คนคือใคร..?
สายฝนเทลงมาห่าใหญ่เลยละวันนี้ยามบ่าย ๆ และมีช่วงว่างเลยเข้ามาบันทึกเกี่ยวกับคำสอนทางพระพุทธศาสนาเถรวาทขอเล่าเรื่องคนก็แล้วกัน..
ในมุมมองทางชีววิทยาแบ่งสรรพสิ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ สิ่งไม่มีชีวิตและสิ่งมีชีวิต เรามุ่งไปในประเด็นสิ่งมีชีวิตแบ่งเป็น 2 อีกคือ พืชกับสัตว์ และคนเป็นกลุ่มสัตว์ เมื่อมองตามสภาวธรรมก็แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ รูปธรรมและนามธรรม คนเรามีน้ำหนัก...กินที่...มีค่าตัว...มีศักยภาพทางสมองสูงกว่าสัตว์อื่น ๆ
รูปธรรมหรือกายภาพ นั้นคือสิ่งที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มากระทบสัมผัสได้โดยตรงอย่างแสงสีเสียง ฯลฯ ถ้าเป็นโดยอ้อมก็อย่างสนามแม่เหล็ก...พลังงานทางกายภาพใด ๆ อย่างความร้อน เสียง ล้วนเป็นรูปธรรมเพราะสัมผัสได้
นามธรรมหรือจิตภาพ นั้นคือสิ่งสัมผัสไม่ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ต้องใช้นามคือจิตใจมาสัมผัสได้เท่านั้น ได้แก่ เวทนา ( รับ ) สัญญา ( จำ ) สังขาร ( คิดปรุงแต่ง ) และวิญญาณ ( รู้) และรูปกับนามมารวมกันเป็นขันธ์ 5 กลุ่ม คือ กลุ่มรูป กลุ่มเวทนา กลุ่มสัญญา กลุ่มสังขาร และกลุ่มวิญญาณ...
เมื่อมองหน้าที่ของแต่ละกลุ่มแล้วมีดังนี้
1 . กลุ่มรูป คือร่างกายนี้เป็นฐานค้ำจุนรูปและนาม
2 . กลุ่มเวทนา คือความรับรู้สึก เพลิดเพลิน เจ็บปวด เฉย ๆ ไปกับอารมณ์ทั้ง 6 มี แสงสี เสียง กลิ่น รส สัมผัส และรับรู้อารมณ์ทางจิตใจ
3 . กลุ่มสัญญา คือความจดจำได้หมายรู้มีสติดีจดจำในอารมณ์ทั้ง 6 ( ตามหมายเลข 2 ข้างบน)
4 . กลุ่มสังขาร คือสภาพปรุงแต่งคิดต่อเติมปรุงรสของวิญญาณให้เป็นฝ่ายดี ฝ่ายเลวหรือฝ่ายกลาง ๆ ( กุศล อกุศล และ อัพยากฤต )
5 . กลุ่มวิญญาณ คือตัวตนที่เข้าไปรับรู้ในอารมณ์ทั้ง 6 ( ตามหมายเลข 2 ข้างบน)...
ดังนั้นคนเราก็คือ องค์รวมอันเป็นผลผลิตของขันธ์ 5 ที่มาผสมกันแนบสนิทจนกลายเป็นตัวคนขึ้นมาให้สัมผัสจับต้องได้เหมือนการประกอบกันขึ้นของรถยนต์ยังไงละดังคำพระว่า...
เพราะคุมส่วนประกอบทั้งหลายเข้า จึงมีศัพท์เรียกว่ารถฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายมีอยู่ สมมุติว่าสัตว์มนุษย์จึงมีฉันนั้น...
( พระไตรปิฎกเล่ม 15 ข้อ 554 )
และคนก็คือเรา ๆ ท่าน ๆ หรือ รูปและนาม หรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือเอกภพหรืออิทัปปัจจยตาในคำบอกแจ้งของท่านพุทธทาส ภิกขุนั้นแล.
สวัสดีครับ อาจารย์umi
มาขอเรียนรู้สิ่งดีๆด้วยคนครับ
สวัสดีครับ คุณฤทธิชัย
วาว ๆ คือ ดร. ฤทธิชัย ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันคือพวกเราเคยอยู่ในเมืองพาราณสี อินตะระเดียมายังไงละ...อิ อิ อิ
มีอะไรที่ยังขาดตกก็เชิญต่อเติมได้นะครับผม...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์ umi
มาคราวนี้สติดีค่ะอาจารย์ ไม่น่าพลาดนะคะ ขอบคุณที่สร้างสรรผลงานดีๆมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อย่างมากที่สัมผัสได้คือช่วยกล่อมเกลาจิตใจ แวะมาทีไรก็สบายใจทุกทีค่ะ
สวัสดีครับ คุณยาย
...อิ อิ อิ...ทำให้นึกถึงคำที่ว่า...สติมาปัญญาเกิดนะครับผม...
ขอบคุณครับ