วัดหมูบุ่น
วันนี้ 12 -กรกฏาคม - 2553 ผู้เขียนได้เดินทางไปพร้อมเพื่อน ๆ เข้าพบหลวงพ่อพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค ๗ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เพื่อเรียนถามเกี่ยวกับแนวทางในการฟื้นฟูวัดหมูบุ่น ซึ่งเป็นโบราณสถานอยู่ในพื้นที่เวียงเก่าของเชียงใหม่ คือ เวียงเจ็ดลิน
หลวงพ่อได้เมตตาเล่าให้พวกเราฟังว่า ท่านได้รับรู้เรื่องวัดหมูบุ่นมานานแล้วจากอาจารย์จำเหลาะ สมจิตร อดีตอาจารย์-ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ ว่า
"วัดหมูบุ่น เป็นวัดที่พระเจ้าเม็งรายสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมาสำรวจพื้นที่ เพื่อหาทำเลในการสร้างเมืองใหม่ ได้เห็นหมูตัวหนึ่งลักษณะงดงามวิ่งนำเข้ามาที่หนองน้ำ แล้วหายไป พระองค์ทรงเชื่อว่าเทพเทวดาคงแปลงร่างมาพาพระองค์ให้เข้ามาในเขตเมืองโบราณนี้ ครั้นสร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จแล้ว พระองค์ก็มาพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นอุทยาน และสร้างวัดไว้ใกล้กับบริเวณบ่อน้ำผุดกลางเมือง ใส่ชื่อว่าวัดหมูบุ่น(สุกระขาตาราม)

ขออภัยที่จะยังไม่เล่าประวัติศาสตร์ของเมืองเจ็ดลิน ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 2-3,000 ปี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เราโยงกลับมาที่วันนี้ พวกเรากราบเรียนหลวงพ่อว่า เรา(คุณพิทยา,โยมแวว พัชรินทร์) และเพื่อนๆ ปรารถนาจะเห็นการฟื้นฟู และพัฒนาวัดแห่งนี้ให้ต่างไปจากวัดต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ ให้เป็นวัดที่พัฒนาไปในเชิงอนุรักษ์ เน้นการอยู่ร่วมกันด้วยจิต เป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยร่วมกันพัฒนาวัดไปพร้อม ๆ กันกับฟื้นฟูประวัติศาสตร์เวียงเจ็ดลิน รูปแบบมีเสถียรธรรมสถานเป็นโมเดลต้นคิด

เป็นวัดที่มีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางของการศึกษา อบรมของจังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป แต่จะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด คงต้องใจเย็น ๆ และหากมีความก้าวหน้าอย่างไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังเรื่อย ๆ นะครับ หากครูบาอาจารย์ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไร ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นเสนอแนะให้เต็มที่นะครับ เพื่อพระศาสนาและบ้านเมืองของเรา
ในประวัติวัดสำคัญเมืองเชีียงใหม่ มีหลักฐานปรากฏว่า วัดหมููบุ่น มีอยู่ในสมัยราชวงค์เม็งราย เนื่องจากว่า
"วัดฝายหิน วัดช่างเคี่ยน วัดโป่งน้อย วัดตโปตาราม (ร่ำเปิง) วัดเจ็ดยอด วัดป่ากล้วย วัดโพธิสุทธิ์ วัดหมู่บุ่น เป็นบริวารของวัดป่าแดงหลวง และเป็นฝ่ายอรัญญวาสีด้วยกัน"
เมื่อวานนี้ทีมงานได้ไปพบปะและประชุมปรึกษากันเกี่ยวกับเรื่องรูปแบบวัดหมูบุ่นสุกรขาตารมนียาราม พร้อมกับนำภาพบรรยากาศของเสถถียรธรรมสถานบางส่วนมาดูด้วยกันเผื่อจะ เผื่อจะได้ไอเดียในการทำงาน วัดแห่งนี้จะเป็นตอนแบบที่เน้นการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ และรักษาสิ่งแวดล้อม เน้นสวยงามแบบประหยัด แต่ได้ประโยชน์ รูปแบบออกมาอย่างไรจะนำมาเผยแพร่ให้ทราบภายหลัง
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน หากจะช่วยเสนอไอเดียเพพื่อพระพพุทธศาสนาก็ขอเชิญเน้อ
กราบนมัสการพระมหาสะง่า
ตามที่ท่านปรารภเรื่องรูปแบบการบูรณะวัดหมูบุ่น เวียงเจ็ดลินนั้น
ขอเรียนชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้ร่วมกับหน่วยงานที่ใช้พื้นที่เวียงเจ็ดลิน รวมทั้งบริเวณใกล้เคียง จำนวน 20 กว่าหน่วยงาน ในนามของสภากาแฟเวียงเจ็ดลิน (ซึ่งเป็นการรวมตัวเพื่อช่วยเหลือกันระหว่างหน่วยงาน) กำลังดำเนินการร่วมกันเพื่อฟื้นฟูเวียงเจ็ดลิน (มีการประสานไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยศิลปากร สำนักงานวัฒนธรรมฯ สำนักพุทธศาสนาฯแล้ว) ซึ่งจะได้มีการจัดทำแผนแม่บท ผังแม่บท และอื่นๆต่อไป
สำหรับการฟื้นฟูบูรณะวัดหมูบุ่น ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่น่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมของเวียงเจ็ดลิน ด้วยศรัทธาของหลวงพ่อพระเทพวรสิทธาจารย์ ตามที่ท่านอาจารย์ทราบแล้ว พวกเราก็คาดหวังที่จะเห็นการเริ่มต้นที่ดี มีแนวคิด และสง่างามสมกับการกลับมาของวัดหมูบุ่นที่แตกต่างจากวัดทั่วไป มีความเรียบง่าย มีประโยชน์ใช้สอยและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ต่อยอดจากสถาปัตยกรรมล้านนา และสามารถรักษาแหล่งโบราณสถานที่มีคุณค่าเดิมไว้ได้
ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่พระอาจารย์ปรารภไว้
เพื่อที่จะได้ระดมความคิดเห็นจากผู้รู้เรื่องเวียงเจ็ดลิน ผู้รู้ด้านสถาปัตยกรรมล้านนา ผู้รู้ด้านโบราณดคี และผู้เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางการบูรณะวัดหมูบุ่น ทางม.ราชมงคลล้านนา กำลังดำเนินการจัดให้มีเวทีระดมความคิดเห็น ในวันที่ 6 สิงหาคม 53 นี้ น่าจะเป็นเวลาช่วงบ่าย เนื่องจากเช้ามีพิธีและงานที่เกี่ยวกับกิจกรรมครบรอบวันสถาปนาเขตพื้นที่ภาคพายัพ เชียงใหม่
จึงขอเรียนให้พระอาจารย์ทราบเป็นการเบื้องต้นก่อน และจะได้นมัสการเชิญต่อไป เมื่อเอกสารโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หากท่านมีความคิดเห็นที่จะเสนอแนะ เพื่อให้เวทีที่จะระดมความคิดเห็นสมบูรณ์และได้ประโยชน์สูงสุด หรือ มีบุคคลใดที่มีองค์ความรู้และควรแจ้งเชิญ ก็ขอรบกวนแจ้งให้ทราบด้วยค่ะ
อ.อิศรา กันแตง
สาขาสถาปัตยกรรม คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา
เจริญพร อ.อิศรา กันแตง
ขอเจริญพรขอบคุณท่านอาจารย์พร้อมทีมงานมาก อาตมายินดีที่จะขอเข้ามาทีส่วนในเรื่องนี้กับครูบาอาจารย์ทุกท่าน
ขออาจารย์ไ้ด้เชิญคุณพิทยา สิทธิโชติ นศ.ป.เอกมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.
และ น.ส.พัชรินทร์ ปินตา ศิษย์เเก่าเทคโนราชมงคล ทั้งสองท่านนี้อาตาภาพได้เสวนา
และร่วมคิดร่วมทำเกี่ยวกับเรื่องวัดหมูบุ่น ทั้งได้พากันไปนั่งเสวนากับ อ.จำเหลาะ มาหลายครั้ง ในวันที่ 6 ส.ค.อาตมาขออนุญาตชวนกัลยาณมิตรทั้ง 2 ท่านเข้าร่วมสถากาแฟด้วย
นมัสการเจ้าคุณหลวงพ่อพระเทพวรสิทธาจารย์ และพระอาจารย์สง่าผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ผู้มีเมตตาและกัลยาณมิตรที่ดี
ระผมเองขออนุโมทนาร่วมด้วยครับและแสนมีความปิติใจเป็นอย่างมากๆครับ
กราบนมัสการครับผม
กร
ช่วยกันหน่อยเถอะครับ วัดหมูบุ่นมีจริงหรือ เพราะผมศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนาแล้ว ไม่ว่าเอกสารชิ้นใดๆไม่พบปรากฏว่ามีชื่อหรือหลักฐานการปรกฏของวัดหมูบุ่นเลย แต่ที่ พระมหาสง่าพูดถึงประวัติวัดหมูบุ่นนั้นไม่ทราบว่าเอามาจากไหน เพราะเรื่องประวัติวัดหมูบุ่นนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นใหม่โดยอ.จำเหลาะ ใช้วิธีการนั่งสมาธิเห็น (อ.จำเหลาะพูดในงานเสวนาเวียงเจ็ดลิน วันสถาปนามหาวิทยาลัย 18 ม.ค.2555) อย่าเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้คนรุ่นหลังเข้าใจผิดกันเลยนะครับ มันจะเป็นบาปกรรมติดกันไปชั่วกัปชั่วกัลล์เลยทีเดียวนะครับ