(ven.Sangharakhita)

            การประกาศยกเลิกการนับถือศาสนาฮินดูและเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ ของชาวอินเดียจำนวนประมาณ ๕ แสนคน  โดยการนำของ ดร. อัมเบดการ์  ในวันที่ ๑๔ เดือนตุลาคม ปี ๒๔๙๙ ณ เมืองนาคปูร์  รัฐมหาราษฏร์  ถือเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียโดยชาวอินเดียเอง  ที่สำคัญอย่างยิ่งและมีผลต่อสังคมอินเดียอย่างกว้างขวางที่สุด  แต่ชาวพุทธใหม่กลุ่มนี้โดยส่วนมาก  ยังขาดความรู้ความเข้าใจหลักพุทธธรรม  เพราะไม่ได้ศึกษาพุทธธรรมอย่างถูกต้องเพียงพอก่อนการประกาศเปลี่ยนศาสนา  และ  เมื่อประกาศเปลี่ยนศาสนาได้เพียง ๕๓ วัน  ดร. อัมเบดการ์  ได้ถึงแก่กรรมลง  ในวันที่ ๖ เดือนธันวาคม  ปี ๒๔๙๙  จึงทำให้ชาวพุทธใหม่กลุ่มนี้ขาดผู้นำและทิศทางในการศึกษาพุทธธรรมอย่างถูกต้องเพียงพอ

            อาจารย์ธรรมจารี ชาวอังกฤษ ชื่อ สังฆรักษิต ผู้ได้บวชศึกษาและเผยแผ่พุทธธรรมอยู่ในอินเดียตั้งแต่ปี ๒๔๙๒  และได้ร่วมในพิธีประกาศเปลี่ยนศาสนาครั้งนั้นด้วย  ได้เห็นสภาพปัญหาดังกล่าวแล้ว จึงได้ช่วยเหลือชาวพุทธใหม่กลุ่มนี้โดยการแนะนำแก่นพุทธธรรมให้ทราบ และเป็นผู้นำในการประยุกต์หลักพุทธธรรมมาใช้ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างปี ๒๔๙๙ – ๒๕๐๗   ต่อมาในปี ๒๕๑๐ ธรรมจารีสังฆรักษิต  ได้ตั้งองค์กร Friends of the Western Buddhist Order (FWBO) ขึ้น   เพื่อเป็นศูนย์การศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามหลักธรรมมากกว่าการประกอบพิธีกรรม  หลังจากนั้น ธรรมจารีสังฆรักษิต ได้ส่งธรรมจารี  ชาวอังกฤษ  ชื่อ  โลกมิตรา  มายังประเทศอินเดีย  เพื่อดำเนินการให้การแนะนำพุทธธรรมและฟื้นฟูพระพุทธศาสนาร่วมกับชาวพุทธใหม่กลุ่มนี้    และ  เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ   ธรรมจารีโลกมิตรา  จึงได้ตั้งองค์กร  Trailokya Bauddha Mahasangha Sahayaka Gana (TBMSG) ขึ้น ในรัฐมหาราษฏร์ เมื่อปี ๒๕๓๑

            ภายใต้ TBMSG มีคณะทำงานหลายกลุ่ม หนึ่งในกลุ่มเหล่านั้นคือ กลุ่มธรรมกรานติ (Dhammakranti หรือ Dhamma Revolution) ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๔๔ โดยมีวัตถุประสงค์ ๔ ประการ คือ   

       ๑.เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติธรรมตามหลักไตรสิกขาคือ  ศีล  สมาธิ และปัญญา  ในชีวิตประจำวัน  

      ๒.เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งวางแผนในการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอภายในสมาชิกของกลุ่ม  

      ๓.เพื่อเผยแผ่พุทธธรรม โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรม และ แนะนำหลักพุทธธรรมให้แก่ผู้อื่น   และ    

    ๔.เพื่อเจริญกรุณาพรหมวิหาร โดยให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบทุกข์ภัย และ เด็กยากไร้ให้มีโอกาสได้รับการศึกษา เป็นต้น  

     การดำเนินงานของกลุ่มธรรมกรานติ มีลักษณะเป็นแบบเครือข่ายเชื่อมโยงกับชาวพุทธนานาชาติทั่วโลกผ่านทาง FWBO โดยคำขวัญในการทำงานของกลุ่มคือ เปลี่ยนแปลงตนเองและสังคม โดยการศึกษาปฏิบัติและเผยแผ่พุทธธรรม   ปัจจุบันกลุ่มธรรมกรานติ  มีสมาชิกในอินเดียจำนวนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ซึ่งเงื่อนไขในการเข้ากลุ่มคือ การปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะและปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกลุ่มข้างต้น   พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษที่กลุ่มจัดขึ้น เช่น การเข้าค่ายปฏิบัติธรรม   การธรรมรณรงค์   และ ธรรมยาตรา   เป็นต้น

             

หลักการและเหตุผล

            มนุษย์มีอิสรภาพในการเลือกดำเนินชีวิต และไม่ว่าจะเลือกการดำเนินชีวิตอย่างไรก็ตาม  มนุษย์ดำรงอยู่ในฐานะ ๒ ประการ คือ

ในฐานะสิ่งมีชีวิตอันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและในฐานะบุคคลผู้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของสังคม  ในฐานะสิ่งมีชีวิตนุษย์ประกอบด้วยกายและใจที่จะต้องดูแลและสามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ปัจเจกบุคคลกำหนดและเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือความพ้นทุกข์ได้ และ ในฐานะบุคคล  มนุษย์เป็นผู้ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพของสังคมและเป็นผู้มีส่วนกำหนดลักษณะตลอดจนเป็นผู้รับผลที่เกิดจากลักษณะของสังคมนั้น และยังสามารถพัฒนาให้สังคมมีสันติภาพที่ประกอบด้วยความเสมอภาค เสรีภาพ และ ภราดรภาพ เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาชีวิตของมนุษย์แต่ละคนให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสังคมได้อย่างสันติสุข

            มนุษย์กับธรรมชาติและสังคม จึงเป็นสิ่งเกี่ยวเนื่องและมีผลต่อกันและกัน มนุษย์ดีย่อมสร้างสังคมที่ดีขึ้นมา ในขณะเดียวกันสังคมที่ดีย่อมเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาชีวิตมนุษย์ให้ดีได้เช่นกัน รากฐานของสันติภาพของสังคมจึงได้แก่คุณภาพของมนุษย์เอง  ซึ่งคุณภาพที่จะนำไปสู่สันติภาพของสังคมมีองค์ประกอบ ๒ ประการ คือ ปัญญาและเมตตา โดยปัญญาจะทำให้มนุษย์รู้และเข้าใจธรรมชาติและสังคมตามเป็นจริงและสามารถอธิบายให้ผู้อื่นมีความรู้และเข้าใจ  พร้อมทั้งนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงได้   ในขณะที่เมตตาจะทำให้มนุษย์มีความปรารถนาดีต่อกันและใช้ความรู้ความเข้าใจที่มีนั้นสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อกัน ซึ่งความดีที่มีองค์ประกอบสองประการนี้  จะเป็นเครื่องประสานคนที่มีระดับความรู้ ความสามารถ โอกาส และทรัพย์ที่ต่างกัน ให้มีความรู้สึกและปฏิบัติต่อกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตและสังคมคือความสุขและสันติภาพได้เช่นเดียวกัน

            หลักในการพัฒนามนุษย์นี้พระพุทธเจ้า ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ได้ทรงค้นพบและสั่งสอนไว้เป็นเวลาผ่านมามากกว่าสองพันห้าร้อยปีแล้ว แต่ยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นตลอดประวัติศาสตร์แห่งการดำรงอยู่ของพระพุทธศาสนา พุทธธรรมจึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชีวิตและสังคมของมนุษย์ โดยมนุษย์ และ เพื่อมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าถึงได้ด้วยปัญญาของมนุษย์เอง ในกระบวนการพัฒนานั้นสิ่งแรกที่มนุษย์ต้องการคือกัลยาณมิตรที่สามารถแนะด้วยคำพูดและนำด้วยการกระทำตามหลักพุทธธรรมได้  ดังนั้นชาวพุทธที่ปรารถนาสันติสุขแก่มนุษยชาติ จึงควรพัฒนาปัญญาของตนให้เข้าถึงพุทธธรรมและพึงมีเมตตาแนะนำผู้อื่นให้มีโอกาสรับรู้ด้วย ส่วนผู้ฟังจะรับไปปฏิบัติหรือไม่ย่อมเป็นสิทธิของเขาเอง

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศอินเดียซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของพระพุทธศาสนานั้น ประชาชนโดยส่วนมากไม่รู้หลักพุทธธรรมด้วยสาเหตุหลายประการ  หนึ่งในสาเหตุเหล่านั้นคือ การขาดแคลนผู้มีความรู้พุทธธรรมและความสามารถในการแนะนำ ในขณะที่ผู้มีความรู้ความสามารถจำนวนหนึ่งที่ต้องการทำการแนะนำพุทธธรรมแบบเต็มเวลานั้น ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการดำรงชีพและในการดำเนินงาน จึงทำให้การเผยแผ่พุทธธรรมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร  ชาวพุทธนานาชาติได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้และได้ให้การสนับสนุนทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิด และกำลังทรัพย์ แต่ยังไม่เพียงพอ ต่อการเผยแผ่พุทธธรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  จึงจำเป็นต้องอาศัยความเสียสละจากผู้มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ต่อไป และ เพราะเหตุที่ประเทศไทยได้รับพระพุทธศาสนามาจากประเทศอินเดียและยังมีการรักษาคำสอนแบบดั้งเดิมไว้ได้  จึงควรที่ชาวพุทธไทยจะได้ตอบแทนคุณในฐานะกัลยาณมิตรต่อประเทศอินเดียโดยการสนับสนุนและเสริมสร้างให้มีการเผยแผ่พุทธธรรมบริสุทธิ์ที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบและพิธีกรรม  กลับคืนสู่มาตุภูมิแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อให้ชาวอินเดียได้มีโอกาสทราบและเลือกศึกษาปฏิบัติ