คำแนะนำของอาจารย์กะปุ๋ม ได้เอ่ยถึงวิทยากรท่านแรกของห้อง Happiness R2Rว่า
เป็นคนตัวเล็ก ๆ ตัวเล็กรึเปล่าก็ไม่แน่ใจนะคะ เข้ามาหาดิฉันเมือสักสี่ปีก่อน บอกว่า
“พี่ ๆ หนูอยากทำวิจัยเป็น หนูจะทำยังไง"
ทีแรกเราจัด workshop R2R ของโรงพยาบาลแล้วเขาเข้าไปก็ไม่มีใครสนใจเขา แต่เขาก็ไม่รู้ ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเลยหล่ะค่ะ เขาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มาขอว่า
“พาทำวิจัยหน่อย”
เขาก็คาดหวังว่าเราจะสอนวิจัย แต่เราก็ไม่ได้สอนเขาหรอก
“หนูอยากทำเรื่องนี้ เรื่องนี้ค่ะ”
“เออ ทำเลย”
แล้วเขาก็หายไป
แล้วก็ถือเรื่องกลับมาอีก “นี่ ๆ”
“เออดี”
แล้วเขาก็หายไป
แล้ว เขาก็กลับมาอีก ปรากฏว่า เรื่อง ของเขาจากหนึ่งเรื่อง เป็นสองเรื่อง สามเรื่อง สี่เรื่อง ห้าเรื่อง
ทำวิจัยไม่เป็น ไม่มีความรู้ เขาต้องต่อสู้ อะไรบ้าง กับหลายสิ่งหลายอย่าง แต่พอตนเอง ทำได้ทำเป็นนะ ตาเขาจะเหลาะแหละ ๆ
อาจารย์กะปุ๋ม ทำท่าทางสอดส่ายสายตาประกอบคำพูด ผู้ร่วมประชุมยิ้ม
สอดส่ายเลยใครทำอะไรที่ไหน แล้วเขาก็ เข้าไปเชียร์ค่ะ
“นี่ ๆ พี่ พี่กำลังทำ R2R นะของพี่หน่ะเป็น R2R นะ”
เชียร์ตั้งแต่ฝ่ายสนับสนุนไปจนถึงแพทย์
หมอเขาบอกว่า “ผมไม่ได้ทำ R2R ผมทำขอซีเฉย ๆ”
เขาก็บอกว่า
“คุณหมอหน่ะ ทำ R2R ถ้าคุณหมอไม่ส่งเดี๋ยว ๆ หนูส่งให้”
เขาก็จัดการส่งเรื่องจน ของหมอก็ได้รางวัล
อย่างนี้ ก็เลยถามว่า “ทำ ทำไม”
ก็เลยตอบว่า
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ มันอยู่ในสายเลือดหนูแล้วหน่ะค่ะ”
คนตัวเล็ก ๆ เขาจบพยาบาลเทคนิคสองปี เรียนต่ออีกสองปีเป็นสี่ปี
พอทำไป๊ ทำไป ทำวิจัยไปตอนนี้ก็เข้าไปเรียนต่อปริญญาโท
ก็ทำไปของตนเองนั่นแหละ แต่ไม่ได้เคยคิดว่าตนเองทำไม่ได้
เขาเชื่อมั่นว่าเขาทำได้ น้องคนแรกก็น้องโย๋ค่ะ
ชลภัสสรณ์ค่ะ”
แล้วอาจารย์กะปุ๋มก็เล่าเรื่องอย่างเป็นกันเองว่า
มาจากสนาบินด้วยกัน บอกว่าเป็นเลขสิบ น้องเขาเลยบอกว่า
“ไม่ใช่เลขสิบพี่ หนึ่งจุด”
พร้อมกับการชี้นิ้ว บอกบุคคลแทนคำพูด อย่างเป็นกันเอง
อาจารย์กะปุ๋มเอ่ยอีกว่า
เมื่อเช้าไปซื้อกระเป๋าอาจารย์โกมาตร แล้วเขาบอกว่า
“ทำให้หนูรู้สึกว่า”
เขาเอามาหนีบอย่างนี้นะคะแล้วพูดว่า
“สาวยาคูล ฮ่า ๆ ๆ”
หลังจากเล่ามุข ขำ ๆ จบอาจารย์กะปุ๋มก็มอบเวทีให้ “นางเอก VCD”

ยืมรูปจากบันทึก => งานมหกรรม R2R ครั้งที่ 3 l เรื่องเล่ารายทางระหว่างงานวันที่สอง
น้ำเสียงทักทายอย่างเบิกบาน เอ่ยอย่างมั่นใจ พร้อม ๆ กับการกวัดแกว่งมือไม้จนวิทยากรข้าง ๆ ต้องแอบหลบ
ชื่อชลภัทรสรค่ะ วิวรรณพงษ์ เปลี่ยนชื่อค่ะ เขาก็เลยเขียนชื่อไม่ถูก
แต่ว่าชื่อนั้นสำคัญไฉน มันไม่เกี่ยวกับชื่อค่ะ
แต่ว่าวันนี้นี่ "ไม่ทราบว่าไปแลก VCD กันรึยังค่ะ"
"ใครมีใบประเมินในกระเป๋าเอาไปแลก CD ได้นะคะ"
“เฮ้ย เขาใช้งานมาเหรอนี่ ฮ่า ๆ”
อาจารย์กะปุ๋ม แซว ปนขำ ๆ
เปล่าค่ะก็คือเป็นความภูมิใจ เห็นมี CD ไงค่ะ
ตัวจริงกับ CD อันไหนใครสวยค่ะ
“ตัวจริง” เสียงตอบรับจากผู้ร่วมเวที อย่างสนุกสนาน
“นี่แหละค่ะตัวเป็น ๆ”
“เป็นศิษย์เอกของอาจารย์ค่ะ”
แต่ว่ากว่าจะได้มาถือกระเป๋าให้อาจารย์
ก็ฝ่าฟันมานี่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาสี่ปี
ชื่อเล่นชื่อน้องโย๋ สระโอ ยอยัก ไม้จัตวานะคะ
แต่ว่าจะมีหลายคนที่ส่งเมลล์มาให้จะเป็นน้องโหย สระโอ หอหีบ ยอยักษ์
ก็เลยเรียนว่า สระโอ ยอ ยัก ไม่จัตวาค่ะ
มันไม่เป็นภาษาไทย แต่ว่าเป็นศัพย์วัยรุ่นตอนปลายค่ะ
คำแนะนำตัวเองสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและภาคภูมิใจ เรียกรอยยิ้มและความตื้นตันใจของผู้ร่วมประชุม ประหนึ่งภาพการดูแลคนไข้ของเธอใน VCD ปรากฏขึ้นมาในใจแต่ละท่าน
แล้ววิทยากรก็เอ่ยขึ้นว่า
น้องโย๋นี่เป็นต้นแบบของคนที่มีความมุ่งมั่นไม่มีเงื่อนไข กับการลุกขึ้นมาทำสิ่งดี ๆ
ทุกอย่างมันไม่มีขีดจำกัด คิดทำไปทีละนิด ทำไปทีละหน่อย
คือ ทำไป เขาก็เกิดการเรียนรู้ไป ทำไปเขาก็เกิดการเรียนรู้ไป
จากที่ทำวิจัยไม่เป็น ตอนนี้เขาก็เริ่มทำวิทยานิพนธ์
การเริ่มต้นแบบนี้ในทัศนะของตนเอง มองว่า
เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะว่าเมื่อไหร่ เราเริ่มจะรู้ว่า เราอยู่ในระดับไหนระดับในที่นี่คือว่า ความรู้ความเข้าใจเรา แล้วเรากล้าเข้าไปเรียนรู้ มันจะทำให้เราเติบโต เป็นกระบวนการทางปัญญาที่เปี่ยมไปด้วย จิตใจ
สวัสดีครับ ได้ความคิดเท่ไปอีกแบบ ที่น่าทึ่ง ขอบคุณ
เห็นด้วยฮะ ต้องลงมือทำ สิ่งที่ได้มีแต่ข้อดีทั้งนั้นละครับ
ขอบพระคุณค่ะ นาย ธนา นนทพุทธ
พี่โย๋ เป็นอะไรที่ หัวเราะแบบมีสาระมาก ๆ เลยค่ะ
ใครอยู่ใกล้ ก็ ยังอยากจะอยู่ใกล้อีก
อยู่กับท่าน ขำ จนคางสั่น ฮ่า ๆ ๆ ๆ
ส่วนพี่ปุ๋ม การได้ฟังเรื่องราวจากท่าน
ได้ข้อคิด ในการดำเนินชีวิต เสมอ ๆ
แบบเนียน ๆ
ใช่แล้วค่ะคุณ ธนากฤช
กระบวนการเรียนรู้ที่พี่โย๋ ท่านมาเล่า ถึงพริก ถึงขิง ถึงใจ
ฟังไป ฮา ไป กันทั้งห้องทีเดียวค่ะ
สวัสดีค่ะ ได้อ่านหนังสือ เคล็ดไม่ลับ R2R ในเรื่องการศึกษาความรู้สึกของผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วสนใจมากเลยค่ะ
ไม่ทราบว่าจะหาอ่านฉบับเต็มได้จากที่ไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ