ขันธ์ 5 เป็นตัวตนหรือไม่มีตัวตน..?
ในท่ามกลางความมืดมิดที่เข้ามาเยือนอย่างช่วงเวลานี้เลยหันมาคิดถึงขันธ์ 5 คือตัวตนคนเราท่านนี้ละว่าแท้จริงแล้วคือเป็นสิ่งใด..? ด้วยคนเราคือทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปรากฏการณ์ หรือรูปนามหรือเป็นองค์รวมผลผลิตของสภาวะรูปธรรมและนามธรรมมาผสมกันอิงอาศัยกันและกันจึงเกิดมีขึ้น...
ด้วยทุกสิ่งล้วนล้วนมาจากเหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้นทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดเป็นอยู่อย่างอิสระด้วยตนเองเลยและสิ่งเหล่านั้นล้วนขึ้นตรงต่อกฎไตรลักษณ์และเป็นอนิจจัง ทักขัง และอนัตตา...
ดังนั้นเมื่อคนเราเกิดการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 และทางจิตใจนั้น ย่อมเกิดมุมคิดที่รู้สึกว่าตัวกูนี้ละเป็นผู้รับรู้ เมื่อเห็นรูปทางตาก็รู้สึกว่ากู( ท่านพุทธทาส ภิกขุมักใช้คำนี้คือ ตัวกูของกู )นี้ละเป็นผู้เห็น...ฯลฯ...ความรู้สึกอย่างนี้นับว่าเป็นสิ่งสามัญวิสัย ( common sence ) ทำให้เกิดจิตสำนึกว่าตัวกู เป็นผู้รับรู้
แต่เมื่อดูตามเป็นจริงแล้วตัวกูก็ไม่มี จะมีก็แต่สภาวธรรมเท่านั้นที่เป็นผู้รับรู้รับเห็น สภาวธรรมคือสังขารธรรมหรือธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา...แล้วใครละเป็นผู้รับรู้รับเห็น..?
ตอบว่า...สภาวธรรมที่เป็นรูปนามหรือวิญญาณยังไงละ...
มีกระบวนการณ์รับรู้อยู่ 6 ทางคือรับเห็นทางตา ( จักขุวิญญาณ ) รับฟังทางหู รับรู้ทางจมูก รับรู้ทางลิ้น รับรู้สัมผัสทางกาย และรับรู้สึกได้ทางจิตใจ..ทุกสิ่งล้วนเกิดมีขึ้นเป็นขึ้นอย่างมีกระบวนการทางวิญญาณ
ดังคำพระว่า...วิญญาณเป็นปฏิจฺจสมุปฺปนธรรม การเกิดขึ้นของวิญญาณเว้นปัจจัยเสียแล้วย่อมมีไม่ได้...
( พระไตรปิฎกเล่ม 12 ข้อ 440 )
ถามว่า...วิญญาณอิงอาศัยปัจจัยใดจึงเกิดมีขึ้น..?
ตอบว่า...วิญญาณอิงอาศัยตากระทบรูปจึงเกิดมีขึ้นเหมือนไฟอาศัยฟางเป็นเชื้อ จึงเกิดไฟไหม้ฟาง ไฟอาศัยแกลบ ( เปลือกข้าวแห้ง ) เป็นเชื้อจึงเกิดไฟแกลบ...
ในทำนองเดียวกันสามารถเชื่อมโยงได้ว่า...มหาภูตรูป 4 เป็นปัจจัยให้เกิดรูปขันธ์...ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา...สัญญา...สังขาร...และนามรูปเป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณขันธ์...
( พระไตรปิฎกเล่ม 17 ข้อ 187 )
นั้นคือเมื่อใดสรรพสิ่งมีเหตุมีปัจจัยมาผสมกันเข้าพร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมก่อเกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาให้เห็นเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ตามเหตุตามปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมา ไม่ใช่มีอยู่เป็นอยู่อย่างอิสระด้วยตัวมันเอง...
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตามหลักพุทธธรรมที่ว่า...ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นจึงตอบคำถาม...ขันธ์ 5 เป็นตัวตนหรือไม่มีตัวตน..?
โดยตอบว่า...ขันธ์ 5 เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนที่จะพึ่งพิงอิงอาศัยได้เลย
อย่างสายรุ้ง ก็มีเหตุมาจากละอองน้ำในอากาศ...มีแสงแดดสาดส่องมา...มีดวงตาคนเรามองขึ้นไปเห็น...ส่งผลให้คนเราเห็นเป็นสายรุ้งมี 7 สี ไม่นานช้าสายรุ้งก็จางหายไปนั้นแล.
Thanks for sharing insights.
There is a typo in the article where highlighted in red "...อนิจจัง ทักขัง และอนัตตา..."
The "Three Marks of Existence: anicca dukkha and anatta" (อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา) is the foundational observation that Buddhism (or Buddha's Teaching) arises in concordance.
['My' ;-) understanding is] "Things change. Clinging (holding on) to things gives rise to dukkha ('human' unsatisfactoriness). [By learning that] things are not 'independent' (or whole isolated entity but 'interdependent' existing on 'conditions') [we can understand 'our' existence].
Please note that 'my', 'our' and all other 'id' or 'ego' terms are 'plain talk terms' not to be upheld strongly!
สวัสดีค่ะ
สนใจน้ำมันมะพร้าวแล้ว จะหัดทำใช้เองหรือเปล่าค่ะ
นำสิ่งที่ไม่มีตัวตนมาฝากนะคะ
มาน้อมเรียนธรรมก่อนนอนครับท่านอาจารย์
This blog is quite valuable and is read by many students. Sooner or later, it will be reviewed. Less irregular typography would no doubt increase referencing to its content.
สิ่งสามัญ (common sence)
ไฟอาศัยแกลบ ( เปือกข้าวแห้ง )
Hi sr ,
Thanks for your comment, And I'm looking forward to your answer!...hi hi hi...
Best wishes,
umi
สวัสดีครับ คุณกานดา น้ำมันมะพร้าว
มีญาติอยู่สวนมะพร้าว และเริ่มทดลองทำ เพื่อดื่มเองละครับ คาดว่าวันหยุดสัปดาห์หน้าจะไปชิม...น้ำมันมะพร้าวครับผม...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณภูฟ้า
สนใจใฝ่เรียนรู้ดีจังนะครับผม
ขอบคุณครับ
Hi ไม่แสดงตน
Thanks for your comment,
All the best
umi
สวัสดีครับ คุณขจิต ฝอยทอง
วาว ๆ เดินสายไม่หยุดเลยหนาท่าน ดร. กามนิตหนุ่ม ( แซว ๆ )
...ดีครับ ๆ เป็นการทำงานเพื่อสังคมผู้คนชื่นชมนิยมไกล ๆ ...
ดีจังเจอเพื่อนพ้องน้องพี่ยูมิด้วยหนานี่...
ฝากความคิดถึงไปให้ ท่าน ดร. ทั้ง 2 นั้นด้วยเด้อ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ