มีครั้งหนึ่งที่ซ้อมเต้นกับคู่เต้นรำอยู่สโมสรนักศึกษา เราทั้งคู่เหมือนอยู่กันสองคน กับการเคลื่อนไหวไปบนฟลอร์ มองไม่เห็นใคร มีเพียงแค่เรา และการเต้น พอเพลงจบหันมา อ้าว หนูโดนขโมยกระเป๋าถือ ทั้งตังค์ กุญแจห้อง กุญแจรถ หายเรียบ อะ เป็นประสบการณ์ ความหยุดนิ่งที่แลกมาด้วย กระเป๋าถือหนึ่งใบและข้าวของภายใน

ต่อจาก

ค้นหาตนเอง ι Copy girl ตอนที่ 1 ดูละครแล้วย้อนดูตัว

ค้นหาตนเอง ι Copy girl ตอนที่ 2 ความสามารถหลากหลายแต่ได้มาจากการทุ่มเทเรียนรู้

 

วิถีชีวิตของหนูดำเนินไปเรื่อย ๆ ใฝ่ฝันอยากเป็นวิศวกรหญิง เพราะวัยเด็กเคยเห็นพ่อเป็น โฟแมน แม่เป็นกรรมกร จึงอยากเป็น วิศวกรโยธา มุ่งมั่นจนเอ็นทรานติดทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เลยว่า

“โยธาไม่รับผู้หญิง” 

แต่ด้วยโชคชะตาก็ทำให้สอบติดเภสัชศาสตร์ภาคพิเศษด้วย

ต้องมานั่งตัดสินใจว่า จะเรียนเภสัช หรือ เรียนวิศวกรดี  อะไรหลาย ๆ อย่างที่ครอบครัวปรารถนาให้เป็นเภสัชกร จึงตัดสินใจเรียนเภสัชกร เรียน ๆ เล่น ๆ ไม่ค่อย ตั้งใจ

ทำกิจกรรม ทำชมรมลีลาศ เรียนลีลาศ สอนลีลาศ จนจะเข้าแข่งระดับเขต แต่วันแข่งชนกับวันสอบ เลยอด

การเต้นดูจะเป็นอะไรที่อยู่ภายใน เพราะขณะที่เต้นเหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุน

มีครั้งหนึ่งที่ซ้อมเต้นกับคู่เต้นรำอยู่สโมสรนักศึกษา เราทั้งคู่เหมือนอยู่กันสองคน กับการเคลื่อนไหวไปบนฟลอร์ มองไม่เห็นใคร มีเพียงแค่เรา และการเต้น

พอเพลงจบหันมา

"อ้าว หนูโดนขโมยกระเป๋าถือ ทั้งตังค์ กุญแจห้อง กุญแจรถ หายเรียบ"

อะ เป็นประสบการณ์ ความหยุดนิ่งที่แลกมาด้วย กระเป๋าถือหนึ่งใบและข้าวของภายใน

 

ประมาณปีสามเทอมสองจับพลัดจับผลูมารู้จักอาจารย์ ได้ทำวิจัยด้านสมุนไพร  หนูก็ทำวิจัยแบบ “บ้าครั่ง” ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

เข้าห้อง Lab หกโมงเช้า แบบว่ามานอนรออาจารย์เปิดให้หน้าห้อง เลิก Lab ตีสอง หลัง ๆ อาจารย์ท่านเหนื่อย แบบว่าเห็นใจที่หนูมารอ ท่านจึงเอากุญแจห้องให้ชุดหนึ่ง

หนูทุ่มเท เรียนรู้ ทำวิจัยแบบงู ๆ ปลา ๆ จากไม่รู้เรื่องอะไร ไม่รู้จักการสกัด จนพอที่จะแยกสารบริสุทธิ์ และอ่านผล NMR ได้บ้าง

ผลงานก็ออกมาแบบมากมาย ไม่ใช่หนูเก่ง แต่อาจารย์ท่านเก่ง ท่านมอง ท่านสอน ท่าน ถ่ายทอด ปลูกฝังความรู้ หนูไม่ถึงขนาดเก่ง แค่พอไหว

แต่ได้นิสัยมากมายมาจากอาจารย์ ทั้งการมองชีวิต มองโลก ไม่อยากจะบอกเลยว่า

“แม้กระทั่งท่าเดิน ลีลาการพูดจา แบบว่า เหมือนท่านล้มทับมาเป๊ะ ๆ”

พึ่งมาเอะใจตอนหลัง

 

ครานี้มาเรียนรู้จากครู หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็ยังเลียนแบบครู ครานี้ชัดมาก ไม่ใช่พึ่งเป็น แต่เป็นมานานแล้วพึ่งเห็น ฮ่า ๆ

พอรู้แล้วมันไม่ตลกหน่ะซิค่ะ เพราะรู้สึกรับไม่ได้ว่า

 “ทำไมต้องไปเลียนแบบ”

ก็ใครจะชอบให้คนอื่นมาเลียนแบบเหนาะ ขนาดซีดี เขายังไม่อยากให้มีแผ่นก๊อปปี้เลย

คนโดนเลียนแบบก็เซ็ง

คนเลียนแบบก็เซ็ง

มานั่งมองย้อนถึง ณ ขณะนี้ เทียบกับ ซีรี่ที่ดูมานานแล้ว

ผนวกกับคำถามของพี่จำปีว่า

“แล้วพอใจอย่างที่เป็นไหม”

ก็ยอมรับว่า

“ยังไม่พอใจ ไม่ชอบด้วย กับการที่มักจะ ไปเนียน เอาวิธีของคนอื่นมาใช้เป็นของตนเอง แถมทำได้หลายอย่างหลายเรื่อง แทบไม่มีแก่นแท้ของตนเอง ตอนนี้เหมือนสภาวะยืนงง”

  

“ฉันเป็นใคร ฉันมีหน้าที่อะไรกันแน่นะ ฉันถูกส่งให้มาทำอะไร”

 

แต่ลึก ๆ ก็ดูเหมือนจะเริ่มเห็นแล้วว่า ตนเองเป็น Copy girl ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ดูมันจะเป็นธรรมชาติ เหมือนการได้ไปปฏิสัมพันธ์กับผู้คน หรือ ได้รับสิ่งเร้ามากระทบ จะเกิดการมองย้อนแล้วเข้าไปเห็นความสามารถอะไรบางอย่างภายในตนเอง ที่คล้ายกับสิ่งที่มากระทบ แล้วมันก็จะถูกดึงออกมาแสดงออกโดยอัตโนมัติ

ถ้ามองไม่ดีก็เหมือน “การแข่งขัน”

ถ้ามองให้ดี ๆ ก็เหมือน “การได้รับการถ่ายทอด”

สมองหนูไม่ช่างจำ เพราะหนูขี้ลืม แต่ใจหนูเก็บอะไรก็ไม่รู้ค่ะ มากมาย พอถูกสิ่งเร้ามากระทบ สิ่งเหล่านั้นก็จะสั่นสะเทือน แล้วก็โผล่แสดงออกมา

ณ ขณะนี้ขอเรียนรู้ตนเอง ในมุมนี้ไปก่อน แม้จะรับรู้ได้ว่า มีความรู้สึกไม่ชอบกับการที่เห็นตนเองเป็น Copy girl ก็ตาม