เพื่อให้สังคมวิชาการไทยเข้าไปแนบแน่นกับชีวิตจริงของผู้คนทุกภาคส่วนของสังคม   จึงต้องสร้างวิชาการสายใหม่ขึ้นมา เรียกว่า วิชาการสายรับใช้สังคมไทย   คู่ขนานและ synergy กับวิชาการสายเดิมที่มีอยู่แล้ว ที่อาจเรียกว่าวิชาการสายนานาชาติ 

          ความท้าทายคือ เราต้องช่วยกันทำให้ วิชาการสายรับใช้สังคมไทย มีคุณภาพ มีความแม่นยำน่าเชื่อถือ เท่าเทียมกับวิชาการสายนานาชาติ   ต้องไม่ให้วิชาการสายรับใช้สังคมไทย เป็นวิชาการชั้น ๒   เมื่อเทียบกับวิชาการสายนานาชาติ

          วิชาการสายรับใช้สังคมไทย มีลักษณะพิเศษคือ สร้างวิชาความรู้ขึ้นจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมไทย   เน้นวิชาการแบบที่เรียกว่า translational research   หรือ action research  หรือ applied research 

          ผมเคยเขียนเรื่องวารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทยไว้ที่นี่   เป็นความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ ๑๐ ปีมาแล้ว   และหลังจากได้รับความสะเทือนใจจากเหตุการณ์เมษา-พฤษภา ๕๓   ได้เขียนบันทึกความมุ่งมั่นของตนเองไว้ที่นี่    ตอนนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น   ว่าควรจะทำวารสารแนวใหม่ ที่ใช้พลังของ ICT เข้ามาช่วย   คือเป็น online journal โดยมี PLoS เป็นตัวอย่าง   คือเป็นวารสารที่เปิดให้อ่านได้ทั่วไป (open access)   แต่มีระบบตรวจสอบต้นฉบับที่เข้มงาดและทำอย่างมืออาชีพ

           โปรดลองอ่าน publication เรื่องนี้ใน PLoSMedicine   จะสังเกตเห็นว่าบทความมี ๓ ตอน คือ Abstract, Editor’s Summary, และบทความฉบับเต็ม   โดยมีการตีพิมพ์แบบใช้พลังของ ICT ให้ความสะดวกในการอ่านและการติดตามไปค้นคว้าต่ออย่างเต็มที่   คือมี link เต็มไปหมด   เช่นเมื่อตาม ลิ้งค์ ของ ref. 1 ไปก็จะได้บทความที่อ้างถึงที่นี่   และจะเห็นด้วยว่ามีใครบ้างที่อ้างอิง ref. 1 นั้น   แถมยังมี ลิ้งค์ ไปยังบทความที่อ้างอิงนั้นอีกด้วย ที่นี่ เสียแต่ว่าส่วนนี้เขาต้องให้เราเสียเงินจึงจะได้อ่าน  

          จะเห็นว่า การตีพิมพ์ ออนไลน์ ในปัจจุบัน กระตุ้นการสื่อสารแลกเปลี่ยนทางวิชาการได้ดีกว่า และเร็วกว่าการตีพิมพ์ในกระดาษสมัยก่อนอย่างมากมาย   แต่ก็ต้องมีการลงแรง และมีกองบรรณาธิการที่มีทั้งทักษะในการทำวารสาร ออนไลน์ ชนิดคุณภาพสูง   และมีความรู้เชิงสาระด้านนั้นๆ ด้วย   ดังจะเห็นว่ากองบรรณาธิการเขาทำบทสรุปของบรรณาธิการให้ด้วย   รวมทั้ง บริการลิ้งค์ไปค้นเรื่องที่เกี่ยวโยงมากมาย   เป็นการสนองความต้องการของผู้อ่านยุค IT ที่ต้องการความสะดวกให้มาอยู่ที่ปลายนิ้ว   คลิ้กเดียว รอนาทีเดียว ก็ได้มาดั่งใจ

          ผมมองว่า สกอ. น่าจะตั้งคณะทำงานที่มีทักษะและรักด้านการทำวารสาร ออนไลน์ ขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อศึกษา Public Library of Science   ว่าเขาทำงานอย่างไร เลี้ยงตัวได้อย่างไรในฐานะ non-profit organization   เพื่อหาทางนำมาใช้คิดระบบวารสารวิชาการรับใช้สังคมไทยที่ตีพิมพ์ ออนไลน์ และเข้มแข็งคล้ายคลึงกัน   คณะทำงานนี้มีหน้าที่ศึกษาวิธีการจัดทำวารสารวิชาการออนไลน์คุณภาพสูง    และให้ข้อเสนอแนะวิธีทำงาน   รวมทั้งเสนอแนะตัวบุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาร่วมรับผิดชอบงานนี้ให้แก่ประเทศไทย 

          หลักการแรก อย่าใช้ระบบราชการในการจัดตั้งวารสารนี้   ให้ตั้งเป็น non-profit organization โดยในเบื้องแรก สกอ. สนับสนุนเงิน ๕ – ๑๐ ปี   มีการตั้งคณะกรรมการ steering ประมาณ ๑๐ คน   ที่หลีกเลี่ยงการเป็นตัวแทนสถาบันหรือสาขาวิชาการ   หลีกเลี่ยงการเล่นการเมืองไม่ว่าในรูปแบบใด   เน้น quality, competence, efficacy, และ service อย่างมืออาชีพ   หากเป็นไปได้ทีมงานของคณะทำงานน่าจะไปดูงานที่ Public Library of Science   และน่าจะขอความร่วมมือจาก Fullbright หรือสถานทูตอเมริกัน ขอผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกับทีมคณะจัดทำวารสาร เป็นเวลาสัก ๑ ปี

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ก.ค. ๕๓