ผมขออนุญาต ศ. ดร. ภาวิช ทองโรจน์ ขอนำบทความของท่านมาลงเผยแพร่ดังต่อไปนี้
สภามหาวิทยาลัยกับหลักการบรรษัทภิบาล
ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิช ทองโรจน์
รองประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ และ มหาวิทยาลัยนครพนม
อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
อธิการบดีเกียรติคุณมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
อดีตคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Email: [email protected]
ต่อจากตอนที่ 2
4. หน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ (Duty of Disclosure): โดยปกติหน้าที่ด้านนี้ของกรรมการในบริษัทมหาชน คือการกำกับดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลที่เป็นจริง อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่จะใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการลงทุนหรือติดตามการลงทุน รวมทั้งผลของการลงมติในการประชุมผู้ถือหุ้น ในกรณีของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นองค์กรสาธารณะ การให้บริการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่จะส่งผลต่อผู้มารับบริการ จึงจำเป็นที่จะต้องตั้งอยู่บนข้อมูลข่าวสารอันถูกต้องที่มหาวิทยาลัยและแสดงต่อประชาชนให้รับทราบ โดยไม่โอ้อวดเกินความเป็นจริง และจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อมูลที่ได้แสดงไว้ต่อสาธารณะโดยเคร่งครัด ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของการดำเนินการตามหน้าที่ข้อนี้
/ กรรมการได้กำกับดูแลให้มหาวิทยาลัยมีระบบบัญชีที่ถูกต้อง สามารถเปิดเผยรายงานการเงินและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
/ กรรมการดูแลให้มหาวิทยาลัยมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารด้านการบริหาร ตามบังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
/ กรรมการดูแลให้มหาวิทยาลัยประกาศผลการสอบอย่างโปร่งใส ทันเวลา ไม่ให้เสียผลประโยชน์แก่นักศึกษาในการใช้ผลการสอบเพื่อการต่างๆ เช่น เพื่อการหางานทำ
/ กรรมการดูแลให้มหาวิทยาลัยมีการเผยแพร่ข้อมูลโดยผ่าน website อย่างมีประสิทธิภาพ
/ กรรมการดูแลให้มหาวิทยาลัยจัดทำรายงานประจำปี ที่มีสาระครบถ้วน ถูกต้องตามความเป็นจริง และเผยแพร่ในเวลาที่เหมาะสม ไม่ล่าช้าจนไม่อาจนำไปใช้ประโยชน์ใดๆ ได้
/ กรรมการดูแลให้มหาวิทยาลัยจัดทำข้อมูลหลักสูตรต่างๆ โดยแสดงความเข้มแข็งทางวิชาการตามที่เป็นจริง เช่น อาจารย์ที่มีโดยแสดงคุณวุฒิและประสบการณ์อย่างชัดเจน ผลงานทางวิชาการอันเกิดจากหลักสูตร ความสำเร็จของศิษย์เก่าที่จบไปจากหลักสูตร โดยอาจพิมพ์เผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็คโทรนิกส์ หรือจัดพิมพ์เป็นหนังสือรวบรวมหลักสูตร เช่นเดียวกับ Prospectus ในต่างประเทศ
/ กรรมการดูแลไม่ให้มหาวิทยาลัยโฆษณาโดยโอ้อวดเข้าข่ายการละเมิดจรรยาบรรณทางวิชาการ เช่น การโฆษณาว่า “มาเรียนที่นี้ เพียงแต่จ่ายครบก็จบแน่” “หลักสูตรปริญญาโท ปีเดียวจบ” “หลักสูตรนี้ไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์” เป็นต้น
/ กรรมการควบคุมดูแลให้มหาวิทยาลัยเผยแพร่ข้อมูลวิทยานิพนธ์ในสื่อที่เหมาะสม เช่น ระบบ Digital Collection ของ สกอ.
/ ฯลฯ
ภาคผนวก
ตัวอย่างข้อบังคับว่าด้วยการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัย
ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอก
ที่ใช้ระบบ Merit โดยไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖ กรณีการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ เมื่อกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมหาวิทยาลัย ตามมาตรา .... แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย..... พ้นจากตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งตามปกติ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง “คณะกรรมการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย” ประกอบด้วยบุคคลภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย ดังนี้
(๑) บุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยผู้มีความอาวุโสและเป็นที่ยอมรับในระบบอุดมศึกษาคนหนึ่ง เป็นประธาน
(๒) กรรมการที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย จำนวนสองคน
(๓) กรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการอุดมศึกษา จำนวนสองคน
(๔) กรรมการที่เลือกกันเองจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร จำนวนสองคน โดยประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการเป็นผู้ดำเนินการเลือก
(๕) กรรมการที่เลือกกันเองจากกลุ่มผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน
(๖) ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ เป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) ต้องเป็นบุคคลที่มีความอาวุโส มีประสบการณ์สูง มีความทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย กรรมการตาม (๑) (๒) และ (๓) ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายได้รับการเสนอชื่อหรือประสงค์ที่จะรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๗ กรณีการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมหาวิทยาลัย ตามมาตรา .... แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย..... พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระการดำรงตำแหน่งตามปกติ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง “คณะกรรมการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย” ประกอบด้วยบุคคลภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย ดังนี้
(๑) กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทผู้ทรงวุฒิจากภายนอกที่ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ จำนวนสามคน โดยให้แต่งตั้งคนหนึ่ง เป็นประธาน
(๒) กรรมการที่แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการอุดมศึกษา จำนวนหนึ่งคน
(๓) กรรมการที่เลือกกันเองจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร จำนวนหนึ่งคน โดยประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการเป็นผู้ดำเนินการเลือก
(๔) กรรมการที่เลือกกันเองจากกลุ่มผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งคณบดีหรือเทียบเท่า จำนวนหนึ่งคน
(๕) ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ เป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ต้องเป็นบุคคลที่มีความอาวุโส มีประสบการณ์สูง มีความทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย กรรมการตาม (๒) ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ในข่ายได้รับการเสนอชื่อหรือประสงค์ที่จะรับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๘ คณะกรรมการตาม ข้อ ๖ และ ข้อ ๗ เป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งถึงเมื่อสิ้นสุดภารกิจ
ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้ขึ้นเป็น “บัญชีที่หนึ่ง” โดยกลั่นกรองเบื้องต้นจากรายชื่อที่รวบรวมได้ ให้มีจำนวนชื่อในบัญชีไม่น้อยกว่าสามเท่าของจำนวนตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่จะต้องสรรหา โดยให้คำนึงถึงคุณสมบัติเบื้องต้นตามที่ระบุใน มาตรา ๑๖ (๕) แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย......
การรวบรวมรายชื่อ ให้มาจากการแนะนำของกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ..... แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย....... รวมทั้งโดยการเสนอชื่อของคณะกรรมการ และให้กระทำในวงกว้างโดยเปิดโอกาสหน่วยงานและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยเสนอชื่อ หรืออาจให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการการอุดมศึกษา เสนอชื่อด้วยก็ได้ โดยการประกาศหรือออกหนังสือเชิญชวนที่ระบุถึงคุณสมบัติของกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ต้องดำเนินการสรรหา
ข้อ ๑๐ นอกจากคุณสมบัติเบื้องต้นตาม มาตรา ...... แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย....... แล้ว ผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาจะต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังนี้
(๑) เป็นผู้อาวุโสด้านคุณวุฒิและวัยวุฒิ ตลอดจนมีประสบการณ์และหน้าที่การงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัย
(๒) มีความสนใจในกิจการและมีเจตจำนงที่จะร่วมพัฒนามหาวิทยาลัย.......
(๓) สามารถอุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัย
(๔) กรณีการสรรหาบุคคลเพิ่มเติมโดยคณะกรรมการตาม ข้อ ๗ สภามหาวิทยาลัยอาจระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคคลที่ควรได้รับการสรรหาโดยคำนึงถึงความครบถ้วนของการมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่อาจขาดไปอันเนื่องมาจากการพ้นจากตำแหน่งในคราวนั้นๆ ก็ได้
ข้อ ๑๑ ให้กรรมการแต่ละคนในคณะกรรมการดำเนินการคัดกรองรายชื่อจาก “บัญชีที่หนึ่ง” โดยดำเนินการเป็นเอกเทศเป็นการลับในการใช้ดุลยพินิจของตนพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติบุคคลตามรายชื่อใน ข้อ ๙ ซึ่งอาจกระทำโดยการให้คะแนนตามคุณสมบัติด้านต่างๆ ที่เป็นที่ตกลงกันในคณะกรรมการ แล้วคัดกรองรายชื่อให้ได้เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนที่จะได้รับการสรรหา เพื่อนำมาเสนอในการประชุมคณะกรรมการตาม ข้อ ๑๒
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อ “บัญชีที่สอง” มีจำนวนสองเท่าของจำนวนที่ต้องทำการสรรหา โดยการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการเพื่อรวบรวมรายชื่อที่กรรมการแต่ละคนกลั่นกรองได้ตาม ข้อ ๑๑ โดยเรียงลำดับคะแนนของแต่ละชื่อตามที่มีกรรมการเสนอ
ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการจัดประชุมเพื่อกลั่นกรองจากรายชื่อใน “บัญชีที่สอง” โดยให้กรรมการแต่ละคนมีความเป็นเอกเทศในการใช้ดุลยพินิจโดยคำนึงถึงคุณสมบัติด้านต่างๆ ที่เป็นที่ตกลงกันในคณะกรรมการ แล้วดำเนินการเสนอชื่อเพื่อคัดเลือกเป็นรอบๆ จนได้จำนวนครบตามที่ต้องการ ในแต่ละรอบให้กรรมการแต่ละคนเสนอชื่อได้ไม่เกินสองในสามของจำนวนที่ต้องสรรหา และให้บุคคลที่มีกรรมการเสนอชื่อเกินกึ่งหนึ่งของการลงคะแนนของคณะกรรมการในแต่ละรอบเป็นผู้ที่ได้รับการสรรหา
ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่จะต้องทำการสรรหาน้อยกว่าสามคน คณะกรรมการการดำเนินการโดยการลงคะแนนโดยตรงเพื่อเลือกเอาผู้มีคะแนนสูงสุดตามจำนวนที่ต้องการก็ได้
ให้คณะกรรมการจัดทำรายชื่อสำรองไว้จำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ต้องทำการสรรหาโดยเรียงตามลำดับคะแนน
ข้อ ๑๔ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเรียกประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ...... แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย..... เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อ ตาม ข้อ ๑๓ รวมทั้งรายชื่อสำรอง
หากองค์ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง มีมติด้วยเสียงข้างมากไม่เห็นชอบบุคคลใดจากรายชื่อตามข้อ ๑๓ ด้วยเหตุแห่งการขาดคุณสมบัติหรือการขาดความเหมาะสมอันจะทำให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย ให้เลื่อนบุคคลลำดับถัดไปในรายชื่อสำรองขึ้นมาแทน หากเลื่อนจนหมดจำนวนตามรายชื่อสำรองแล้วให้คณะกรรมการทำการสรรหามาเพิ่มเติม
ข้อ ๑๕ ให้กรรมการและเลขานุการดำเนินการทาบทามผู้ที่ได้รับการสรรหาโดยทำเป็นหนังสือลงนามโดยประธานคณะกรรมการ พร้อมทั้งรวบรวมประวัติและคำยินยอม
ในกรณีที่ผู้ผ่านการสรรหาผู้หนึ่งผู้ใดปฏิเสธการรับตำแหน่ง ให้เลื่อนบุคคลตามรายชื่อสำรองขึ้นมาแทนเพื่อทำการทาบทาม
ในกรณีที่มีผู้ปฏิเสธการรับตำแหน่งจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนที่ต้องทำการสรรหา ให้คณะกรรมการดำเนินการกลั่นกรองใหม่ โดยอาจใช้ดุลยพินิจร่วมกันว่าเห็นควรให้ดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนใดตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๖ นอกจากขั้นตอนการเชิญชวนให้มีการเสนอชื่อตาม ข้อ ๙ แล้ว การดำเนินการทั้งสิ้นตามข้อบังคับนี้ให้ถือการเป็นการลับ
ข้อ ๑๗ ให้ประธานคณะกรรมการ นำรายชื่อผู้ได้รับการสรรหาเสนอมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป