9 เคล็ดลับสำหรับผู้บริหาร SMEs

9 เคล็ดลับสำหรับผู้บริหาร SMEs

               ผู้บริหารในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs จำเป็นจะต้องมีความรู้และทักษะในการบริหารจัดการที่ดี  จึงจะสามารถบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  ดังนั้นในการที่จะเป็นผู้บริหารที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ อันเปรียบเสมือนเคล็ดลับที่จะทำให้การบริหารงานประสบผลสำเร็จ ดังต่อไปนี้

1. รู้จักลูกค้าของตนอย่างถ่องแท้

             ผู้บริหารที่ดีจะต้องรู้จักลูกค้าของตนดีกว่าสินค้าของตนด้วยซ้ำ  แต่มิได้หมายความว่าผู้บริหารไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในสินค้าของตน  แต่ควรจะรู้จักลูกค้าของตนเองให้ดีก่อนจึงค่อยมาทำการพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับลูกค้าของตน  โดยสิ่งที่ผู้บริหารต้องรู้เกี่ยวกับลูกค้าและสินค้า  คือ คุณค่าของสินค้าที่ลูกค้าต้องการคืออะไรและทำไม  กระบวนการในตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอะไรและมีกำหนดกรอบเวลาในการตัดสินใจอย่างไร   เป้าหมายของสินค้าคืออะไร  ต้นทุนสินค้าเป็นเท่าใด   ควรจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านใดมาเพื่อพัฒนาสินค้าของตน  เป็นต้น

2.   เข้าใจถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในประเทศของลูกค้า

                ลูกค้าแม้เพียง 2 ราย ก็ไม่เหมือนกัน  ดังนั้นวัฒนธรรมหรือไลฟ์สไตน์ของลูกค้าในแต่ละประเทศย่อมต่างกันไปด้วย  คงไม่มีผู้บริหารคนใด ได้ยินลูกค้าบอกว่า "คุณเสนอสินค้าที่เหมือนกับที่คุณเสนอให้กับคนอื่นให้ผมก็ได้"  ดังนั้นผู้บริหารต้องคิดให้กว้างไกลแต่ดำเนินการให้เหมาะกับประเทศที่ลูกค้าอยู่ (Think Global but Act local)  ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องรู้และเข้าใจวิธีชีวิตของลูกค้าในประเทศที่ต้องการไปนำเสนอสินค้า  การเข้าไปคลุกคลีกับลูกค้าเพื่อทำการศึกษาและหาข้อมูลเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถคัดสรรสินค้าที่ต่างกันและเหมาะกับลูกค้าของตนในแต่ละประเทศได้   การพัฒนากลยุทธ์ไม่ว่าจะเป็น "ส่วนผสมการตลาด(4's P)"  ให้เหมาะกับแต่ละประเทศจะช่วยให้ผู้บริหารประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจแน่นอน

3.  กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเจาะจงกลุ่มลูกค้า

                เป้าหมายถือเป็น "ความฝัน"  ที่มีหลากหลายมากมาย  ถ้าไม่มีวิธีในการวัดเป้าหมาย  เป้าหมายก็คงเป็นแค่ความฝันเท่านั้น   ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีเป้าหมายที่แหลมคม ซึ่งไม่ควรเกิน 4-5 ข้อ  คำว่า เป้าหมายที่แหลมคม  หมายถึง  เป้าหมายที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ( เช่น ยอดขาย  ส่วนแบ่งตลาด  กำไรก่อนภาษี  ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น  มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เป็นต้น)   เป้าหมายที่วัดได้(เช่น  วัดเป็นจำนวน  เปอร์เซ็นต์  มูลค่าเงิน เป็นต้น)  เป้าหมายต้องสำเร็จได้ (ต้องมีทรัพยากรที่จำเป็นรองรับต่อความสำเร็จในเป้าหมาย)  เป้าหมายต้องเป็นจริงได้ (เป้าหมายจะเกี่ยวข้องกับดัชนีภายนอกและหรือผลงานวิจัย)  และเป้าหมายต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจน (ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว)

4.  ผู้บริหารต้องมีแผนงานที่ชัดเจน

                ผู้บริหารต้องรับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวและแผนงานประจำปี  สิ่งเหล่านี้ถือเป็น "ถนนของแผนงาน"  ที่ต้องติดตามเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่แหลมคมได้    แผนงานจะรวมถึงข้อความที่กำหนดนิยามของคุณค่าที่จะให้กับลูกค้า และข้อเปรียบเทียบในเชิงแข่งขันกับคู่แข่ง  นอกจากนี้  วัตถุประสงค์  กลยุทธ์และกลวิธีก็ควรจะมีการระบุให้ชัดเจนและต้องให้ทุกคนในทีมงานรับรู้และเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

5.  ต้องเรียนรู้ในการเข้าถึงทรัพยากรที่ต้องการ

                        ผู้บริหารจะต้องรู้ว่า องค์กรจะต้องมีทรัพยากรในด้านใดจึงจะทำให้องค์กรสามารถดำเนินงานไปได้  และที่สำคัญ คือ จะต้องรู้ว่าจะได้ทรัพยากรเหล่านั้นมาได้อย่างไร (เช่น คน เวลา  ทุน)  ผู้บริหารต้องขายความคิดเหล่านี้ให้กับพนักงานเพื่อให้ทุกคนรับรู้และสนับสนุนการทำงานของผู้บริหารในการพัฒนาสินค้าใหม่ขึ้นมา 

6.  พัฒนาทักษะในการบริหารบุคลากรแบบเข้าถึงขึ้นมา

                  ทักษะในการบริหารบุคลากรแบบเข้าถึง  เป็นสิ่งที่จะวัดความสามารถของผู้บริหารในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้  ผู้บริหารจะต้องมีความเป็นผู้นำและสามารถกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักในการทำงาน  การเข้าถึงพนักงานด้วยการสอบถามพนักงาน  จะช่วยให้ผู้บริหารรับรู้ปัญหาในการทำงานและนำมาแก้ไขเพื่อให้สามารถปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นได้  และสิ่งสำคัญผู้บริหารจะต้องบอกให้ทุกคนในองค์กรรู้ว่าผู้บริหารต้องการสิ่งใดจากพวกเขา

 7.  เรียนรู้ในการขายความคิดให้กับทุกคนในองค์กร

                   การที่จะทำให้ทุกคนร่วมมือในการทำงาน  โดยเฉพาะพนักงานในระดับปฏิบัติ  ผู้บริหารจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนจึงจำเป็นจะต้องขายความคิดให้ได้  และถ้าความคิดใดต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ผู้บริหารอาจต้องคุยนอกรอบกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเหล่านั้นด้วยเพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ

8.  ต้องเร่งสร้างสินค้าใหม่ๆ มาสู่ตลาด

                   การแข่งขันในระยะยาวจำเป็นจะต้องมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด  ผู้บริหารจะต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มที่ (เช่น คน  โรงงาน อุปกรณ์)  เพื่อให้สามารถออกสินค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ในการแข่งขัน  ยิ่งถ้าสินค้าใดมีต้นทุนคงที่ต่ำยิ่งต้องพยายามออกสินค้านั้นให้เร็วที่สุดเนื่องจากสินค้าลักษณะนี้จะถึงจุดคุ้มทุนได้เร็ว       

9.  ต้องกล่าว "ขอบคุณ" เป็นนิสัย

              ผู้บริหารต้องเรียนรู้ในการพูดคำว่า "ขอบคุณ"  กับทุกคนในองค์กรไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงหรือต่ำ   เพราะทุกคนไม่ต้องการทำงานโดยไม่มีคนสนใจ  ดังนั้นคำว่า "ขอบคุณ"  เป็นเพียงคำสั้นๆ แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังถ้าใช้อย่างเหมาะสม  เช่น การที่ผู้บริหารกล่าวขอบคุณ พนักงานระดับปฏิบัติที่สามารถแสดงความคิดเห็นที่ดีในการแก้ปัญหาในการทำงาน ย่อมจะทำให้พนักงานรู้สึกดีเป็นอย่างมากและมีกำลังใจในการทุ่มเทการทำงานให้เต็มที่ยิ่งขึ้นไปอีก

(นายสุรชัย  ภัทรบรรเจิด,พนักงานบริหารระดับอาวุโส สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.))

                 จากบทความข้างต้น ผู้บริหารในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs จำเป็นจะต้องมีความรู้และทักษะในการบริหารจัดการที่ดี  จึงจะสามารถบริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  ซึ่งในการที่จะเป็นผู้บริหารที่ดี จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญ อันเปรียบเสมือนเคล็ดลับที่จะทำให้การบริหารงานประสบผลสำเร็จนั้นผู้บริหารจำเป็นจะต้องใช้เคล็ดลับในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีจำนวน 9 ข้อ ดังนี้

1.       รู้จักลูกค้าของตนอย่างถ่องแท้

2.   เข้าใจถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในประเทศของลูกค้า

3.  กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและเจาะจงกลุ่มลูกค้า

4.  ผู้บริหารต้องมีแผนงานที่ชัดเจน

5.  ต้องเรียนรู้ในการเข้าถึงทรัพยากรที่ต้องการ

6.  พัฒนาทักษะในการบริหารบุคลากรแบบเข้าถึงขึ้นมา

7.  เรียนรู้ในการขายความคิดให้กับทุกคนในองค์กร

8.  ต้องเร่งสร้างสินค้าใหม่ๆ มาสู่ตลาด

9.  ต้องกล่าว "ขอบคุณ" เป็นนิสัย

                จากเคล็ดลับ 9 ข้อข้างต้นนั้นผู้บริหารทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามสภาพขององค์กรได้ทุกองค์กร