ตอนนี้เหมือนได้ยินคำพูด หรือ เรื่องราวที่ครูปลูกฝัง เริ่มอยู่รอบ ๆ ตัวหนูเองค่ะ บางครั้งก็สังเกตเห็นจากคำพูดของผู้คน บางครั้งก็สังเกตเห็นจากสิ่งที่เห็น จากผู้คนที่ไปสัมผัส ไม่ทราบว่ามันคืออะไรแต่กลับรู้สึก ณ ขณะนี้ว่า สิ่งที่ครูสอนมันอยู่รอบตัวหนูไปหมดเลยค่ะ

กราบสวัสดีค่ะครู

                ชีวิตช่วงนี้ ประชุม ประชุม และก็ประชุม ตื่นเช้ามาเหมือนใจอยากออกไปวิ่งออกกำลังกาย แต่ก็มีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องเข้ากรมให้เร็วขึ้น ครูค่ะ ดูเหมือนเป็นกิจวัตรที่ร่างกายมัน pop up บอกว่าได้เวลาออกกำลังกาย พอไม่ได้ออกร่างกายก็จะตอบสนองด้วยความอ่อนเพลียเร็วกว่าปกติ จะมีอาการคล้าย ๆ การเครียดง่ายขึ้น อย่างนี้ใช่ไหมค่ะ ที่ครูพูดเสมอ ๆ ว่าการออกกำลังกายช่วยให้จิตใจมั่นคงมากขึ้นได้

                เช้า ๆ เข้าไปกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แวะไปทักทายป้าอบที่สถาบันวิจัยสมุนไพร ความรู้สึกข้างในก็ยังเหมือนเดิม เหมือนไม่ได้ไปไหน แปลกจังเลยค่ะ ก็รู้สึกถึงความคุ้นเคย แต่ไม่อบอุ่นเหมือนตอนอยู่ขอนแก่น มารู้สึกก็ตอนที่เขียนบันทึกนี้นี่เองค่ะ ว่าในความคุ้นเคยที่เหมือนกันนั้นแตกต่างที่ใจอบอุ่นนี่เอง คุยกับท่านอยู่นานแล้วหนูก็แวะไปหาพี่ ๆที่เคยฝึกงานด้วย แล้วก็ด้วยความเนียนที่อาจารย์เคยถามเรื่องแหล่งฝึกงานของน้องเภสัชที่เรียนสาขาวิจัย ที่หาแหล่งฝึกยาก จึงลองเรียบ ๆ เคียง ๆให้ ซึ่งก็ถือว่าโอเค เป็นความเนียนที่แปลกมากค่ะครู อยู่ดี ๆ ก็แว๊บขึ้นมาเอง แล้วก็ลองทำดู

                หลังจากที่พี่มาด้วยกันส่งงานเสร็จ เราทั้งคู่ก็ไปเข้าประชุมที่โรงแรมรีชมอนด์ วันนี้ต้องมานั่งฟังเรื่องมาตรฐานห้องปฏิบัติการ มีท่านอธิบดีกรมมาเปิด ขณะที่ฟังท่านกล่าวเปิดงาน ใจหนูก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ท่านเรียก HiPPS ทั้งกรม มาคุยพร้อม ๆ กับคณะกรรมการ HiPPS หนูได้โอกาสสะท้อนภาพตามเส้นทางแห่งการเรียนรู้ และทุก ๆ คนที่เป็น HiPPS พร้อมจะสละหมวกใบนี้ ขออภัยนะคะครู ที่หนูไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ฟังตั้งแต่เมื่อวาน คำพูดของท่านเป็นคำพูดที่ใจหนูรู้สึกว่า

 

“แปลกจัง คล้ายกับคำพูดที่มักจะได้ยินจากปากครู เช่น ความงดงามของการมาเจอกัน ความงดงามของปัญหา”

 

แล้วหนูก็เกิดคำถามในใจว่า

 

“ทำไมช่วงนี้ได้ยินเรื่องราวที่ละเอียดอ่อน เกี่ยวกับใจ บ่อยจัง”

 

“รึว่า แท้ที่จริงแล้ว ทุกอย่างมันงดงามอย่างที่มันเป็น แต่ไม่เคยเห็นนะ”

 

ตอนนี้เหมือนได้ยินคำพูด หรือ เรื่องราวที่ครูปลูกฝัง เริ่มอยู่รอบ ๆ ตัวหนูเองค่ะ บางครั้งก็สังเกตเห็นจากคำพูดของผู้คน บางครั้งก็สังเกตเห็นจากสิ่งที่เห็น จากผู้คนที่ไปสัมผัส ไม่ทราบว่ามันคืออะไรแต่กลับรู้สึก ณ ขณะนี้ว่า สิ่งที่ครูสอนมันอยู่รอบตัวหนูไปหมดเลยค่ะ

 

ฟังบรรยายไปเรื่อย ๆ แล้วก็แว๊บ พบว่า ตนเองเป็นพวก

“ไม่พอดี”

 อืมคล้าย ๆ กับว่ามักจะตอบสนองสิ่ง ๆ นั้น มากเกินไป หรือไม่ก็ตอบสนองน้อยเกินไป โดยสถิติแล้วน้อยครั้งมาก ๆ ที่จะตอบสนองแบบพอดี ๆ

                จึงหยุดแล้วเขียนสิ่งที่เห็นลงสมุดจดทันทีพร้อมกับลูกศรเพื่ออธิบายตนเอง แล้วก็ระลึกว่า

 

“อย่างนี้รึเปล่านะที่ครูบอกว่า มันตกผลึก”

                ฟังบรรยายไปเรื่อย ๆ จนถึงเที่ยง ไปทานอาหาร คนเยอะมากค่ะ จึงไปหาของหวานทานก่อน แล้วก็ค่อย ๆ หาอย่างอื่นทาน ว่าจะลองทานอาหารญี่ปุ่นเสียหน่อย แต่คิวยาวเหลือเกิน จึงตักส้มตำมาทาน แล้วระลึกกับตนเองว่า

“เอ......แทัที่จริง ๆ เราก็มีธรรมชาติของตนเองอยู่ แต่ชอบทดลองไปเรื่อย จนบางทีก็ลืม ลืมความเป็นตนเอง เสียหมด คิดได้ดังนี้จึงลุกไปตักส้มตำเพิ่ม”

 

บ่าย ๆ เข้าฟังแบบแยกห้อง จึงเลือกฟังเกี่ยวกับงานเคมีวิเคราะห์ แต่ก็รู้สึกว่าฟังยาก เหมือนเป็นภาษาต่างดาวค่ะครู ก็นึกขึ้นได้ว่า

 

“ก็เป็นธรรมชาติของงานสาขานี้นะ ศัพท์เฉพาะเยอะ จึงอดทนตั้งใจฟังต่อไป”

 

แล้วบ่าย ๆ น้องเก๋แวะมาเอาหนังสือที่หนูตั้งใจจะมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว แต่ ของที่ส่งให้เด้งกลับ หนูจึงหิ้วมาเพื่อมอบให้เธอ การได้คุยสื่อสาร ทำให้เข้าใจในกันและกันมากขึ้นค่ะครู แล้วก็ไปเข้าฟังต่อ กว่าจะเลิกก็ห้าโมงครึ่ง

 

อ้อลืมเล่าไปอย่างคือ พ่อและแม่ท่านหาฤกษ์ให้ ออกรถได้วันพุธ ท่านโทรมาคุยตั้งแต่ตีห้า จนได้ข้อสรุป ว่าพรุ่งนี้พอกลับถึงขอนแก่นก็ให้ไปจัดการเรื่องรถให้เรียบร้อย ที่สำคัญก็มีงานเพิ่มคือ จากเดิมที่ปฏิเสธการไปเป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษาที่โรงเรียนที่เรียนตอนอยู่มัธยมในเช้าวันพฤหัสบดีก็ถูกปรับเปลี่ยนเพราะอย่างไรก็ขับรถกลับบ้านไปหาพ่อแม่อยู่แล้ว เพียงเพิ่มเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้รับโอกาสเข้าร่วม ตอบแทนพระคุณโรงเรียนที่จบมา เหมือนหลาย ๆ อย่างกระชับวงล้อมเข้ามามากเลยค่ะครู จากที่เมื่อก่อนแทบไม่ได้ทำอะไร ไม่มีอะไรทำ แต่ช่วงนี้ สิ่งที่จะทำช่างมากมาย กระชับวงล้อม จนต้องจัดตารางให้ตนเอง

แต่หนูจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ กลับมาถึงที่พัก เจอพี่ผู้หญิงท่านหนึ่งในลิฟท์ พี่ที่มากับหนูทักว่า

“ปวดท้องเหรอค่ะ”

 เพราะท่านยืนกุมท้องมาตลอด พี่ที่มากับหนูบอกพร้อมทั้งชี้มาที่หนูว่า

“นี่ไงหมอ”

 เสียงในใจหนูตอบว่า “ไม่ใช่หมอค่ะ” แต่ก็พร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

 

ท่านจึงบอกว่า ท้องเสียค่ะ ปวดมาก ๆ อาเจียนด้วย หนูจึงหันไปสังเกตสีหน้าท่านซีด แสดงความอ่อนเพลียและเจ็บปวด ท่านเล่าว่าไปซื้อยามาแล้ว หนูจึงขอดูเห็นยาหลายชนิด แต่ยังขาดเกลือแร่ ทราบข้อมูลว่าท่านมาคนเดียว หนูจึงเอ่ยอย่างจริงใจว่า

 “เดี๋ยวหนูไปซื้อยามาให้นะคะ อยู่ห้องอะไร”

ท่านบอกชื่อห้องว่า ๗๑๕ พอขึ้นไปที่ห้องตนเองหนูจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมออกไปวิ่งออกกำลังกาย และตั้งใจแวะซื้อยาให้ท่านก่อน ได้เกลือแร่ น้ำและยาดม เพราะหนูรู้สึกว่ายาที่ได้ไป เป็นเพียงยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวดเกร็งหน้าท้อง แต่ไม่มียาที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย เกลือแร่เป็นสิ่งจำเป็นมากในคนไข้ท้องเสีย

 

พอซื้อยามาได้หนูโทรไปที่ห้อง ๗๑๕ ไม่มีคนรับสาย จึงลงโทรมาที่ห้องพักตนเองมีพี่อีกท่านรับสายและสอบถามเบอร์ห้องซึ่งก็ตรงกับที่จำได้ หนูจึงลองขึ้นมาที่หน้าห้องที่พี่เขาแจ้งไว้ เจอกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนไว้หน้าห้อง ๗๑๕ ว่า

“ขอโทษทีค่ะ จำเบอร์ห้องผิด คนไข้ที่ท้องเสีย อยู่ห้อง ๗๑๖ ค่ะ”

 

หนูจึงลองเคาะห้อง ๗๑๖ สักพักท่านมาเปิดประตูหนูจึงอธิบายวิธีทานยา วิธีทานเกลือแร่ ท่านจึงถามว่าหนูพักที่ห้องอะไร หนูแจ้งท่านไป ท่านจึงขอเบอร์โทรศัพท์หนูไว้ หนูก็ให้ไป หนูถามเพิ่มเติมว่าทานข้าวรึยัง ท่านตอบว่า

“ทานบ้างแล้ว แต่ว่า “อาเจียนออกหมดแล้ว”

หนูจึงบอกว่า “เดี๋ยวแวะไปซื้อโจ๊กให้”

แล้วก็ทราบคร่าว ๆว่า พี่เขามาจาก สสจ.แพร่ มาประชุมที่กรมอนามัย พักที่นี่คนเดียว พึ่งกลับจากพัทยาและทานอาหารทะเลมา พอเสร็จแล้วหนูจึงไปวิ่งออกกำลังกายในกระทรวง

วิ่ง ๆ ไปรู้สึกผ่อนคลาย ลงใจมากเลยค่ะครูว่าการออกกำลังกายช่วยให้ใจผ่อนคลาย รู้สึกผ่อนคลาย แล้วก็พาพี่ที่พักด้วยกันไปทานข้าว แล้วก็แวะซื้อโจ๊กไปให้พี่ที่ห้อง ๗๑๖

ตามความเข้าใจของท่าน ท่านคิดว่าหนูเป็นหมอ ตอนเดิน ๆ ไป ตั้งใจว่าจะอธิบายว่า หนูไม่ใช่หมอ หนูเป็นเพียงคนที่เรียนจบจากคณะเภสัช แต่พอเห็นคนไข้

หนูก็นึกถึงคนไข้ก่อนจนลืมอธิบายว่า “หนูเป็นใคร” แล้วเราก็แยกกันไป

 

มานั่งนึกตอนนี้ หนูก็ไม่ได้ใช้ความเป็นเภสัชกร หรือ อะไร เพียงแค่ใช้หัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ที่รู้สึกเข้าใจว่า การมาป่วยในที่ ๆ ไม่มีใครดูแลเป็นอย่างไร และการที่หนูได้เจอท่าน เหมือนได้รับโอกาส แล้วหนูก็ตั้งใจทำ ทำอย่างเต็มที่  รู้ในตนเองเลยว่า ทำอย่างตั้งใจและไม่ต้องการอะไรตอบแทน   

กลับมาจึงมานั่งเก็บของเพื่อเตรียมเดินทางพรุ่งนี้แล้วก็มานั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ค่ะครู