เรียนรู้ฉือจี้ภาคทฤษฎี

    ช่วงค่ำนี้  ตั้งแต่ 6  โมงเย็นถึงสามทุ่ม  ผมได้เข้ามาเรียนรู้ฉือจี้ภาคทฤษฎี  ก่อนไปดูภาคปฏิบัติในวันพรุ่งนี้

 

    ขอสรุปเป็นแนวคิดหลักของฉือจี้นะครับ  ผมฟังแล้วจดมาอาจไม่ละเอียด ไม่ครบถ้วน   ขอสรุปสั้นๆ มาแล้วกันครับ

 

     *  ฉือ  =  เมตตา    จี้  = สงเคราะห์

 

     *  ฉือจี้  เริ่มจากแม่บ้าน 30  คน หักค่ากับข้าว  ช่วยเหลือคนอื่น

 

     *  ฉือจี้ เกิดจากคำพูดท้าทายของแม่ชีทางศาสนาคริสต์ บอกว่าพระพุทธเจ้านั้น มีเมตตาที่ยิ่งใหญ่กว่าพระเยซูคริสต์...ฟังก็ดูดีครับถ้าไม่มีแต่   แต่ทำไม พุทธ  ไม่ชอบสร้างโรงเรียน  ไม่ชอบสร้างโรงพยาบาล   ไม่ชอบสงเคราะห์คนยากจน    ไม่ช่วยเหลือเด็กกำพร้า   ไม่ชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก

 

     *   ฉือจี้   เน้น  พรหมวิหารสี่  

 

     *   ฉือจี้  ใช้หลัก ต้าไอ้   "ความรักยิ่งใหญ่ที่ไม่มีพรมแดน"

 

     *   ฉือจี้  ให้สำนึกในบุญคุณตัวเองที่เกิดมาเป็นมนุษย์   มีสิทธิ์ทำดีได้   ให้เคารพตัวเอง   เมื่อเคารพตัวเองก็จะเคารพผู้อื่น  

 

     *    ฉือจี้  ถือว่าคนที่ได้ไปช่วยเขา  เป็นคนที่มีบุญคุณที่ทำให้เรามีความดี  เวลามอบของให้เขา  ต้องนอบน้อมต่อเขา

 

      * วาทะธรรมอันยิ่งใหญ่ของฉือจี้  คือ 

          ใต้หล้านี้   ไม่มีใครที่ฉันไม่รัก

          ใต้หล้านี้    ไม่มีใครที่ฉันไม่เชื่อใจ

         ใต้หล้านี้   ไม่มีใครที่ฉันไม่ให้อภัย

          ใต้หล้านี้    ไม่มีใครที่ฉันให้ทั้งสามสิ่งนี้ไม่ได้

 

 

     *   โรงเรียนฉือจี้    ทุกๆสถานที่  เป็นสถานธรรมหมด โดยใช้หลัก จิ้ง ซือ อวี่   ปลูกฝังนักเรียน  (วาทะธรรม จาก ธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน)

 

      ผมฟังมาทั้งหมด  ผมพอจะได้ความคิดหลักของฉือจี้เรื่องจิตอาสา ตามมุมมองของผมเองนะครับ ว่า  โรงเรียนฉือจี้  เน้นหลัก เมตตา  เมตตากับทุกๆคน  ทุกๆเรื่อง  ครู เมตตาต่อ เด็ก   เด็ก เมตตาต่อคนอื่น    จิตอาสาจึงเกิดจากความเมตตา   เมื่อจิตเกิดเมตตา  จิตอาสา ก็จะเกิดครับ

 

    *   คืนนี้ก่อนนอน ผมมีวาทะธรรม จิ้ง ซือ  อวี่ หรือ วาทะธรรมจากธรรมาจารย์เจิ้งเอี๋ยน  มาฝาก 1  บท ครับ

 

       "อย่าทำความดีเพื่อหวังชื่อเสียง   อย่าทำความดีเพื่อให้ได้บุญกุศล   แต่ควรทำความดีโดยสำนึกว่าทำตามหน้าที่ที่พีงกระทำ  จึงจะเป็นการทำความดีด้วยความจริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน"

 

                           ราตรีสวัสดิ์ครับ

     (พรุ่งนี้  ตื่นเช้า  ตีสี่ครึ่ง มาทานข้าว ตีห้า   ไปดูโรงเรียน หกโมงเช้า)