วันใหม่

ได้พักเต็มที่ 

เช้าวันใหม่จะสดใสเสมอ 

แต่วันนี้..พิเศษ 

ไม่คิดว่าจะได้มาเห็น

พระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นพ้นทิวเขา

เอาตอนแปดโมงเช้าแบบนี้

  เบอร์วิคฮิล คันทรี่สเตย์
  ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑  ๐๘.๐๕ น.
เบอร์วิคฮิล คันทรี่สเตย์ ราอูตาปู เกาะใต้ นิวซีแลนด์


   ผมใช้เวลาอยู่ที่ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟประมาณสองชั่วโมง จนถึงเกือบหกโมงเย็น หลังจากนั้นก็ขับรถยาวรวดเดียว ๑๓๐ กิโลเมตรไปราอูตาปู (Rautapu)* ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง

   ผมเลือกที่พักคืนนี้ในราอูตาปูแบบโฮมสเตย์นอกเมืองที่ เบอร์วิคฮิล คันทรี่สเตย์ (Berwick Hill Country Stay) ซึ่งอยู่ใกล้ชายหาดกับทะเลสาบมาฮีนาปูอา (Lake Mahinapua)* หาไม่ยากเพราะตั้งอยู่บนเนินเขาริมทางหลวงหมายเลข ๖ เลย

   เจ้าของบ้านคือไอลีนกับโรเจอร์รู้จักคนไทยดี เพราะลูกชายซึ่งอยู่ในออสเตรเลียมีภรรยาเป็นคนไทย ก็เลยคุยกันสนุก แล้วพอรู้ว่าผมชอบประวัติเกี่ยวกับชาวเมารีและตั้งใจจะไปเดินเล่นที่ทะเลสาบมาฮีนาปูอาพรุ่งนี้เช้า เขาก็เลยเล่าเรื่องสยองขวัญเกี่ยวกับทะเลสาบที่ว่าให้ฟังตามส่วนสีแดงข้างล่างด้วยความปรารถนาดี แต่มันถึงกับทำให้ผม..ถอยดีกว่า..ไม่เอา..ดีกว่า เปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้บอกเขาเพราะกลัวเสียเหลี่ยมคนไทย..ไม่กลัวผี

   รุ่งเช้า อากาศดีมากกำลังเย็นสบาย ผมตื่นขึ้นมาทักทายกับสัตว์เลี้ยงสารพัดของไอลีนกับโรเจอร์ รวมทั้งเจ้านกเวก้า (weka) ที่ทำเอาผมหน้าแตก เพราะหลงดีใจคิดว่าเป็นนกกีวี (kiwi) สัตว์ประจำชาติของเขา..เพล้ง..

   จะมีสัตว์อะไรบ้าง ก็เชิญดูวิดิโอข้างล่างนี้แล้วกันนะครับ

   หลังรับประทานอาหารเช้ากับโรเจอร์ตามแบบฉบับที่พักนอน&กิน หรือ bed&breakfast แล้ว เก้าโมงเช้าผมก็ได้เวลาออกเดินทางต่อ

   พอเปลี่ยนโปรแกรมกระทันหันไม่ต้องไปเดินทะเลสาบ ผมก็เลยคิดจะไปเดินชอปปิ้งในเมืองถัดไป ฮอคีตีคา (Hokitika)* อ่านไม่ผิดครับ..ผมจะไปชอปป้ิงจริงๆ ผีไม่ได้เข้าสิงหรอกครับ แต่ชื่อเสียงของเมืองนี้โด่งดังในเรื่อง หินสีเขียว หรือ หยก หรือ ปออูนามู (pounamu)* ในภาษาเมารี

  เวลาเดินทางไปไหน ผมจะไม่ค่อยซื้อของ ไม่ชอบทัวร์ชอปปิ้ง แต่ก็ยังต้องซื้ออะไรไปฝากคุณพ่อคุณแม่พี่ๆน้องๆที่บ้านบ้าง หลักการง่ายๆของผมคือ ต้อง small & memorable คือ เล็กแต่ประทับใจ ก็เพราะไม่ชอบแบกของไงครับ แล้วเจ้าหินสีเขียวนี่แหละ เรียกได้ว่า ตรงสเปคทุกประการ

   งานนี้เรียกได้ว่า กระเป๋าแฟบในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แล้วผมก็ต้องรีบเผ่นออกจากเมืองนี้ เพราะถ้าอยู่นานกว่านี้ อาจหมดตัว

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑  ๐๙.๔๙ น.
หอนาฬิกาฮอคีตีคา เกาะใต้ นิวซีแลนด์

   ฮอคีตีคานี้นับว่าเป็นเมืองใหญ่ติดอันดับของชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้เลยก็ ว่าได้ แต่ขอให้ดูโรงหนังของเขาตามรูปข้างล่างนะครับ คงวาดภาพออกว่าเมืองนี้ทั้งเมืองจะน่ารักแค่ไหน

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑  ๑๐.๐๘ น.
ฮอคีตีคา กาะใต้ นิวซีแลนด์


* ราอูตาปู (Rautapu) เมืองเล็กๆริมชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ระหว่างฮอคีตีคาและฟรานซ์โจเซฟ ชื่อในภาษาเมารี มาจาก rau=ถ้ำหรือหลุมลึก tapu=ศักดิ์สิทธิ์ คือ ถ้ำศักดิ์สิทธิ์

* ทะเลสาบมาฮีนาปูอา (Lake Mahinapua) เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลใหญ่ ต่อมาเกิดสันดอนปิดกั้นทะเลสาบนี้ ลักษณะคงคล้ายๆกับส่วนสทิงพระ ระโนดของทะเลสาบสงขลา ชื่อในภาษาเมารี มาจาก mahina=พระจันทร์ pua=ดอกไม้ ฟังชื่อแล้วน่าเคลิบเคลิ้ม..ชวนฝัน แต่พอฟังตำนานแล้วกลายเป็น..สยองขวัญ ว่ากันว่า ทะเลสาบแห่งนี้เป็นสมรภูมิรบระหว่างชาวเมารีสองเผ่า ต่างฝ่ายต่างล้มตาย ทะเลสาบแห่งนี้จึงเป็นเสมือนสุสานอันศักดิ์สิทธิ์ ห้ามกระทำการใดๆเป็นการลบหลู่บรรพบุรุษ มีเรื่องเล่าแถมอีกว่า เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามย่ำยีศพเพื่อนของตน ท่านก็เลยตัดคอศพแล้วใช้ปากคาบผมหิ้วหัวเพื่อน ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบหนีไปฝั่งตรงข้ามโน่น

* ฮอคีตีคา (Hokitika) ด้วยความสำคัญที่เป็นศูนย์กลางแรงงานและการเมืองตั้งแต่ยุคตื่นทอง น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงของฝั่งตะวันตกเกาะใต้ แม้จะเล็กกว่าเกรย์มัธ เมืองสำคัญอีกเมืองก็ตาม ชื่อในภาษาเมารี มาจาก hoki=ย้อนกลับ tika=ทางตรง หมายถึง จุดวกกลับ ตามตำนานของเมารีมีสองที่มา ที่มาแรกตรงไปตรงมา เพราะเป็นเมืองสุดชายฝั่ง จึงถูกมองว่าเป็นสุดขอบโลก อีกที่มาหนึ่งเกี่ยวข้องกับการรบของชาวเมารีสองเผ่า ปรากฏว่าหัวหน้าของเผ่าหนึ่งมาตายเสียก่อน ก็เลยต้อง..ถอย หันหลังกลับบ้าน

* ปออูนามู (pounamu) หรือ หินสีเขียว หรือ หยกนิวซีแลนด์ มีความสำคัญในประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของชาวเมารีมาก การค้นหาหินสีเขียวนี่เอง ที่ทำให้ชาวเมารีค้นพบเกาะใต้และมีการรบพุ่งกันระหว่างเผ่าต่างๆเรื่อยมา ความงดงามและความแข็งแกร่งของมันทำให้ชาวเมารีนำมาใช้ทำทั้งเครื่องประดับ เครื่องใช้และอาวุธต่างๆ