เมื่อกราบคุณแม่แล้ว เราจะกอดและหอมแก้มคุณแม่ ส่วนคุณแม่ก็จะหอมแก้มและจะกอดลูกพร้อมกับเอามือลูบหัวลูกตอนนี้เอง คุณแม่จะให้พรลูก

เหนืออื่นใดไหนจะสู้พรจากแม่

สวัสดีครับชาว G2K และท่านผู้อ่านทุกท่าน

ก่อนอ่านบันทึกนี้เพื่อให้ท่านได้รับความสุขใจอย่างเต็ม100

ขอนำภาพงามๆมาให้ชื่นชมก่อนเพื่อความสุขตาครับ

ภาพที่1

ภาพที่2

ภาพที่3

 

ผมห่างหายจากการเขียนบันทึกและไม่ได้เข้ามาอับบล็อกประมาณเดือนเศษ เหตุเพราะคุณแม่ป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลรับการผ่าตัดลำไส้ คุณแม่เป็นแผลในลำไส้ ทำให้มีเลือดออกตลอดเวลา จนเกิดภาวะร่างกายขาดเลือด จากสาเหตุดังกล่าวคุณหมอแนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด จึงต้องเข้าไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลพังงา ตั้งแต่วันที่  5 มิถุนายน 2553 นอกจากลูกๆของคุณแม่แล้ว บรรดาญาติและพรรคพวกเพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่มีท่านใดทราบว่าคุณแม่ต้องเข้าผ่าตัด เพราะคุณหมอขอร้องไว้ว่า พยายามให้ญาติเยี่ยมไข้ให้น้อยที่สุด คุณหมอเกรงว่าด้วยวัย 84 ปี ภายหลังผ่าตัดคุณแม่จะติดเชื้อได้ง่าย แต่ถึงจะระวังอย่างไร คุณแม่ก็ติดเชื่อในปอดจนได้ เลยทำให้ระยะเวลาการอยู่ในโรงพยาบาลนานขึ้น คุณแม่ได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักที่บ้านเมื่อวันที่  2 กรกฎาคม นี้เองครับ ขณะนี้อาการปอดบวมหายแล้ว แผลผ่าตัดภายนอกก็หายปกติแล้ว แต่ยังต้องทานอาหารอ่อนๆอยู่  เหตุนี้ลูกๆจึงไม่แจ้งข่าวให้ญาติและเพื่อนพ้องน้องพี่ทราบ แต่เมื่อต่างมาทราบภายหลังก็ถูกตำหนิติเตียนตามควร ก็ต้องกราบขอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ช่วงที่คุณแม่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล นับเป็นความโชคดีของคุณแม่ที่มีห้องพิเศษว่างอยู่หนึ่งห้องพอดี ทำให้คุณแม่ได้พักอยู่ในห้องพิเศษ ลูกๆได้ขออนุญาตจากคุณพยาบาลว่าจะขอเช็ดตัวทำความสะอาดตัวคุณแม่เองรวมทั้งการขับถ่าย การเปลี่ยนเสื้อผ้า และเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ก็ได้รับความกรุณาจากคุณพยาบาลอนุญาตให้ทำได้ แต่มีข้อแม้ว่าลูกคนใดจะทำความสะอาดให้คุณแม่ ลูกคนนั้นจะต้องอาบน้ำทำความสะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ตัวเองก่อนทำให้คุณแม่  ผมกับน้องๆจึงได้รับโอกาสนั้น นอกจากน้องๆแล้ว ตัวผมเองก็ได้ป้อนน้ำ ป้อนข้าว เช็ดตัว เช็ดอุจจาระเปลี่ยนเสื้อผ้า ปูเตียง ทำทุกอย่างให้กับคุณแม่  แม้ผมจะเป็นผู้ชาย ผมกราบขอคุณแม่ว่าขอให้ผมปฏิบัติคุณแม่บ้าง ก็ได้รับอนุญาต ขณะเช็ดตัวให้ คุณแม่ก็ยิ้มมองผมด้วยความการุณย์ พร้อมกับบอกผมว่า “รู้หรือไม่ว่าลูกๆ ของแม่ทุกคน ได้รับคำพรจากแม่ ทำให้ลูกได้รับการชื่นชม ได้รับความรัก ได้รับเกียรติ จากผู้ที่พบเห็น ลูกชายแม่ทั้งสามคนแม่ยายทุกคนรัก เพราะคำพรของแม่ ” 

หลังจากผมกลับกรุงเทพ ฯ ทำให้ผมนึกถึงคำพรของคุณแม่ ที่ทุกครั้งเมื่อลูกๆคนใดเข้าไปกราบเพื่อลาคุณแม่ เมื่อกราบคุณแม่แล้ว เราจะกอดและหอมแก้มคุณแม่ ส่วนคุณแม่ก็จะหอมแก้มและจะกอดลูกพร้อมกับเอามือลูบหัวลูกตอนนี้เอง คุณแม่จะให้พรลูกว่า “ ขอให้เดินทางให้ปลอดภัย  ใครเห็นใครรัก ใครเห็นใครชอบ ให้ได้รับเกียรติจากผู้ที่พบเห็นนะลูกนะ ” นี้คือพรที่คุณแม่ให้กับลูกทุกคน

ปัจจุบันผมมีเพียงคุณแม่ ส่วนคุณพ่อผมเสียไปหลายปีแล้ว ผมมีพี่น้องรวม เจ็ด คน ผู้ชายสี่ ผู้หญิงสาม  ผมมีพี่ชายเป็นพี่คนโต พี่สาวหนึ่งคน(เสียแล้ว) ผมเป็นคนที่สาม น้องชายต่อจากผมอีกสอง ต่อจากน้องชายก็เป็นน้องสาว(เสียแล้ว) ต่อจากน้องสาวก็เป็นน้องสุดท้องคนนี้น้องสาวครับ ที่แต่งงานก็มีผมและน้องชายทั้งสองคน เราทั้งสามคนแม่ยายรักครับ...แฮ...

ที่เล่าเรื่องนี้เพราะต้องการแบ่งปันความสุขใจที่ผมได้รับ ผมเชื่อว่านอกจากการได้กอดการได้หอมแก้มการได้กราบเท้าคุณแม่แล้ว ในส่วนของการจะได้มีโอกาสปฏิบัติต่อคุณแม่ มีลูกน้อยคนครับที่จะได้เช็ดตัว เช็ดอุจจาระ อาบน้ำ ป้อนน้ำ ป้อนข้าวให้คุณแม่

ผมได้รับโอกาสครั้งนี้ แม้จะเป็นวิกฤติที่คุณแม่ป่วย แต่ในวิกฤตินี้ทำให้ผมได้ทำได้ปฏิบัติต่อคุณแม่ ตัวคุณแม่เองท่านก็เป็นสุขใจที่มีลูกๆมาเฝ้าปฏิบัติดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดเนื้อถูตัว  ความรักที่ลูกทุกคนมีให้คุณแม่และคุณแม่มีให้ลูก เป็นยาวิเศษที่ทำให้คุณแม่แข็งแรงเร็วกว่าปกติครับ

ขณะที่ท่านยังมีโอกาสได้กอดได้หอมแก้ม คุณแม่ คุณพ่อ ก็อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้ก้าวล่วงไปเสียนะครับ ขอให้ทุกท่านรักคุณแม่ รักคุณพ่อ และหากมีโอกาสก็กอดท่านหอมแก้มท่านบ้าง ท่านต้องการให้ลูกปฏิบัติอย่างนี้มากกว่าเงินทองของขวัญใดๆครับ

ผมได้รับคำพรจากแม่เป็นของขวัญที่วิเศษสุดแล้วครับ และผมขอส่งความรักความสุขใจมายังทุกท่านด้วยครับ

เหนืออื่นใดไหนจะสู้พรจากแม่ 

คราวหน้าผมจะกลับเข้าการรู้เรียนกฎหมายต่อครับ ผมจำได้ว่า ติดค้างเรื่อง ผิดสัญญาเช่าซื้อ อยู่ครับ