ประวัติของอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม
ชื่อของอำเภอบรบือมีลักษณะแปลกกว่าอำเภออื่นใดเพราะเป็นลักษณะเฉพาะไม่มีคำแปลหรือความหมายในพจนานุกรมฉบับใดทั้งสิ้น อันความเป็นมาของชื่อนี้จากผู้เฒ่าผู้แก่ และตามตำนานโบราณกล่าวไว้ว่า ในสมัยก่อนมีควายประหลาดตัวหนึ่ง เป็นความตัวผู้มีรูปร่างสูงใหญ่โตกว่าควายทั้งปวง มีนิสัยดุร้ายเที่ยวไล่ขวิดวัวควายและผู้คนทั่วไป ได้มาอาศัยอยู่บริเวณหนองบ่อและทำการขวิดดินจนกระทั่งเป็นโนนหนองบ่อในปัจจุบัน ชาวบ้านทราบก็ได้ทำการตามเพื่อไล่จับ บ้างก็มีหอก ดาบ แหลน หลาว เมื่อมาถึงบริเวณหนองบ่อไม่พบควายเปลี่ยวตัวดังกล่าวแต่อย่างใด จึงได้สอบถามชาวบ้านว่าควายหนีไปทางได๋(ไปทางไหน) ชาวบ้านบอกว่าไปบ้านกำพี้(กำ คือด้านหรือทิศทาง,พี้ คือ นี้หรือทิศนี้) ตามที่ชาวบ้านชี้บอกมาก็คือ(บ้านกำพี้ ตำบลกำพี้ในปัจจุบัน) ชาวบ้านที่ตามควายมาทันที่บ้านหนองตุ จึงทำการยิงควายเปลี่ยวตัวนั้นแต่ก็ไม่สามารถยับยั้งควายตัวนั้นได้ คำว่า
“ตุ”ลักษณะของการกระทบเบา ๆ ผลปรากฏว่าการติดตามควายเปลี่ยวโดยใช้ปืนยิงทำให้ดินปืนหมด จึงทำการบดมาด(มาด คือ กำมะถัน)ที่บ้านหนองบัว บ้านนั้นก็เลยเรียกว่าบ้านบัวบดมาด หรือบ้านบัวมาศในปัจจุบัน และบางพวกก็เลยไปหาน้ำที่ลำห้วยยาง และตัดไม้มาทำหลาวแหลนและหอก ห้วยนี้จึงไดชื่อว่าห้วยคันหอก(คัน คือ ด้าม)และได้พากันติดตามควายเปลี่ยวไปทันกันที่บ้านโนนทันที่บ้านโนนทันในปัจจุบัน ห้วยและหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ในเขตปกครองตำบลบัวมาศ ควายร้ายตัวนี้ยังคงหนีได้ต่อไปอีกชาวบ้านได้ติดตามต่อไปอีกและได้มาพบควายตัวนี้ที่บริเวณหนองบ่อซึ่งควายกำลังขวิดดินอยู่ไม่ได้ระวังตัวชาวบ้านจึงได้ใช้ปืนยิงถูกที่สายบือควายเปลี่ยวตัวนี้จึงได้วิ่งหนีชาวบ้านต่อไปอีกทั้งที่บาดเจ็บที่สะดือจนกระทั่งชาวบ้านตามไปพบควายซึ่งได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในป่า จึงช่วยกันล่ามไว้ในโคกทางด้านทิศเหนือของอำเภอบรบือหลังจากที่ชาวบ้านจับควายเปลี่ยวตัวดังกล่าวได้แล้วและก็ล่ามไว้ ชาวบ้านก็นอนหลับพักผ่อนหลับนอนเนื่องจากความเมื่อยล้า ทุกคนจึงหลับไป ตื่นแต่เช้าขึ้นมาก็ไม่พบควายเปลี่ยวที่ล่ามไว้หายไปไหน จึงได้พากันติดตามอีกจนพบว่าควายเปลี่ยวตัวนั้นได้หลบหนีมาทิศเหนือและได้พบควายนอนตายที่บริเวณบึ่งแห่งหนึ่ง ทำให้บึงแห่งนั้นเกิดกลิ่นเหม็น “กุย”(กุย หมายความว่า กลิ่นคาวเลือด) จึงได้ชื่อว่า”บึงกุย”(ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอโกสุมพิสัย ชื่อว่า บึงกุย) โดยสรุปแล้วชื่ออำเภอบรบือ มีที่มาจากตำนาน 2 ประการ
1. สายบือ (สะดือ) ชาวบ้านยิงควายถูกสายบือหลุดที่หนองบ่อ จึงเรียกว่า “บ่อสายบือ”
2. กระบือ(ควาย) ควายได้ขวิดดินโนนหนองบ่อ จึงเรียกว่า “บ่อระบือ”ระบือ(เลื่องลือ) ในบริเวณหนองบ่อนี้ได้พากันขูดเอาดินเค็มมาทำการกรอง กลายเป็นน้ำเค็มและทำการต้มเป็นเกลือสินเธาว์ที่ขึ้นชื่อลือชา โดยชาวบ้านใกล้เคียงและชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลจะนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนเกลือไปบริโภค จนมีชื่อระบือไกล จึงเรียกว่า “บ่อระบือ”
เพื่อนๆที่ผ่านไปผ่านมาโคราช กทม. ก็เชิญแวะที่พักผ่อนที่บ้านได้นะคะ..ยินดีต้อนรับค่ะ
ดีมากเลยได้ทราบที่มา ประวัติศาสตร์ชุมชน ชื่อบ้านนามเมือง
เจริญพร