ไม่น่าเชื่อ.....ชายหนุ่มวัย 29 ปี ที่ยืนยู่ตรงหน้าฉัน คือหลานชายที่ เมื่อ 20กว่าปีก่อน เขาเกือบไม่ได้ลืมตามาดูโลก  และเกือบเป็นเหมือนพืชชนิดหนึ่ง ที่ฉันเคยได้รับคำถามว่า "อะไรเอ่ย ลูกฆ่าแม่"  คำตอบก็คือกล้วย 

      16 กรกฎาคม 2524  ขณะนั้นฉันอายุ ประมาณ 14 ย่าง 15 ปี กำลังเรียนระดับมัธยมปลายในตัวเมืองจังหวัดสงขลา  ปิดภาคเรียนครั้งคราใดก็มักจะกลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่พี่น้อง

       ณ วันดังกล่าว ฉันได้รับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ จนฉันมิอาจลืม ทุกอย่างยังจำติดตา และฝังใจ เด็กทารกน้อยคนหนึ่งกำลังจะคลอดออกจากครรภ์มารดา  ด้วยหมอตำแย ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะได้คลอดกับคุณหมอที่โรงพยาบาลมากกว่า ทารกคนนั้นคือ "น้องบอย"

       เนื่องจากน้องบอยเป็นลูกคนแรกของคุณแม่ ที่เราเรียกกันว่า "ท้องสาว" สมัยนั้นแถวบ้านนอกคอกนา ยังไว้ใจและยินดีที่จะฝากชีวิตแม่และลูกน้อยกับหมอตำแย แม่ของน้องบอยซึ่งเป็นพี่สาวของฉัน เจ็บท้องคลอดนอนครวญครางแทบจะขาดใจ หมอตำแยก็สั่งการให้คนโน้นคนนี้ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ คนที่สาละวนมากก็เห็นจะเป็นฉัน ซึ่งคอยทำตามคำสั่งของหมอตำแย  โดยเฉพาะการต้มน้ำร้อน มันดูวุ่นวายไปหมด ท่ามกลางความตื่นตระหนก กลัว ของฉัน เพราะสมัยนั้นมีคนตายเนื่องจากการคลอดลูก ที่เรียกว่า "ตายทั้งกลม" อยู่บ้างเหมือนกัน เวลาผ่านไปเกือบเต็มวัน  แม่ของน้องบอยก็ยังไม่สามารถคลอดน้องบอยออกมาได้

        กระทั่งปราชญ์ชาวบ้านท่านหนึ่ง มาพิจารณาลักษณะของบ้าน และลงความเห็นตามความเชื่อของคนสมัยก่อนว่า ที่คลอดไม่ออก เป็นเพราะที่บ้านสร้างด้วยไม้ขัดกัน  จึงต้องย้ายแม่น้องบอยไปคลอดที่บ้านฉันแทน ซึ่งก็นานมากกว่าจะคลอดได้ มันเป็นสภาพที่ยากจะบรรยาย แต่ฉันก็ยังจำติดตา ถึงภาพที่ทารกน้อยโผล่ศีรษะมาคาอยู่ที่ช่องคลอดของผู้เป็นแม่ โดยที่หมอตำแยไม่สามารถจะช่วยอะไรได้นอกจากเร่งให้แม่เบ่งท้องคลอด

        ทารกน้อยคนนั้น ณ วันนี้ เป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างของน้อง ๆ หลาน ๆ น้องบอยเรียนจบระดับปริญญาโท  มีหน้าที่การงานก้าวหน้ามั่นคง เป็นอาจารย์สถาบันราชภัฎเพชรบุรี 

        ความสำเร็จในชีวิต  ความก้าวหน้าของหน้าที่การงาน เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันภาคภูมิใจ ชื่นชม มากกว่าสิ่งเหล่านี้นั่นก็คือ  น้องบอยเป็นคนดี ไม่ว่าจะในบทบาทใด เป็นลูกที่น่ารักของพ่อแม่  เมื่อจบปริญญาโท มีงานทำแล้ว น้องบอยก็เข้าพิธีอุปสมบท 1 เดือน และเลือกที่จะไปปฏิบัติธรรม ณ วัดที่ห่างไกลความเจริญ

         พี่บอย ในบทบาทของความเป็นพี่ เนื่องจากเป็นลูกชายคนโต มีน้องอีกสองคน เมื่อตัวเองเรียนจบก็ส่งเสียให้น้องชาย"น้องเบียร์" เรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรีแล้วเช่นกัน 

         สิ่งที่เป็นแบบอย่าง ที่ฉันพร่ำสอนลูก ๆ ของฉันให้ดูพี่บอยเป็นแบบอย่าง คือเรื่องของการไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง น้องบอยบอกกับฉันเสมอว่า เรื่องที่ตนเองคลอดกับหมอตำแยนั้น เป็นเรื่องที่เข้าสู่วงสนทนา ระหว่างเพื่อนฝูง และระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์

         น้องบอยไม่เคยลืมญาติผู้ใหญ่  อย่างเมื่อรับปริญญาครั้งล่าสุด น้องบอยรับปริญญาบัตรที่กรุงเทพฯ  แต่น้องบอยก็ยังหอบเอาชุดครุย ไปถ่ายรูปกับคนเฒ่าคนแก่และญาติ ๆ ที่ไม่สามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯได้ในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความปลาบปลื้มยินดี ยินดีในความสำเร็จพอ ๆ กับ ยินดีในการกระทำที่สมควรแก่การเอาแบบอย่าง อย่างที่เราพูดกันเสมอ ๆ ในวงการครูว่า

             "ตัวอย่างที่ดี  มีค่ากว่าคำสอน"

         "น้องบอยและฉัน" มักจะอวยพรวันคล้ายวันเกิดให้กันเสมอ ๆ เนื่องจากเราเกิดห่างกันคนละวัน  15 กรกฎาคม ฉันจะได้รับคำอวยพรวันเกิดจากน้องบอย และในวันรุ่งขึ้น 16 กรกฎาคม น้องบอยก็จะได้รับคำอวยพรวันเกิดจากฉัน

วันประเสริฐวันเกิดของน้องบอย
มีคำอวยพรเล็กน้อยขอมอบให้

ขอหลานรักสุขศรีมีโชคชัย
เป็นหลักมั่นขวัญใจไปนิรันดร์

วันเกิดของน้องบอยในครั้งนี้
น้าไม่มีอะไรให้ของขวัญ
ก็มีแต่น้ำใจจะให้ปัน
กันและกันช่วยเหลือและเจือจาน


ขอเดชคุณพระศรีรัตนตรัย
จงคุ้มภัยสารพัดขจัดผลาญ
อายุมั่นขวัญยืนชั่วกาลนาน
มงคลวารวันเกิด...ประเสริฐเอย