ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่ห่วงใย

....น้ำท่วมใครว่าดีกว่าฝนแล้ง พี่ว่าน้ำแห้งให้ฝนแล้งเสียยังอีกกว่า....

 ริมน้ำน่านเช้านี้

น้ำท่วมคราใดนึกถึงเพลงศรคีรี ศรีประจวบ ดังมาแว่วๆ

หลังฝนเทลงมา ๒ วัน จากที่แห้งแล้ง จนชาวนาไร่เดือดร้อน

แต่พอฝนมา ๒ วันเท่านั้น ชาวบ้านที่อยู่ลุ่มริมน้ำก็เดือดร้อนทันที

ด้วยมีน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนเสียหาย

หลังฝนตกมาตั้งแต่เย็นวันศุกร์เลยมาถึงวันอาทิตย์

สายวันอาทิตย์กัลยาณมิตรจากเมืองปัวก็โทรมาแจ้งว่าที่ อ.ปัว น้ำป่ากำลังไหลหลากท่วมบ้านให้ระวังด้วย

สายอีกหน่อย คุณพ่อก็แจ้งว่า ที่ อ.สองแคว และ อ.ท่าวังผา น้ำเริ่มท่วมบางพื้นที่

บ่ายๆ มีอีกหลายสายทั้งเตือนและสอบถามเรื่องน้ำท่วม

เย็นๆ ผมปั่นจักรยานไปดูน้ำริมตลิ่ง ก็เห็นน้ำเริ่มขึ้นมากพอสมควร แต่ก็ยังเบาใจว่าคงไม่มากเหมือนปี ๔๙

ค่ำหน่อยก็มีเพื่อนจากเชียงรายโทรมาถามเรื่องน้ำท่วม ว่าเห็นข่าวจากทีวี มที่บ้านเป็นไงบ้าง

จนสี่ทุ่มกว่าๆ ก็มีพี่ๆ น้องๆ จากฮักเมืองน่าน โทรมาแจ้งเตือนว่าน้ำกำลังขึ้น กำลังไปช่วยกันดูสัตว์เลี้ยงและข้าวของที่ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้

ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่ห่วงใย

เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดีจนเช้า ผมปั่นจักรยานไปดูริมน้ำอีกที น้ำขึ้นมาอีกมากเลย เกือบล้นตลิ่ง

นี่ถ้าน้ำมาอีกสักวันคงแย่แน่ๆ

ขณะที่เขียนบันทึกนี้ก็มีโทรศัพท์จากกัลยาณมิตรฮักเมืองน่านว่า น้ำกำลังทรงตัว แต่ดินอิ่มน้ำแล้ว ถ้าฝนเทมาอีกวันนให้นี้ก็ให้ระวังน้ำท่วมบ้านนี้ให้ดี

ขอบคุณทุกความห่วงใย

เพราะบ้านผมอยูที่ลุ่มและเป็นบ้านชั้นเดียว น้ำท่วมปี ๔๙ เสียหายพอสมควร แต่ก็ยังน้อยกว่าชาวบ้านอื่นๆ เพราะเราไม่มีสมบัติอะไร นอกจากหนังสือและรูปภาพเก่าๆ เท่านั้น

นี่อาจเป็นข้อดีของการไม่สะสมอะไรไว้กระมัง

ผมใคร่ครวญดูว่าฝนตกเพียง ๒ วัน น้ำก็ขึ้นขนาดนี้ แสดงว่าไม่มี่ป่าให้อุ้มน้ำ ชะลอน้ำเลยหรือนี่

หรือนี่คือเสียงเตือนจากฝากฟ้า

๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๓ น.

ภาพบ้านน้องซอมพอเมื่อครั้งน้ำท่วม เดือนสิงหาคม ปี ๔๙