ต่อเนื่องจากบันทึก => ค้นหาตนเอง ι Copy girl ตอนที่ 1 ดูละครแล้วย้อนดูตัว
จากการมองย้อนในชีวิตตนเอง หนูทำอะไรได้บ้าง
ตอนอนุบาลชอบร้องเพลงประกวด ชอบเต้น ทั้งเซิ้ง ทั้งรำ ลูกทุ่ง หมอลำ ลูกกรุงเชิญขวัญ ขอให้บอก
ตอนประถม ติดคุณครูที่อยู่ตรงข้ามบ้าน ท่านเมตตาสอนให้เป็นนักร้องวงโปงลางของโรงเรียน ไป ๆมาก ๆ ก็หัดเล่นโปงลาง ดู ๆ ก็ สนุกดี แต่ก็ไม่เล่นจริงจัง เล่นได้เพลงเดียวก็เลิก เพราะคิดว่า เป็นสิ่งที่ผู้ชายเล่นไม่ใช่ผู้หญิง เล่น
ที่โรงเรียนมีวงศ์ดุรียางค์ ก็หัดเล่นตั้งแต่ เมโลดี้ หนิ๊งหน่อง เอ.......ไม่รู้เหมือนกันว่าภาษาทางการเขาเรียกอะไร รู้แต่ว่า เรียกกันง่าย ๆ ในวงว่า หนิงหน๊อง ตีกลองแต๊ก กลองใหญ่ แต่ยังไม่อาจหาญเล่นกลองชุดเพราะโรงเรียนไม่มีวงดนตรสากล
ที่เล่นควบคู่กันแบบลึกถึงใจก็คือ เล่นกีฬา หนูเริ่มตั้งแต่ วิ่งแข่ง มาเป็น วอลเล่บอล
นึกย้อนแล้วก็ยิ้มถึงความทุ่มเทของเด็ก ป.3 หนูลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายซ้อมตั้งแต่ตีสาม ปลูกเพื่อน ๆ ร่วมทีมที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ออกมาวิ่ง และซ้อมอันเดอร์บอล ตั้งแต่รุ่งเช้า เป็นประจำทุก ๆ ปีในช่วงจะเข้าแข่ง หนูเป็นหัวหน้าทีมมาตลอด ด้วยใจที่ทุ่มเท แม้จะมีแพ้มีชนะ แต่โดยส่วนใหญ่ก็ได้ชัยชนะมาตลอด ไม่ชนะในกีฬาก็ชนะใจตนเอง และเพื่อนร่วมทีมเพราะทุ่มเทจนถึงที่สุด
ช่วงกีฬาจะเป็นภาพขำ ๆ ว่า
ถือป้ายโรงเรียนตอนเช้า สาย ๆ มาวิ่ง บ่าย ๆ แข่งวอลเล่บอล มีอะไรให้เล่น หนูกวาดเรียบ ไม่ว่ากีฬาสี กีฬา โรงเรียน หรือ กีฬากลุ่ม เหมือนเป็นที่รู้กันว่า “ปล่อยมันเหอะ”
พอเรียนมัธยมย้ายโรงเรียนห่างจากเพื่อนเก่ามายี่สิบกิโลเมตร เหมือนมาเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ อย่างที่บอกความสามารถเดิมก็ยังอยู่
หนูตบวอลเล่บอลได้อย่างโดดเด่น แต่ก็มีกีฬาให้เล่นเพิ่มขึ้นคือ บาสเกตบอล ที่ว่าเริ่มใหม่เพราะว่าที่โรงเรียนเก่าไม่มีสนามบาส ครูจึงไม่ได้สอน เป็นอะไรใหม่ที่หนูทุ่มเท
"เพราะตั้งใจวัดศักยภาพตนเอง แบบเอาจริงเอาจัง” ว่าทำได้แค่ไหน ด้วยความเป็นคนตัวเล็ก แข็งแรงแต่คล่องตัว การจับวางลงห่วงด้วยความรวดเร็ว การกระโดดรับบอล ด้วยการเทคตัวของมือตบวอลเล่ย์บอล การรู้จังหวะการไหลของบอลจากพื้นฐานของนักวอลเล่บอล ดูจะช่วยหนุนการฝึกฝนบาสได้ไม่ยากเย็น แล้วก็ได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย เป็นตัวลักไก่
ไม่ว่ากีฬาระดับไหน ๆ ก็จะถูกพ่วงด้วยทั้งบาสและวอลเล่บอล ในช่วงเดียวกัน กลายเป็นว่า บางรายการเคยลงเล่น ในวันเดียวกันเกือบ ๆ ห้าแมท ทั้งวอลเล่บอล บาสเกตบอล และกี่ที กี่ที เขาก็บอกว่า “ไวเหมือนลิง” "ตบหนักยังกะผู้ชาย" อะ เอากะ เขาซิ
แต่ก็เคยรู้สึกผิดกับตนเองครั้งหนึ่งที่เล่นด้วยอารมณ์รุนแรงหมั่นไส้คนที่เล่นอยู่ฝั่งตรงข้าม ตบด้วยความตั้งใจให้อัดหน้าคนรับแบบเต็มแรง โดนเขาจัง ๆ
ยังรู้สึกผิดกับความชั่วในครั้งนั้นไม่หาย หลังจากวันนั้นเป็นจุดพลิกที่จากตบเอามันส์ ตบอัดคนเอาสะใจ กลายเป็นมาหัดเล่นแบบฉลาด ไม่ใช้แรงมาก แต่ใช้สมอง หาจุดว่าง ๆ หยอดเอาคะแนน อย่างว่าในความเลวร้ายก็มีบทเรียนที่งดงามซ่อนอยู่
เพราะเชื่อมั่นว่าเล่นเก่ง จึงไม่สนใจเรียน เล่นกีฬาอย่างเดียว ตั้งใจจะเป็นนักกีฬาทีมชาติ แต่แล้วก็บาดเจ็บ หัวไหล่หลุด หลุดแล้ว หลุด อีก ทำให้เริ่มท้อ แล้วค่อย ๆ ถอย หันมาสนใจเรียน
พอตั้งใจแล้วว่าจะเรียน กีฬาก็ถูกผ่อนลงโดยปริยาย จัดตารางเรียน ตารางอ่านหนังสือของตนเอง แบบไม่สนใจใครว่าเขาจะทำอย่างไร
เลิกเรียนปุ๊บนอน ตื่นมาประมาณสามสี่ทุ่มอาบน้ำ อ่านหนังสือ ถึงตีสอง นอนตื่นตีห้ามาอ่านหนังสือ จนสว่าง แล้วค่อยอาบน้ำไปโรงเรียน จากเด็กที่จะติด 0 คณิตศาตร์ (คะแนนรวมไม่ถึง 50 คะแนน) พอมาตั้งใจเรียน วิชาคณิตศาสตร์ก็ได้เกรด 4 (คะแนนมากกว่า 80 คะแนน) มาตลอดจนเรียนจบ เกรดเฉลี่ย ม.ต้นกับม.ปลายจึงต่างกันมาก ๆ
อะ อะ ตอนม.ต้นเป็นช่วงลุยกิจกรรม จึงได้มีโอกาสเรียน “ซอ”
เล่นทั้ง ซออู้ และซอด้วง แต่เล่นซออู้เป็นหลัก มันก็สนุกดี เป็นการเรียนซอแบบเด็กยากจน เพราะโรงเรียนมีซอจำกัด จะได้เล่นแค่วันละ 1-2 ชั่วโมง
หนูเป็นคนที่ทำอะไรแบบเรียกว่า “บ้า” ทำแบบทุ่มเท กลับบ้านก็ไปหัดดึงคันชักลม จินตนาการเอาว่า ไล่โน๊ตและดึงคันชักเหมือนเล่นซอจริง ๆ หลับตาดึงคันชักไปเรื่อย ๆ จนคล่อง พอถึงเวลาขึ้นเวทีก็เล่นได้ เหมือนมันอยู่ในหัวใจ
จนวันหนึ่งอยากเล่นต่อ อยากมีเป็นของตนเอง ขอแม่ซื้อ แต่ครอบครัวเรายากจน แม่จึงไม่ซื้อให้ หนูร้องไห้เสียใจ งอน จนเลิกเล่นซอไปเลย แต่เมื่อไหร่ที่ได้ยินเสียงดนตรีไทย ได้ยินเสียงซอ เหมือนโดนพลังงานบางอย่างดูดเข้าไป ฟังอย่างชื่นชมและซึมซับความละเมียดละมัย
เหมือนหนูใช้ชีวิตเรียนรู้แบบตามน้ำ ตอนไหนมีโอกาสได้เรียนรู้อะไรก็ทำเลย ไปเลย แล้วไม่มองหน้ามองหลัง ไม่สนว่าจะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เคยทำมาก่อนรึไม่ เพราะบางทีเบื่อ ๆ หนูก็ไปนั่งทอผ้า ทอเสื่อ ถักโคเช ถักเน็ตติ้ง เย็บหมอนขิด เย็บกระทง ทำบายสี กับ แม่ ๆ ในหมู่บ้าน ก็ทำได้นะ ชีวิตวัยเด็ก ดูจะเป็นการเรียนรู้เพื่อหวัง “คำชม” หล่อเลี้ยงเป็นกำลังใจ เพราะว่าทำอันไหนแล้วจะถูกชม หนูก็จะกระโจนไปทำทันที และก็ดูจะทำได้ดี เมื่อถึงสภาะวะนิ่ง ไม่ว่างานไหน ก็จะทำได้หมด มันนิ่งของมันเอง ไม่ได้จงใจให้นิ่งนะ
ไปต่อกันที่บันทึนี้เลยค่ะ => ค้นหาตนเอง ι Copy girl ตอนที่ 3