ปกติตนเองมักจะได้รับหน้าที่เป็นคนจดบันทึกต่างๆ อยู่ตลอดเวลา (อยู่หลังห้องตลอด) จนรู้สึกว่าอยากเป็น "คุณอำนวย" หรือผู้ดำเนินรายการบ้าง แต่ workshop ครั้งนี้ทำให้ตนเองรู้สึกว่า "คุณลิขิต" มีคุณค่ามาก

          หลายครั้งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสจัด workshop เสริมทักษะการเป็น "คุณลิขิต" เพื่อบันทึกความรู้ปฏิบัติ (Tacit Knowledge)  ก็พบว่าส่วนใหญ่คนเราไม่ชอบเป็นผู้จดบันทึกเท่าไรนัก (เพราะชอบพูดมากกว่า)  แต่ workshop ทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นความสำคัญของการเป็น "คุณลิขิต" มากขึ้นจากการลองฝึกเป็น "คุณลิขิต" จึงทำให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนตนเองและสะท้อนออกมาเองว่า "การจดบันทึกต้องมีทักษะหลายด้าน เช่น ต้องมีการฟังที่ดี  คิดเชื่อมโยงดี  เขียนดี เก็บเนื้อหาครบถ้วนไม่เสริม เติม แต่ง และควรมีพื้นความรู้ในเรื่องที่จะบันทึกด้วย ไม่เช่นนั้นจะบันทึกผิดพลาด คลาดเคลื่อนไป... และที่ผ่านมาเรามักให้เด็กใหม่เป็นผู้จดบันทึกสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะรายงานการประชุม... แล้วเด็กพวกนั้นเค้าจดอะไรมาให้เราเนี่ย???"

         เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๓ ก.ค. ที่ผ่านมาผู้เขียนและคุณนภินทร ณ สคส. ได้จัด workshop ให้ทีม "คุณลิขิต" จำนวน ๓๐ คน ของ โครงการสนับสนุนการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยระดับประเทศ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่จะทำหน้าที่บันทึกเรื่องเล่าในห้องย่อยต่างๆ ในงาน "เครือข่าย R2R ก้าวไกล สาธารณสุขไทย ก้าวหน้า” วันที่ ๑๔ - ๑๖ ก.ค. ๕๓  ถือว่าเป็น workshop ที่เข้มข้นเอาการ (ใช้เวลา ๒ วัน ๑ คืน ถือเป็น workshop ฉบับเร่งรัดก็ว่าได้) เพราะฝึกทักษะแล้วต้องนำไปใช้ทันทีในวันรุ่งขึ้น ซึ่งผู้เขียนก็ได้มีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์และให้กำลังใจผู้เข้าร่วมในการไปทำหน้าที่เป็น "คุณลิขิต" ในงาน (๑๔ ก.ค.) ด้วย ว่าแต่ละคนมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรในการจดบันทึกที่ผู้เขียนพอจะช่วยได้บ้าง  ซึ่งทีม "คุณลิขิต" สะท้อนว่า ปัญหาหรือทักษะสำคัญของการเป็น "คุณลิขิต" ในห้องย่อยนี้คือต้องจดบันทึกให้เร็ว จดให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำไปเขียนเรียบเรียงและให้ข้อสังเกตต่างๆ ต่างที่เรียนมาได้

         สำหรับความประทับใจและสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการจัด workshop และได้เข้าร่วมสังเกตการทำหน้าที่ของ "คุณลิขิต" ในงาน R2R ครั้งนี้คือ

          ความประทับใจ :

          ๑. ทีม "คุณลิขิต" มีความตั้งใจสูง (จนบางครั้งดูกังวลเพราะเกรงว่าจะทำหน้าที่ไม่ดีพอ) 

          ๒. "คุณลิขิต" เห็นคุณค่าในตนเองโดยมีท่านหนึ่งสะท้อนว่า "ปกติตนเองมักจะได้รับหน้าที่เป็นคนจดบันทึกต่างๆ อยู่ตลอดเวลา (อยู่หลังห้องตลอด) จนรู้สึกว่าอยากเป็น "คุณอำนวย" หรือผู้ดำเนินรายการบ้าง  แต่ workshop ครั้งนี้ทำให้ตนเองรู้สึกว่า "คุณลิขิต" มีคุณค่ามาก ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนจดเรื่องราวไปเรื่อยเปื่อย แต่ "คุณลิขิต" ต้องรู้ว่า Tacit อยู่ตรงไหนแล้วเขียนให้ชัดเจน หาปัจจัยความสำเร็จ และให้ข้อสังเกตต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่าน  ผู้จัดงาน  หรือผู้เล่า นำไปพัฒนางานต่อไป"

         สิ่งที่ได้เรียนรู้ :

         ๑. การจัด workshop การเป็น "คุณลิขิต" สำหรับ ๓๐ คน ภายใน ๒ วัน ๑ คืน นี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมเครียดเกินไป  การจัดครั้งต่อไปสำหรับ ๓๐ คน ควรจัด ๓ วัน  ในขณะที่ ๒๐ คน สามารถจัด ๒ วันได้

        ๒. การที่ "คุณลิขิต" จะบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในห้องย่อยได้ครบถ้วน  จำเป็นต้องมีพื้นที่และอุปกรณ์ช่วยในการบันทึกด้วย  เช่น

         - อย่างน้อยในห้องย่อยควรมี โต๊ะ เก้าอี้ ที่จัดให้ "คุณลิขิต" ทำหน้าที่บันทึกได้สะดวก 

        - มีกระดาษ  ดินสอ   ปากกา ที่เพียงพอสำหรับการจดบันทึก

        - มีเครื่องบันทึกเสียง เพื่อช่วยทวนซ้ำในช่วงที่ "คุณลิขิต" บันทึกไม่ทัน

       - ให้เวลา "คุณลิขิต" ในการเรียบเรียงข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนส่งให้ผู้จัดงานส่วนกลาง เพราะการให้คนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในห้องย่อยนั้นเป็นผู้เรียบเรียงหรือ Edit ย่อมไม่ดีเท่า "คุณลิขิต" ในห้องย่อย

 

บันทึกนี้ขอจบไว้เพียงเท่านี้นะคะ..

UraiMan