ผมเป็นคนที่เชื่อในระบบพัฒนาคุณภาพ มองระบบนี้เป็นเครื่องมือพัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาสังคม ผมฝึกฝนตนเองให้มองภาพใหญ่ของระบบคุณภาพ มองเห็นคุณค่าที่แฝงฝังอยู่ข้างใน
เมื่อ สรพ. เชิญให้เขียนบทความ ๑ หน้า เอาไปเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ ผมจึงตั้งใจเขียนให้อย่างเต็มที่ ดังข้างล่าง
สรพ. กับการขับเคลื่อนกระบวนการคุณภาพของระบบสุขภาพในประเทศไทย
วิจารณ์ พานิช
ไม่ว่าระบบใดๆ ต่างก็ต้องการการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งระบบของงานบริการ การเปลี่ยนแปลงยิ่งสูง ระบบบริการสุขภาพเป็นงานบริการอย่างหนึ่ง จึงมีธรรมชาติต้องการการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด ที่เป็นมาตรการเชิงบวก คือ กระบวนการคุณภาพ
ประเทศไทยโชคดี ที่มีการริเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการคุณภาพของสถานบริการสุขภาพมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก คือดำเนินการมานานกว่า ๑๕ ปี โดยเริ่มต้นที่ สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) และต่อมาตั้งเป็น พรพ. (สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล) ที่อยู่ภายใต้ร่มของ สวรส. และวิวัฒนาการมาเป็น สรพ. (สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล) ที่เป็นองค์การมหาชน ในขณะนี้
ที่โชคดียิ่งกว่านั้น คือ พรพ. ดำเนินการโดยจับยุทธศาสตร์ถูกทาง คือเน้น “การพัฒนานำ การประเมินตาม” และเน้นการมีคณะบุคคลที่มีผู้ทรงคุณวุฒินอกสาขาสุขภาพมาร่วมเป็นกรรมการ แนวทางนี้ริเริ่มโดย ศ. นพ. ประเวศ วะสี, ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา (ผู้เป็นประธาน พรพ. ท่านเดียวของ พรพ. เป็นเวลา ๑๒ ปี), นพ. อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล, ตณะกรรมการ พรพ., และผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ พรพ. แนวทางนี้จะต้องดำเนินต่อไป แม้ในปัจจุบันคำว่า “พัฒนา” จะหายไปจากชื่อ สรพ. เสียแล้ว
ในช่วงเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมา วงการสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล ได้เข้าสู่แนวทางการดำเนินการแบบธุรกิจ ทั้งที่แสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไร สภาพเช่นนี้มีความเสี่ยงที่สาธารณชนจะมีความเชื่อถือไว้วางใจ (trust) ต่อฝ่ายผู้ให้บริการ ลดลง และหากประชาชนไม่เชื่อถือไว้วางใจหรือเชื่อมั่นต่อคุณภาพและคุณธรรมของบริการสุขภาพ ฝ่ายผู้ให้บริการนั้นเองจะเป็นฝ่านสูญเสีย ซึ่งที่จริงฝ่ายที่สูญเสียคือสังคมไทยทั้งสังคม
สังคมที่ผู้คนไม่ไว้วางใจกัน เป็นสังคมที่อ่อนแอ เสี่ยงต่อความแตกสลาย
สรพ. จึงต้องทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคุณภาพ ที่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่คือความไว้วางใจของผู้คนต่อระบบบริการสุขภาพ และเมื่อวางเป้าหมายเชิงคุณค่าเช่นนี้ สถานพยาบาลจึงเป็น “หุ้นส่วน” ของ สรพ. หรือจริงๆ แล้วควรมองกลับกัน คือ สรพ. เป็นหุ้นส่วนของสถานพยาบาล ในการสร้างความเชื่อถือเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบบริการสุขภาพ
สรพ. เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมทางของสถานพยาบาล ไม่ใช่ผู้คอยประเมินตรวจสอบหรือจับผิด
สังคมไทยเราโชคดีอย่างยิ่ง ที่ สรพ. ตั้งแต่สมัยเป็น พรพ. ทำงานขับเคลื่อนระบบคุณภาพโดยเน้น “จับถูก” ไม่หลงไปเน้นจับผิดอย่างกระบวนการคุณภาพของระบบอื่นบางระบบ ทำให้กระบวนการคุณภาพของสถานบริการสุขภาพไทยเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น ผ่านกระบวนการคุณภาพ เป็นกระบวนการปลุกมโนธรรมสำนึกของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ข้อพิสูจน์ต่อคำกล่าวหรือการตีความนี้คือความคึกคักและเรื่องราวที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันใน HA Forum ที่มีคนลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นเรือนหมื่น จนต้องจำกัดรับ
กระบวนการคุณภาพที่ประสานงานโดย สรพ. จึงเป็นกระบวนการคุณภาพเชิงบวก เชิงพัฒนา และเชิงขับเคลื่อนภาคีแนวร่วมด้วยเรื่องราวของความสำเร็จหรือการริเริ่มเล็กๆ ในสถานบริการ และด้วยนวัตกรรมด้านการพัฒนาคุณภาพซึ่งไม่เคยหยุดนิ่ง สรพ. ไม่เน้นการทำตัวเป็น “ผู้รู้ดี” กำหนดมาตรฐานให้ผู้อื่นทำตาม
นั่นคือ ระบบพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลของไทย เป็นระบบที่ร่วมกันพัฒนาโดยทุกฝ่ายในระบบ และดำเนินการอย่างเป็นพลวัตต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ไม่ใช่ระบบที่มีการกำหนดมาตรฐานหยุดนิ่งตายตัว ข้อพิสูจน์ของคำกล่าวนี้คือระบบ SHA ที่กำลังขับเคลื่อนกันอย่างคึกคักในขณะนี้
วิจารณ์ พานิช
๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓