอบดอกราชาวดีสีเหลืองแทนคำขอบคุณที่พี่หญิงยังคิดฮอดผมอยู่

หึ หึ ....

ไม่ยักเหมือนค่ายที่พวกอ้อมทำเลยอ่ะค่ะ

พี่โหลสบายดีนะคะ

คิดถึงจ้งค่ะ

สวัสดีค่ะคุณกิตติพัฒน์

เปลี่ยนนามแล้ว เพราะดีค่ะ

หายไปด้วยภารกิจสำคัญค่ะ แต่ก็อดจะระลึกถึงกัลยาณมิตรในนี้ไม่ได้

ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ

(^___^)

หวัดดีค่ะน้องอ้อม

พี่สบายดีค่ะ

คงได้ไปหาน้อง ๆ เร็ว ๆ นี้

คิุึดถึงค่ะ

(^___^)

อรุณสวัสดิ์ยามฝนพรำค่ะพี่หญิงปิง

ฝนตกทางนี้ เย็นถึงคนทางโน้นไหมเอ่ย คิดถึงค่ะ

มาชวนไปเดินเล่นชมสวน กล้วยไม้ขาวออก๑ดอกแล้วค่ะ

อิ่มอร่อยมื้อเช้า และสุขสันต์วันทำงานต้อนรับเดือนสิงห์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณPoo

คิดถึงอยู่หลายวันแล้วค่ะ

ฝนยังไม่พรำ แต่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน น้องฟ้าคงใกล้ร่ำไห้เต็มที

(^__^)

ตามมาอ่านคิดต่าง แต่งง งงว่าทำไมแสดงความคิดเห็นในบันทึกใหม่ไม่ได้ครับ...

อ้าว...เหรอคะ

เป็นอะไรไป จะไปเช็คดูค่ะ

ขอบคุณที่ส่งข่าวค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี