รัฐจัดโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ให้ชาวบ้านเสนอแนวปรองดอง 1-6 ก.ค.นี้

"สาทิตย์" ควง "อภิรักษ์" แถลงโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ปฏิรูปประเทศ
ยันปรองดองคืบ ส่งเจ้าหน้าที่ลงทุกจังหวัดคาด 2
สัปดาห์ส รุปความคิดเห็นชาวบ้านเสร็จ จ่อเปิดโทรศัพท์ ตู้จดหมาย และอีเมล
ให้ประชาชนส่งความเห็น 1-6 ก.ค.นี้
พร้อมระดมอาสาสมัครรับโทรศัพท์บันทึกข้อมูล เล็งเชิญดารามาด้วย คาดนายกฯ
รับฮัลโหลเองวันแรก คาดนำความเห็นยำเป็นพิมพ์เขียวสำเร็จ

(28 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันแถลงโครงการ
"6 วัน 63 ล้านความคิด"
เพื่อร่วมเดินหน้าปฎิรูปประเทศไทย
 

นายสาทิตย์กล่าวว่านายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงโครงการนี้แล้วในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า
จะมีการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของปัญหาและข้อเสนอแนะ คล้ายกับแนวคิดที่ว่าการบริจาคความคิดเพื่อช่วยกันปฎิรูปประเทศไทย

ซึ่งเรื่องนี้มีที่มาจากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศแผนปรองดองเดินหน้าในการปฎิรูปประเทศไทย
ด้วยการอ่านจดหมายเชิญชวนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศร่วมกันปฏิรูปประเทศ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

นายสาทิตย์กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินในการรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ในวันที่ 10
มิ.ย.ก็ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อน
ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจเอกชนซึ่งได้มีการประชุมเพิ่มเติมและได้กำหนดรายละเอียดไปแล้ว
มีเรื่องของเวทีปฏิรูปสื่อซึ่งก็เดินหน้าไปมากแล้ว
ส่วนเรื่องที่ทำงานร่วมกันกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
และในส่วนขององค์กรปกครองท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
แต่เนื่องจากคณะทำงานที่จะร่วมกันขับเคลื่อนในการปฏิรูปประเทศไทยเห็นว่า
น่าจะมีการเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก
ความจริงแล้วเราก็ไม่ได้มีการดำเนินการขอความร่วมมือจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ทำเนชั่นแนล เซอร์เวย์
แต่ในขณะนี้ก็ได้ลงพื้นที่ไปทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว คาดว่าไม่เกิน
2 สัปดาห์ก็จะสรุปเสร็จสิ้น

นายสาทิตย์กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องการแสดงความคิดเห็น โดยเราจะดำเนินโครงการนี้ตั้งแต่วันที่ 1-6 ก.ค.นี้ โดยจะเปิดช่องทาง 3
ช่องทาง คือ

1.ทางโทรศัพท์
ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนโทรเข้ามาแสดงความคิดเห็นในการปฎิรูปประเทศฟรี
ที่เบอร์ 0-2304-9999 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โดยจะมีโทรศัพท์ทั้งหมด
300 คู่สาย สามารถโทร.มาได้ภายใน 6 วัน

ในส่วนที่ 2
คือการส่งจดหมายทางตู้ ปณ.9999 ทำเนียบรัฐบาล
ซึ่งไม่จำกัดวันในการส่งประชาชนสามารถส่งมาได้ตลอด
และทางสุดท้ายคือทางอีเมล www.pm.go.th/forward
โดยไม่จำกัดวันเช่นกันสำหรับทางรัฐบาลก็หวังว่าโครงนี้จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้คนไทยในฐานะเจ้าของประเทศมีส่วนร่วมในการปฎิรูปประเทศไทย

นายอภิรักษ์กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการเปิดช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ทางรัฐบาลก็อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด
ในส่วนของคนที่มารับโทรศัพท์ก็จะระดมคนที่จะมาเป็นอาสาสมัคร
โดยมีการรับสมัครผ่านเครือข่ายทั้งเครือข่ายที่เป็นอาสาสมัครจากกรุงเทพฯ
เครือข่ายอาสาสมัครที่เป็นเครือข่ายในช่วงที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
(ศอฉ.) เปิดรับคอลเซ็นเตอร์ และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากที่สมัครโดยตรง
ซึ่งสามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ http:/www.pm.go.th/forward หรือที่
เครือข่ายเฟซบุ๊กของนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งเครือข่ายของนักเรียน นิสิต
นักศึกษาจากสถาบันหรือมหาวิทยาลัยต่างๆที่สามารถสมัครผ่านระบบ
หรือยื่นมาที่สำนักนายกรัฐมนตรี
ส่วนผู้ที่จะมาเป็นอาสาสมัครจะมีการแบ่งช่วงเวลาในการทำงานเป็น 3
ช่วงด้วยกันคือ ช่วง 08.00-12.00 น., 12.00-16.00 น. และ 16.00-20.00 น.
สำหรับแบบฟอร์มการกรอกจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ง่ายๆเพื่อที่จะได้บันทึกด้วยความเข้าใจ
ส่วนข้อเสนอแนะจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เช่น เรื่องของอาชีพ รายได้ หนี้สิน
สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวฯลฯ นอกจากนั้น สามารถบอกเรื่องอื่นๆ
ซึ่งคนที่รับโทรศัพท์จะเป็นผู้บันทึกข้อมูลไว้
หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะที่อยากฝากไว้ในเรื่องอื่นๆ
สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จะนำมาสร้างเป็นพิมพ์เขียว
หรือเส้นทางที่เราจะใช้ในการปฎิรูปประเทศไทย

 

นายอภิรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับในบางเรื่องถ้าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนก็สามารถนำมาดำเนินการได้เลย
เช่น เรื่องที่ดินทำกิน ความคิดที่เร่งด่วนและประชาชนให้ข้อเสนอแนะเช่นนี้ ทางนายอภิสิทธิ์ก็จะเร่งดำเนินการทันที

"นอกจากการรับโทรศัพท์แล้ว ยังมีการประสานงานไปยังสถานีโทรทัศน์ให้ดารา นักร้องในสังกัดต่างมาร่วมรับโทรศัพท์ และในวันที่ 1 ก.ค. นายอภิสิทธิ์จะมาร่วมงานในช่วงเช้าและจะมารับโทรศัพท์ด้วยตัวเอง"
นายสาทิตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าประชาชนจะมาด้วยตนเอง
และนำร่างปฎิรูปกฎหมายที่คิดขึ้นมาด้วย ได้หรือไม่

 นายสาทิตย์กล่าว่า
ไม่ขัดข้องมาได้ที่ตึกสันติไมตรี ตั้งแต่วันที่ 1-6
ก.ค.หรือว่าอยู่ที่ไหนโทรศัพท์บ้านหรือมือถือก็โทร.ฟรีทั้งหมด

เมื่อถามว่าตัวข้อมูลจะนำไปทำอะไร

นายสาทิตย์กล่าวว่า
ตัวข้อมูลก็จะนำไปรวบรวมพร้อมกับที่มาจากเวทีภาคประชาชนที่แต่ละองค์กรจัดขึ้น
และข้อมูลที่รวบรวมจะเสร็จภายในเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม
ถึงพฤศจิกายนจะนำผังความคิดที่ได้จากทุกช่องทางมาจับแยกออกจากกัน
และในเดือนธันวาคมจะทำเป็นร่างที่เรียกว่าพิมพ์เขียว เพื่อให้นายกฯ
ได้ประกาศในวันที่ 1 ม.ค.

เมื่อถามว่า ถ้ามีผู้ที่มีความเดือดร้อน
มีความทุกข ์มาร้องเรียน ตรงนี้จะแบ่งแยกหรือไม่

นายอภิรักษ์กล่าวว่า
บางครั้งเราอาจจะไม่ทราบปัญหาลึกๆ ที่เขามีอยู่ ผู้ที่รับโทรศัพท์อาจจะกำหนดไม่ได้ว่าอยู่ในหมวดหมู่ไหน
เพราะฉะนั้นก็จะบันทึกเป็นปัญหาเฉพาะรายที่อยากจะบรรยายให้รัฐบาลได้รับทราบ
หรือบางคนอาจจะมีข้อแนะเพิ่มเติมเราก็เปิดกว้างรับได้

(http://onknow.blogspot.com/2010/06/6-63-1-6.html)

โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด :

 

1 ชม.มี 60 นาที

1 วันทำงาน 10 ชม. (กรณีขยันทำงานมี OT ทุกวัน)
6 วันทำการของโครงการ
= 60 นาที X10 ชม. X 6 วัน
= 3,600 นาที
ถ้าทุกคนแสดงความคิด คนละ 1 นาที (แค่พูดทักทายก็หมดเวลาแล้ว)
63,000,000 คน / 3,600 นาที
= 17,500 คน(ความเห็น) ต่อ 1 นาที
อยากรู้ว่า จะจ้างคนมารับโทรศัพท์ 17,500 คนหรือ? เห็นบอกว่ามีแค่ 300
คู่สาย แล้วจะต่อเข้าไปพูดได้ยังไง?
โครงการ นี้เป็นแค่ gimmick !!! ของหลอกเด็ก ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ไม่เกิดมรรคผลอะไร เหมือนเรื่องพับนกเป็นล้านตัว
เอาใส่เครื่องบินไปโปรยภาคใต้

 

 

 

 

 

 

(http://onknow.blogspot.com/2010/07/6-63.html)