กศน.ตำบล แหล่งเรียนรู้ราคาถูก แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต

นี่เป็นคำถามหนึ่งที่อยู่ในใจของคนทำงาน กศน. โดยเฉพาะหัวหน้า กศน.ตำบลทุกคนและผอ.กศน.อย่างผม( ภายหลังจากที่เริ่มทำงาน กศน.ตำบลและหลังจากที่มีการประเมินคุณภาพการศึกษาผ่านไป) คำตอบนี้ก็คงมีนักวิชาการหลายท่านสามารถตอบได้อย่างน่าฟังและมีเหตุผล แต่สำหรับที่อำเภอพระยืนของเรา ผมมักตั้งคำถามกับหัวหน้า กศน.ตำบลและครูศูนย์การเรียนชุมชนทุกคนให้ช่วยกันหาคำตอบโดยการลงมือทำ ทำให้เห็นผลแล้วค่อยตอบ กล่าวคือ ทำไป ตอบไปก็ได้  ซึ่งผมมักจะพูดอยู่เสมอว่า “งานทุกอย่าง เหลืออยู่อย่างเดียวคือ ...ลงมือทำ.... ทำแล้วให้เห็นผล” เมื่อเริ่มลงมือทำแล้วจะเห็นปัญหา จะเห็นทางแก้ไข เห็นทางพัฒนา (หลายคนยังไม่ได้ทำเลย บอกว่ามีปัญหาแล้ว จึงไม่ได้ทำ) จึงให้ทำก่อนแล้วค่อยพูดกัน

แนวทางข้างต้นนี้ก็คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการนั่นเอง ...สิ่งที่พูดให้อยู่บนฐานของสิ่งที่ทำ...ทำนอง Learning by Doing ทำนองนั้น เลยต้องทำงานวิจัยเรื่อง “รูปแบบการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบลเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต : กรณีศึกษาอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น” โดยผมและครู กศน.ได้ศึกษาวิจัยจากศูนย์การเรียนชุมชนตำบล 5 แห่งของอำเภอพระยืน หัวหน้า กศน.ตำบลและครู กศน.จึงเป็นทั้งผู้ร่วมวิจัยและผู้ปฏิบัติงาน ผมเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมความคิดเห็นของครู กศน.จำนวน 25 คนผู้ซึ่งปฏิบัติงานพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนตำบล(กศน.ตำบล)ที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ  ซึ่งตอนนี้ก็ยังเก็บและเขียนข้อมูลไปเรื่อยๆ แต่ก็จะนำข้อมูลบางด้านมาให้ถกกันดังนี้

ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนตำบล(กศน.ตำบล) ทำให้ กศน.ตำบลเข้มแข็งและมีคุณภาพ

๑.    กลุ่มครู กศน. นับเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะเป็นผู้ปฏิบัติ จัดวางแผน ดำเนินการ สนับสนุน ส่งเสริม เชื่อมประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ถ้าครู กศน.เก่งและเป็นคนในพื้นที่ ยิ่งทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม รู้จักชุมชนดี เข้ากับชุมชนได้ ยิ่งทำงานกันเป็นทีม เปิดบริการทุกวัน ทำให้ กศน.ตำบล เป็นที่รู้จักและมีคนเข้ามาร่วมมือดำเนินงานด้วย  โดยเฉพาะนักศึกษา กศน. ชาวบ้านที่รู้จัก แกนนำในชุมชน ผนึกกำลังกับคนในพื้นที่ร่วมสร้างสรรค์งาน กศน.ตำบลอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ กศน.ตำบลเข้มแข็งและมีคุณภาพ    แล้วทำอย่างไร?ครู กศน.ถึงจะเก่งและมีความเป็นผู้นำ มีความรู้ คำตอบก็คือต้องมีการพัฒนาบุคลากรไงครับ

๒.   กลุ่มผู้นำในชุมชน ซึ่งมีหลายกลุ่ม หลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มีศักยภาพที่จะเข้ามาร่วมสร้างสรรค์งาน กศน.ตำบลได้ ผมจะยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในอำเภอพระยืน ดังนี้

๒.๑ ผู้นำชุมชนระดับอำเภอ ได้แก่ นายอำเภอพระยืน นับว่าเป็นผู้มีบทบาทสูงสุดในอำเภอ ดูแลหน่วยงานต่างๆและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าท่านนายอำเภอเล่นด้วยงานก็ก้าวหน้า ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ผมขอแนะนำนายอำเภอสักสองคน คนแรก นายอำเภอปิยิน   ตลับนาค ท่านได้ให้โอกาส ครู กศน.อำเภอพระยืนเข้ามาทำงานร่วมกับอำเภอในเรื่องปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชนวัยรุ่นและเรื่องอื่นๆ ทำให้ครู กศน.ได้รู้ได้เห็นได้มีวิสัยทัศน์ ว่า งาน กศน.ไม่ได้มีแค่สอนหนังสือเท่านั้น อีกท่านคือนายอำเภออาทิตย์ นพคุณวงศ์ ซึ่งท่านเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กศน.อำเภอพระยืนด้วย ท่านได้ประสานงาน อบต./เทศบาลให้สนับสนุน กศน.ตำบล ทั้งด้านงบประมาณและสถานที่ นอกจากนายอำเภอแล้วยังมีหัวหน้าส่วนราชการอำเภออีกหลายแห่งได้เข้ามาร่วมกับ กศน.ตำบล เช่น วัฒนธรรมอำเภอ เกษตรอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาชุมชนอำเภอ สถานีตำรวจภูธร ฯลฯที่ได้บูรณาการทำงานร่วมกับงาน กศน.ตำบลได้เป็นอย่างดี

๒.๒ ผู้นำชุมชนระดับตำบล ได้แก่ กำนัน  นายก อบต.และพระ เป็นต้น เช่น พระครูปรีชาธรรมาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสระโนน ให้การสนับสนุนอาคารสถานที่และร่วมปฏิบัติการงาน กศน.ตำบลขามป้อม  / พระครูสมุห์ทองล้วน ผอ.ศูนย์ปฏิบัติธรรมฯผู้สนับสนุนงาน กศน.ตำบลบ้านโต้น /กำนันสินธ์ ทองพิมพ์ กำนันตำบลพระบุ ผู้ร่วมพัฒนา กศน.ตำบลพระบุอย่างเข้มแข็ง /นายกไสว เบ้าจรรยา นายก อบต.หนองแวงผู้สนับสนุน กศน.ตำบลหนองแวง ด้านอินเตอร์เน็ตและอาคารสถานที่ /นายกสุนัน แสนธนู  นายยก อบต.พระยืน ผู้สนับสนุนอินเตอร์เน็ตและอาคารสถานที่ เป็นต้น

ผู้นำชุมชนเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความเข้มแข็งและคุณภาพของ กศน.ตำบล เพราะท่านเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้คนอื่นๆเข้ามาร่วมมือร่วมงาน ร่วมส่งเสริมสนับสนุนงาน กศน.ตำบลได้เป็นอย่างดี

๓.   บริการและกิจกรรมการเรียนรู้ของ กศน.ตำบลที่เข้มแข็ง ต้องมีศูนย์อินเตอร์เน็ต ห้องสมุดชุมชน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น การประชุม การฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ การศึกษาดูงานและการเรียนรู้นอกสถานที่  รวมทั้งเปิดบริการทุกวัน สิ่งเหล่านี้เป็นแรงดึงดูดใจให้มีคนเข้าใช้บริการและเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของ กศน.ตำบล ยิ่งจัดเป็น “บ้านหลังเรียน” เป็นศูนย์เยาวชน(ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน) เป็นศูนย์ส่งเสริมผู้สูงอายุ เป็นศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เป็นศูนย์ประชาคม ศูนย์นิทรรศการฯลฯยิ่งทำให้โดดเด่นและหลายหลาย โดยเฉพาะวันเสาร์วันอาทิตย์มีเด็กและเยาวชนเข้ามาใช้บริการมาก เช่น กศน.ตำบลขามป้อมเปิดฝึกเทควันโด กศน.ตำบลบ้านโต้นฝึกวิชามวยไทย ฯลฯบริการกิจกรรมที่หลาหลายเหล่านี้ ทำให้มีคนมาใช้บริการและทำให้มีคนได้รับประโยชน์ จึงทำให้ กศน.ตำบลเข้มแข็งและมีคุณภาพ

๔.   ศูนย์ กศน.อำเภอพระยืน ก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญซึ่งต้องมีการกระจายอำนาจและกระจายงบประมาณสนับสนุน กศน.ตำบลอย่างเต็มที่ รวมทั้งประสานงานเครือข่ายภายนอกชุมชนเข้ามาร่วมงานภายในอำเภอพระยืน เครือข่ายที่ กศน.อำเภอพระยืนประสานได้ ก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น(ศอตส.จ.ขก) /ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น/คณะมนุษยศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  /กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม/โครงการ I-Commumity ฯลฯ และอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญก็คือ การพัฒนาบุคลากรครู กศน.ทุกคนให้รู้จักคิดรู้จักทำ รู้จักเป็นผู้นำ รู้จักร่วมมือกัน ทำงานเป็นทีม มีความรู้และมีความตั้งใจที่จะทำงานให้สำเร็จ โดยการพาไปศึกษาดูงานเรียนรู้จากแหล่งศึกษาตัวอย่าง รวมทั้งพัฒนาขวัญและกำลังใจในการทำงาน

๕.   เครือข่ายการทำงานพัฒนาภายนอกชุมชน โดยเฉพาะ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น/โครงการ I-Community มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ /ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น/กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ฯลฯ ซึ่งจะทำให้งาน กศน.ตำบลเป็นไปอย่างเข้มแข็งและมีคุณภาพ เราครู กศน.จึงต้องไปประสาน ไปนำเสนอ ไปขอความช่วยเหลือให้เขาเข้ามาช่วยเหลือเรา ร่วมมือกับเรา หน่วยงานเหล่านี้มีศักยภาพ มีองค์ความรู้และมีทรัพยากรที่จะสนับสนุนเรา

 

เป็นไงครับ!!!  บุคลากรครู กศน.ของเราและเครือข่ายในพื้นที่ชุมชนทั้งระดับอำเภอและตำบล รวมทั้งเครือข่ายภายนอกชุมชนทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัด ล้วนมีผลต่อความเข้มแข็งและคุณภาพของ กศน.ตำบล คำถามก็คือ ทำอย่างไร เขาถึงจะมาร่วมมือกับเรา บูรณาการงานของเขาเข้ากับงานของเรา คำตอบก็คือ เราครู กศน.ต้องลงพื้นที่ ลงมือทำงานให้เห็นผลจริงก่อนและร่วมมือกับเขาก่อนครับ ทำนองช่วยเหลือคนอื่นก่อนแล้วคนอื่นจะช่วยเหลือท่านครับ