ในบันทึกตอนที่ 1 ทิ้งประเด็นไว้ว่า ถ้ามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวในตลาดสด พบกับคน 4 อาชีพ จะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

ในความเป็นจริง พี่ขจิตคงไม่มากินก๋วยเตี๋ยวในตลาดสดหรอก ไปทานในร้านที่สะอาดๆ ถูกสุขลักษณะอยู่แล้ว  คงแทบจะไม่ได้ไปหาอะไรทานในตลาดสดด้วยซ้ำ
ถ้าต้องไปเดินจ่ายตลาด คงให้แม่บ้านรับผิดชอบหน้าที่นี้ไปแทน

งั้นจบบันทึกนี้ดีกว่า ไม่เขียนต่อแล้ว??

. . .
กำลังติดพัน งั้นต่ออีกนิด

ในความเป็นจริง คนทั้ง 4 อาชีพดก็ไม่ได้ใช้ internet ไม่รู้จัก gotoknow เช่นกัน

นายบอนเห็นอาจารย์จบปริญญาเอกทางเคมี  สามารถให้คำปรึกษากับคนข้างบ้าน ช่วยวางแผน แก้ปัญหาหลายอย่างให้ได้

หลายคนมองว่า จบเคมี คงไม่รู้เรื่องอื่นมากนัก แต่พอมีโอกาสได้คุยด้วย ก็สามารถคุยได้ ตอบได้ ปรึกษาได้ หลายเรื่อง

จากประเด็นในตอนที่แล้ว
ประเด็นที่หยิบมาจากสิ่งที่ได้พบเห็น เมื่อนักศึกษาปริญญาเอกคนนั้น ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรกับคนทั้ง 4 อาชีพได้เลย

คนนั้น.. ไม่ต้องการเอ่ยนาม

1. ช่างซ่อมนาฬิกาปรึกษาว่า ตอนนี้มีลูกสาว 2 คน ทะเละกันบ่อยมากๆ ควรจะมีลูกอีกสักคนไหม?
2. แม่ค้าข้าวมันไก่ ปรึกษาว่า มีเงินแค่ 5000 จะเอาไปทำอะไรถึงจะคุ้มค่า
3. คนส่ง นสพ.ถามว่า ควรจะให้ลูกชายเรียนต่อคณะอะไรดี ถึงจะมีงานทำ
4. คนขาย CD ถามว่า ทำไมคนที่ได้รับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ไม่ได้เรียนปริญญาเอกจริงๆ ถึงรู้เรื่องมากกว่า เก่งกว่าคนที่เรียนปริญญาเอกจริงๆ

 

ท่านอื่นที่อ่านบันทึกนี้ จะให้คำตอบบ้างก็จะดีนะครับ น่าจะดีกว่าคำตอบที่นายบอนจะเขียนในบรรทัดถัดจากนี้.....

 

 

 

 

มี 4 คำถาม นักศึกษาปริญญาเอกหลายคนเห็นแล้ว อาจจะเดินหนี , คุยด้วย, แสดงความเห็นเท่าที่จะตอบได้ หรือเงียบไปเฉยๆ

ท่ามกลางความคาดหวังของผู้ตั้งคำถาม แต่การถ่ายทอด ให้คำแนะนำให้คนถามเข้าใจได้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากเช่นกัน เพราะหลายครั้ง คนพูด รู้เรื่องอยู่คนเดียว แต่คนฟัง ไม่รู้เรื่อง

นักศึกษาปริญญาเอกที่นายบอนเจอ ท่านไม่ตอบ อาจจะเป็นเพราะได้ยินประเด็นคำถามที่คนขาย CD ถาม อาจจะแทงใจดำก็ย่อมได้

หรือมีธุระต้องรีบไปทำ เลยไม่มีเวลามานั่งตอบ

เหลือบไปดูหัวข้อบันทึก หยิบศักยภาพของนักศึกษาปริญญาเอกมาใช้ประโยชน์ นั่นสิ จะใช้ประโยชน์ได้ยังไงบ้าง

อาจจะเป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ประโยชน์ในแวดวงวิชาการ หรือในหมู่คนคุ้นเคยเท่านั้นหรือ

ประเด็นนี้ มีคนตั้งคำถามฝากมานะครับ

คนที่มาตอบคำถามทั้ง 4 ข้อนั้น กลับเป็นพี่หมออนามัยของนายบอนเอง นักศึกษาปริญญาโทครับ

ข้อ 1 พี่เค้าตอบว่า มีลูกสาว 2 คน ชอบทะเลาะกัน ก็มีอีกคนสิ เด็กจะแบ่งฝ่ายกันทันที 2 คนแรกจะต้องเอาใจคนเล็ก เพื่อให้มาเป็นพวกด้วย  เพราะพี่หมออนามัยมีลูกสาว 3 คน จึงสังเกตเห็นในจุดนี้

ข้อ 2 พี่หมอบอกว่า เอาไปลงทุนส่งแหนมไปขายที่บ้านพี่หมอสิ กำลังต้องการพอดี ยังไงก็ได้กำไร
(ความหมายคือ มองดูกระแสความต้องการของผู้ซื้อ หรือ ลูกค้าให้ได้ อุปสงค์ อุปทานอยู่ตรงไหน ก็ตอบสนองในสิ่งนั้น)

ข้อ 3 พี่หมอบอกว่า อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเถอะ แต่ขอให้ตั้งใจ ขยัน ยังไงก็ไม่ตกงาน

ข้อ 4 พี่หมอบอกว่า เพราะคนที่ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ ได้ลงมือทำจริง ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ที่ใดมีปัญหา ปัญญาจะเกิด  ตอนไหนคิดไม่ออก ก็เก็บไปคิด ค้นคว้าหาทางแก้ จนได้ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ออกมา

เช่นเดียวกับในหลวง กับโครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งสามารถคิดออกมาได้เรื่อยๆ

 เป็นการหยิบศักยภาพออกมาแบบไม่มีขีดจำกัด….

 

หมายเหตุ ความจริงนายบอนว่าจะเขียนบันทึกเรื่องนี้เป็นตอนสุดท้าย
แต่เมื่อดูข้อคิดเห็นในบันทึก
หยิบศักยภาพของนักศึกษาปริญญาเอกมาใช้ประโยชน์ ; มองดูคุณขจิต ฝอยทอง

นายบอนคงจะต้องเขียนอีกตอนแล้วล่ะครับ