๑๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักและเคารพทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓  เช้าเข้าสโมสรเพื่อดื่มน้ำชากาแฟไปตามเรื่อง มีท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ มาคุยให้ฟังถึงแนวทางใช้งบประมาณ Sp2 ในการพัฒนาครูทั้งระบบ  เชิญท่านรองฯ วิรัช ฐิติรัตนมงคล มาปรึกษาถึงความเป็นไปได้ในการทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ที่จะเวียนมาบรรจบครบรอบ ๗ ปีในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓  ผมทำต่อเนื่องมาทุกปีในทุกเขตที่ดำรงตำแหน่งเพื่อให้บุคลากรในสำนักงานได้ทำบุญร่วมกัน อย่างน้อยได้รำลึกถึงวันสิ้นสุดของบ้านเก่า วันเกิดของบ้านใหม่ การทำงานในปัจจุบันและอนาคต ที่สำคัญนอกจากได้เลี้ยงพระแล้ว พวกเราได้รับประทานด้วย เข้าทำนองทำบุญและกินร่วมกันความสัมพันธ์ก็ดีขึ้น ท่านรองฯ บอกว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะชาวปทุมธานี เขต ๑ ชอบทำบุญอยู่แล้ว เมื่อเห็นตรงกันก็มอบหมายให้ไปดำเนินการ ทำแบบง่าย ๆ ประหยัดแต่ให้ถูกต้องตามหลักศาสนพิธี ขึ้นไปทำงานที่ห้องมีแฟ้มเต็มโต๊ะ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ   เที่ยงลงไปกินข้าวที่ห้องสโมสร เพราะตอนเช้าแวะซื้อแกงจากร้านข้าวแกงเมืองคอน ซึ่งมาเปิดใหม่ริมถนนราชพฤกษ์ ชวนสมัครพรรคพวกที่เคยร่วมโต๊ะกัน มาร่วมกินด้วย ๔ – ๕ คน รสชาติก็พอทานได้ แต่ไม่ถึงขนาด  บ่าย ผอ.เกื้อพร วานิชชัย อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยมหาดไทย มาหาพร้อมด้วยทีมงานเพื่อให้ช่วยดูโปรแกรมจัดทำระบบข้อมูลโรงเรียน ที่ออกแบบไว้เพื่อจำหน่ายในเชิงพานิช ขอช่วยท่านรองฯ มานะ พุ่มบัว ท่านรองฯ กฤษณะ เลิศวิชานันท์ และน้อง ๆ ที่ทำข้อมูลของเขตมาช่วยกันดู เท่าที่ฟังเขาว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ที่ว่าดีเพราะไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำสามารถโหลดข้อมูลเดิมเข้าระบบได้เลย  หากเป็นจริงจะใช้เป็นเขตนำร่องดู  ให้คุณฉันทิสา พุ่มไสว จาก สพท.เพชรบุรี เขต ๒ จองโรงแรมที่ชะอำให้ ๒ คืนสำหรับพาผู้บริหารสถานศึกษาไปอบรมและศึกษาดูงาน ในวันที่ ๒๒-๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ได้โรงแรมลองบีช ติดชายหาดชะอำ เคยใช้บริการหลายครั้ง  ครั้งนี้ให้จองไว้ ๑๐๐ ห้อง ติดต่อคุณเสาวนีย์  โชคสุชาติ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวังไกลกังวล ถามความพร้อมในการให้โอกาสพวกเราไปศึกษาดูงานทั้งฝ่ายประถมและฝ่ายมัธยม เขาตอบรับว่าพร้อมให้ทำหนังสือไป

วันอังคารที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เช้าปรึกษาเรื่องการอบรมผู้บริหารสถานศึกษาที่จะจัดระหว่างวันที่ ๑๕ – ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่ห้องสโมสร มีท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด ท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ ร่วมหารือ สรุปว่าจะไม่มีการพักค้างเพราะจะทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้ประมาณ ๗ แสนบาท จะนำงบประมาณส่วนนี้ให้ครูไปอบรมตามผลการประเมิน   เพื่อดูความเหมาะสมเรื่องสถานที่อบรมจึงชวนกันนั่งรถไปโรงแรมบางกอก กอล์ฟ สปา รีสอร์ท พบเจ้าหน้าที่โรงแรมพาไปชมห้องประชุมที่จะใช้ทั้ง ๒ ห้อง ห้องอาหารที่จะจัดเลี้ยงกลางวัน เธอสั่งผัดไทยมาให้ลองทานคนละจาน เป็นผัดไทยกุ้งสดจานยักษ์ อร่อยมากแต่จะงดสั่งผัดไทยมากินอีกหลายเดือน  บ่ายมีประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีเรื่องให้พิจารณาหลายเรื่อง  เรื่องแรกเป็นการพิจารณารับย้ายครูต่างเขตมาลงตำแหน่งที่โรงเรียนวัดบางกุฎีทอง ๑ ราย และโรงเรียนวัดสามัคคิยาราม อีก ๑ ราย ความจริงมีตำแหน่งว่างที่สามารถรับย้ายได้ ๑๖ ตำแหน่ง แต่วิชาเอกที่โรงเรียนขอไว้ไม่ตรงกับครูที่เขียนย้ายมาลง ต่อไปต้องประกาศวิชาเอกให้ทราบทั่วกันก่อนฤดูเขียนย้าย เรื่องที่ ๒ เป็นการขออนุมัติเรียกบรรจุครูจากบัญชีสอบแข่งขัน ๑๐ ราย วิชาเอกจิตวิทยาและแนะแนว ลำดับที่ ๑๗, ๑๘  วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป ลำดับที่ ๔๒ วิชาเอกนาฏศิลป์ ลำดับที่ ๑๗, ๑๘, ๑๙  วิชาเอกการประถมศึกษา ลำดับที่ ๒๓, ๒๔, ๒๕, ๒๖  เรื่องที่ ๓ ขอใช้บัญชีสอบแข่งขันได้จากเขตพื้นที่การศึกษาอื่นมาบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วย ๗ ราย ๖ วิชาเอก เรื่องที่ ๔  การแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาตามผลการคัดเลือก แต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียน ๑ ราย คือ นายปริญญา  แช่มชมดาว โรงเรียนวัดถั่วทอง แต่งตั้งรองผู้อำนวยการโรงเรียนอีก ๔ ราย มีตำแหน่งว่างที่โรงเรียนทีปังกรฯ ๕  โรงเรียนชัยสิทธาวาส โรงเรียนวัดบางพูน และโรงเรียนบุญคุ้มราษฎร์บำรุง ต้องให้ผู้สอบคัดเลือกได้มาเลือกโรงเรียน เรื่องที่ ๕, ๖, ๗  เป็นการเปลี่ยนแปลงการกำหนดตำแหน่งจากครูเป็นครูผู้ช่วย จากครูผู้ช่วยเป็นครู และจากครูเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียน  เรื่องที่ ๘ อนุมัติตั้งครูผู้ช่วยที่ผ่านการพัฒนาอย่างเข้มเป็นครู ๑ ราย คือ นางสาวอารีวัลย์  รินทระ เรื่องที่ ๙ อนุมัติการประเมินผลการปฏิบัติและผลงาน และผลงานวิชาการด้านที่ ๓ ที่ขอเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ๗๑ ราย  อนุมัติ ๗ ราย ปรับปรุง ๑๔ ราย ไม่ผ่าน ๕๐ ราย เป็นที่น่าสังเกตว่าสาขาภาษาไทยส่ง ๔๓ ราย ผ่าน ๑ ราย ตกไป ๔๒ ราย ช่างสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้  สาขาคณิตศาสตร์ ส่ง ๒๕ ราย ผ่าน ๓ ราย ปรับปรุง ๑๔ ราย สาขาคอมพิวเตอร์ส่ง ๓ ราย ผ่านทั้ง ๓ ราย  เรื่องที่ ๑๐  การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ  ผลงานที่ค้างอยู่ก็จะถูกทยอยส่งไปตรวจให้เสร็จโดยเร็ว  เรื่องที่ ๑๑  อนุมัติผลการประเมินและแต่งตั้งข้าราชการครูให้มีวิทยฐานะชำนาญการ ๔ ราย คือ นางวิไลพร บุญมาก โรงเรียนวัดตะวันเรือง ตั้งแต่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ นางยมนา อรุณไพร โรงเรียนวัดบัวสุวรรณประดิษฐ์ ตั้งแต่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ นางดาราวรณ กล่อมเกลี้ยง โรงเรียนศาลาพัน ตั้งแต่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ และนายสมคะเน ดาษดา โรงเรียนศาลาพัน ตั้งแต่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๓ เลิกประชุมเดินดูความพร้อมการจัดสถานที่ทำบุญเลี้ยงพระที่ห้องประชุมชั้น ๓ เห็นจัดกันแข็งขันทั้งข้าราชการและลูกจ้าง

วันพุธที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๓  วันนี้เมื่อปี ๒๕๔๖ พวกเราที่ปฏิบัติงานในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ/กิ่งอำเภอ ต่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์หน่วยงานเดิมที่สิ้นสภาพไปตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่มีผลใช้บังคับในวันนั้น และตื่นเต้นกับหน่วยงานใหม่ที่เกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้ วิถีราชการของแต่ละคนขาดความมั่นคงทั้งตำแหน่งและสถานที่ทำงาน ทุกคนค่อย ๆทำใจและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ วัฒนธรรมการทำงานใหม่ จนถึงวันนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอายุครบ ๗ ปีบริบูรณ์ ผมทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามาตั้งแต่วันแรกของการเปลี่ยนแปลง ถึงวันนี้ผอ.เขตยุคนั้นเกษียณอายุราชการไปแล้ว ๗ รุ่น เหลือให้เห็นกันไม่มากนัก นอกนั้น เป็นคนรุ่นใหม่ที่สอบคัดเลือกขึ้นมาจากรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการโรงเรียนเชี่ยวชาญ  วันนี้ที่เขตคึกคักไปด้วยผู้คนที่มีสีหน้าผ่องใส เพราะเรามีงานบุญร่วมกัน ผู้บริหารโรงเรียนทั้งรัฐและเอกชนที่ทราบข่าวและมีเวลาต่างมาร่วมงานกัน ไม่มีการบังคับทั้งโดยตรงและโดยอ้อม  ห้องประชุมชั้น ๓ จัดเป็นที่ทำบุญเลี้ยงพระ  เวทีด้านหน้าปรับเป็นอาสนสงฆ์  ตั้งเก้าอี้ให้แขกที่ร่วมพิธีนั่งเรียงแถวกันไปจนเต็มพื้นที่  ด้านนอกวางสำรับกับข้าวเรียงยาวตลอดแนว  คณะสงฆ์ที่อาราธนามาวันนี้มาจากวัดบางหลวง ได้สวดพระปริตและชัยมงคลคาถา เป็นการให้ศีลให้พร ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล รับพรพระ กรวดน้ำ และประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี  ผู้มาร่วมพิธีรับประทานอาหารร่วมกันทั้งในห้องประชุมชั้น ๓  และในห้องสโมสร  บ่ายรับแขกและคุยกับผู้บริหารโรงเรียนจนเย็น

 

วันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๓  เช้าขึ้นทำงานแฟ้มเอกสารที่ค้างโต๊ะตั้งแต่เมื่อวาน ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ ยกเว้นแฟ้มการสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ที่รอไว้อ่านอย่างละเอียดเมื่อมีเวลาว่าง ผู้บริหารโรงเรียนนำเสื้อมาให้ ๑ ตัว บอกว่าไปเที่ยวเมืองลาวซื้อมาฝากผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนคนละตัว เหลือไว้หนึ่งตัวจึงเอามาฝาก เที่ยงทานข้าวที่ห้องเพราะท่านรองฯสุรบัญชา วิชิตพันธ์ ซื้อมาฝาก บ่ายเดินทางไปวัดชัยสิทธาวาส อำเภอสามโคก เพื่อเป็นประธานเปิดค่ายเยาวชนเรียนรู้คุณธรรม  มีท่านรองฯครรชิต  หิรัณยหาด และคุณวิภาวรรณ  พึ่งโยธิน ประชาสัมพันธ์เขต เดินทางไปด้วย  วัดชัยสิทธาวาส อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามมีคฤหาสน์หลังใหญ่มองเด่นเป็นสง่า หากมองผิวเผินอาจคิดว่าคล้ายกับพระที่นั่งอนันตสมาคม มีผู้รู้บอกว่าเจ้าของเป็นนักร้องชื่อดังคนหนึ่ง พิธีเปิดจัดที่ศาลาการเปรียญซึ่งยกระดับแบบมีใต้ถุน อาจเพราะหนีน้ำหลาก ท่านรองฯ เกรียงศักดิ์  ทองอิ่ม กล่าวรายงาน ผมกล่าวเปิดให้โอวาทนักเรียน ใช้เวลาไม่นานนัก จากนั้นรองเจ้าอาวาสได้เป็นประธานสงฆ์ให้ศีลและรับนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม ๓ วัน ๒ คืน ตามโครงการ  ผู้บริหารโรงเรียนเล่าให้ฟังว่า นักเรียนที่คัดมาล้วนแต่อยู่ในวัยคะนอง การได้มาฝึกฝนตนเองจะทำให้เป็นเยาวชนที่ดีได้ ดำเนินการมาแล้วหลายรุ่นที่วัดนี้ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  กลับจากวัดเดินทางไปร้านจำหน่ายไฟวับวาบย่านถนนชัยพฤกษ์เพื่อตรวจสอบราคาและเลือกแบบ ในการติดตั้งกับรถตรวจการของเขตที่กำลังขออนุญาตจากเจ้าพนักงานตำรวจให้ถูกต้องตามกฎหมาย  เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะส่งสายตรวจเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา(สารวัตรนักเรียน) ออกตรวจการณ์ในสถานที่ล่อแหลมต่อการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา เป็นการป้องปรามช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกแรงหนึ่ง  วันนี้ก็ได้รับรายงานว่ามีการยิงกันแถวตลาดรังสิต แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต  ดูแบบไฟวับวาบที่เหมาะสมให้เขาส่งใบเสนอราคาไปที่เขตเพื่อจัดซื้อจัดจ้าง  กลับเข้าสำนักงานเขตประสานกับท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ ท่านบอกว่าใบอนุญาตลงนามเรียบร้อยแล้ว  นายแสงทอง เจ็งสวัสดิ์ จึงนำรถไปให้ร้านติดตั้งทั้งไฟวับวาบ ไซเรน ที่นั่งด้านหลัง และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า สิ่งที่ต้องเตรียมการต่อเนื่องกันไปคือการประชุมเครือข่ายทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ โรงเรียน ท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ซึ่งกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เสนอโครงการได้อนุมัติงบประมาณไว้แล้ว  สิ่งสำคัญและจำเป็นที่ต้องจัดซื้อไว้ประจำหน่วยคืออุปกรณ์ป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่สายตรวจ ซึ่งต้องได้ระดับมาตรฐานเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เว้นแต่อาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ต้องให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการปฏิบัติหน้าที่จะมีตำรวจร่วมทีมไปด้วยทุกครั้ง

 

วันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เช้ามีการประชุมคณะกรรมการระดับเขตเพื่อคัดเลือกครูดีเด่นของ สกสค.จังหวัดในระดับเขต  กำหนดให้คัดผู้บริหาร ๑ ราย ผู้สอน ๔ รายส่งไปให้ สกสค.จังหวัดคัดให้เหลือเขตละ ๒ คน ผู้บริหารส่งเข้าคัดเลือกเพียง ๑ ราย ผู้สอน ๖ ราย จึงดูผลงานที่ส่งมา ใช้เวลาไม่นานก็ได้ข้อยุติ เดินเยี่ยมการทำงานในกลุ่มนโยบายและแผน  กลุ่มอำนวยการ ขึ้นไปทำงานเอกสารที่ห้องจนเที่ยง ชวนท่านรองฯ ครรชิต  หิรัณยหาด คุณหนูชุลีพร โชติสุต คุณหมู มาลี โภชนาทาน ไปกินข้าวที่ร้านกันเอง คลองบ้านพร้าว วันนี้มีแกงคั่วกลิ้งปลากระทิง ปลาซิวทอด ปลาคังต้มยำ เนื้อแดดเดียว ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย ทุกคนบอกว่า “ผ่าน” กลับสำนักงานสั่งงานสำคัญ ๆให้เจ้าของเรื่องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพราะอาทิตย์หน้าไม่อยู่เขต เริ่มจากวันที่ ๑๒ – ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ประชุมสัมมนาของ ก.ค.ศ. ที่โรงแรมแอมบราสเดอร์ ต่อด้วยประชุม ผอ.เขตทั่วประเทศ วันที่ ๑๕ – ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่โรงแรมเดียวกัน วันที่ ๑๗- ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ติดตามการอบรม อ.ก.ค.ศ.เขต ที่จังหวัดสุพรรณบุรี  และงานที่รับผิดชอบร่วมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดอบรมผู้บริหารสถานศึกษาระหว่างวันที่ ๑๕ – ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่โรงแรมบางกอก กอล์ฟ สปา รีสอร์ท จังหวัดปทุมธานี และโรงแรมลองบีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บ่ายเชิญท่านธนารักษ์พื้นที่ปทุมธานี  คุณวิเชียร  ศรีสุวิทธานนท์ มาปรึกษาเรื่องงานข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคืนที่ราชพัสดุที่สโมสรเขต จบภารกิจนั่งสังสรรค์กันต่อจนถึง ๓ ทุ่ม 

                ปัญหาการร้องเรียนยังมีทั้งที่เป็นจดหมายและเขียนลงในเว็บบอร์ดเรื่องเล่า ทุกเรื่องได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายไปหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณี  ตามตัวบทกฎหมายได้ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาไว้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารสถานศึกษาให้เป็นไปตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ฉะนั้น คนที่จะแก้ปัญหาในโรงเรียนได้คือผู้บริหารสถานศึกษานั่นเอง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แม้กฎหมายจะกำหนดให้เป็นผู้บังคับบัญชาของผู้บริหารสถานศึกษาและครู แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าไปจัดการแทนในเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาได้  และในบางเรื่องหากเป็นหน้าที่ในอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มอบอำนาจไปให้ผู้บริหารหารสถานศึกษาปฏิบัติราชการแทน ผู้ที่จะรับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนที่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมีอำนาจสั่งแก้ไขคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ยกตัวอย่างให้เห็นกันชัดเจน ครู เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้บริหารสถานศึกษาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เช่นเดียวกับที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย  เราเรียกผู้บริหารสถานศึกษาและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาว่า “ผู้ทรงอำนาจ” เพราะเป็นอำนาจที่กฎหมายกำหนดให้มีในตำแหน่งของตัวเองไม่ต้องรับมอบอำนาจจากใครแต่สามารถมอบอำนาจให้คนอื่นได้  เวลาครูจะร้องทุกข์ก็สามารถร้องกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้อำนวยการสถานศึกษา ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าผู้กระทำให้เกิดเหตุแห่งการร้องทุกข์  แต่ในกรณีนักการภารโรงซึ่งเป็นลูกจ้างประจำตามระเบียบกระทรวงการคลัง อำนาจในการบรรจุแต่งตั้งถอดถอนและบังคับบัญชาเป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขันพื้นฐานในฐานะหัวหน้าส่วนราชการตามกฎหมาย แต่ได้มอบอำนาจให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้อำนาจแทน การดำเนินการของผู้บริหารสถานศึกษาจึงทำในอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การร้องทุกข์จึงต้องร้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้บังคับบัญชาเหนือผู้ทำให้เกิดเหตุแห่งการร้องทุกข์   ที่ยกมายืดยาวใช่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่อธิบายข้อกฎหมายให้ทราบ  ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมายหรือสั่งการอย่างไร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็จะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง

        ลากันด้วยนิทานชาดกแบบง่าย ๆ ธรรมดา ๆ หนึ่งเรื่อง  มีหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งอายุยังน้อย แม้จะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่เนื่องจากมีประสบการณ์ไม่มากนัก เมื่อได้พบม้าเป็นครั้งแรกมันจึงไม่รู้จัก
“ข้าพบสัตว์อะไรก็ไม่รู้ ตัวมันสูงใหญ่สง่างามแต่กินหญ้าเป็นอาหาร” หมาจิ้งจอกวิ่งมาบอก กับหมาป่าเพื่อนของมันซึ่งอยู่ในวัยไล่ๆกัน
“รูปร่างหน้าตามันเป็นอย่างไรล่ะ” หมาป่าซัก
“บอกไม่ถูกหรอก เจ้าตามข้าไปดูเอาเองดีกว่า”
เมื่อหมาจิ้งจอกพาเพื่อนของมันมาพบกับม้า ตอนแรกม้าตกใจจะวิ่งหนี แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกจึงหยุดยืนรั้งรออยู่เพื่อดูท่าที
“ท่านมีชื่อเรียกเผ่าพันธุ์ว่าอย่างไร” หมาจิ้งจอกเอ่ยถาม
“ช่วยบอกให้เรารู้หน่อยเถอะ” ม้าแสยะยิ้มเพราะเมื่อได้ยินคำถามก็รู้ว่าทั้งสองยังไม่ค่อยเดียงสานัก
“ชื่อของข้านะรึ มาดูใกล้ๆเท้านี่ซิ ช่างทำเกือกม้าได้สลักชื่อของข้าไว้ตรงนี้ไง” เมื่อเห็นม้ายกเท้าขึ้น หมาจิ้งจอกเกรงอันตรายจึงหันไปกล่าวกับหมาป่าผู้เป็นสหายว่า
“ฉันยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลย เธออ่านหนังสือเก่งไม่ใช่หรือ ลองเข้าไปอ่านหน่อยซิ”
“อ้อ ได้เลย ฉันนะสอบได้ที่ 1 เป็นประจำเชียวน่ะ” หมาป่ากล่าวอย่างภาคภูมิ เดินยืดไหล่ชูคอเข้าไปอย่างสง่างามแต่ทันใดนั้นมันก็ถูกม้าใช้เท้าถีบเข้าใส่อย่างแรงแล้ววิ่งหนีไป
“เพื่อนเอ๋ย” หมาจิ้งจอกเข้ามาดูอาการหมาป่าผู้โชคร้าย “คราวหลังก็ระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนฉลาดอาจยอมทำตัวเป็น ผู้โง่เขลาในบางสถานการณ์ แต่คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดทุกเวลา 

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑