เข้าพรรษาเป็นวันสำคัญของพระเท่านั้นหรือ?

             

       

     วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น ซึ่งในปีนี้ "วันเข้าพรรษา" จะตรงกับวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

            “เข้าพรรษา” แปลว่า “พักฝน” หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไปกราบทูลพระพุทธเจ้า

            พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระคือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า “สัตตาหะ” หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด

            ระหว่างเดินทางก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตาม สมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลายๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า “วิหาร” แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่านครั้ง ถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า “อาราม” ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้
            อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องสักการบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

            ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของวันเข้าพรรษา  คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดให้วันเข้าพรรษาเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วันงดดื่มสุราแห่งชาติ ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2551 เพื่อส่งเสริมธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงามของชาวพุทธ ที่เมื่อถึงช่วงเวลาเข้าพรรษาตลอด 3 เดือน จะมีการตั้งสัจจะอธิษฐาน ลด ละ เลิก เหล้าเบียร์ และตั้งใจศึกษาปฏิบัติธรรม รักษาศีล ทั้งยังเป็นการส่งเสริมวิถีความพอเพียง ละ ลดเลิก อบายมุขและรายจ่ายฟุ่มเฟือย ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นการลดปัญหาความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม ความรุนแรงในครอบครัวและโรคเอดส์ ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เสียค่าใช้จ่ายจากความสูญเสียมากถึงปีละ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเครือข่ายองค์กรงดเหล้ากว่า 300 องค์กรทั่วประเทศ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ร่วมกันรณรงค์ในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ตั้งแต่ปี 2546 จนเกิดผลที่น่าพอใจ

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

                โดยในปี 2553 นี้ เป็นการรณรงค์ปีที่ 8 ของการดำเนินการ และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้กำหนดให้มีการรณรงค์ต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิด“เข้าพรรษา ชวนครอบครัวเลิกเหล้า” เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – วันที่ 23 ตุลาคม 2553 ประกอบกับได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 จึงนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่การรณรงค์สร้างจิตสำนึกทางสังคมจะร่วมกับการบังคับใช้กฎหมายไปด้วยกัน

            หรือว่าเทศกาลเข้าพรรษา จะเป็นเพียงเทศกาลเลิกเหล้า สำหรับชาวบ้านโดยทั่วไป