ถ่ายทอดความรู้Tacit จากประสบการณ์การเป็นวิทยากร ให้ เพื่อนและน้องๆ ในสถานีอนามัย
จากคำถาม ทำไม พูดกับชาวบ้านแล้วชาวบ้านประทับใจ ชอบ หัวเราะสนุกสนาน ทั้งๆเป็นการอบรมเรื่องวิชาการ ต้องถามกลับบ้างว่า เราพูดวิชาการ การตั้งใจฟังอย่างมาก 30 นที เท่านั้น การพูดเรื่อง 3 อ 2 ส อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกายเพื่อให้ชาวบ้านนำไปใช้ จดจำง่าย เป็นเทคนิคเฉพาะตัว เราเก่ง แต่อย่าเก่งคนเดียว
เอาหละ เพื่อนและน้องๆ จาก 26 สถานีอนามัย มีความตั้งใจ ที่ก้าวเป็นวิทยากรที่เก่ง พูดให้ชาวบ้านไม่เบื่อ กิจกรรมที่สอดแทรก ฉะนั้น ทุกคนต้องฝึกเป็นผู้เข้าอบรม ก่อน
วันนี้ดูพี่อิช สาธิต
ให้ความรู้เรื่องสร้างสุข ปรับปรุงงานจากการทำDialogue ปรับปรุงงานอย่างไร จากการทำ Dialogueวัตถุประสงค์ของการทำ Dialogue
1. เพื่อลดปัญหาการสื่อสารภายในองค์กร
2. เพื่อให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้ การคิดที่ลุ่มลึกร่วมกันจากการ
สนทนา เกิดการเรียนรู้ระดับทีม สู่การเรียนรู้ระดับองค์กร
3. เพื่อปรับพฤติกรรมของบุคลากรในการอยู่ร่วมกัน ให้มีการรับฟัง
อย่างไตร่ตรองมากกว่าพูด เกิดพลังความคิดสร้างสรรค์งานเกิดกระแสการไหลของความคิด ความรู้สึก
• การแสดงออกภายในกลุ่ม ที่ลุ่มลึกมีความหมาย
• เกิดความไว้วางใจ กลมเกลียวสามัคคี
• เกิดสติปัญญาที่มีพลังร่วมกัน
• เกิดความรู้สึกร่วมในความสำเร็จ
• เกิดการนำความคิดของผู้อื่นไปดำเนินการ
• ลงมือทำจริงจังให้เป็นผลด้วยความเต็มใจ สมัครใจ
กฎกติกาการทำ Dialogue
1.ทำสมาธิก่อนทำ Dialogue 5 นาที
2. ปิดโทรศัพท์มือถือ
3. ในกลุ่มผู้สนทนาไม่พูดคุยกันเอง
4. มีสิทธิในการพูดเท่าเทียมกัน ไม่ยึดครองการพูดเพียงผู้เดียว ไม่พูดแทรกขึ้นระหว่างคนอื่นกำลังพูด
5. ไม่มีการตัดสินสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด
6. พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างสรรค์ สามัคคีกัน ไม่โจมตีกันหรือแสดงอากัปกิริยาขุ่นเคืองใจ
7. ไม่วิพากษ์วิจารณ์การพูดของผู้อื่น
8. แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ วางการตัดสินใจส่วนตัวไว้
9. ทุกคนเท่าเทียมกัน ( ไม่แบ่งชนชั้น ตำแหน่งหน้าที่ )
ไม่แสดงอำนาจเหนือกว่า ( แขวนหัวโขน )
10. ผู้พูดยกมือขึ้น และทุกคนตั้งใจฟัง
ความสุขที่ได้จากการทำ Dialogue
• ความสุขจากการฝึกอบรม
• เสียงหัวเราะ
• น้ำตาแห่งความสุขและฝึกการฟัง
Dialogue เป็นเครื่องมือ KM”
การแชร์ “Tacit” ไม่ใช่ การแชร์ “ความคิด” ในการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามแนวทาง KM (ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด)

ฟังอย่างตั้งใจ Deep Listening ไม่ใช่ฟังแบบCritical Thinking

ได้ข้อคิดจากการอ่านของ อาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด โดย คุณถนัด ใบยา กรุณาฝากให้ นี่แหละ ที่พี่อิช ใช้ ความรู้ “Tacit” เป็นความรู้ “เฉพาะกิจ” เป็นความรู้ที่ติดอยู่กับบริบท (Context) ลำพังตัวมันเอง (Content) นั้นแทบจะไม่มีความหมายอะไร แทบจะใช้อะไรไม่ได้(ถ้าเอาบริบททิ้งไป) ไม่เหมือนกับความรู้ที่เป็น “Explicit” ที่ถูกทำให้เห็น (เข้าใจได้) ชัดเจน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์ (วิจัย) เรียกได้ว่าถูก “Generalize” มาแล้ว จนได้เป็นองค์ความรู้ (Content) ที่ไม่มีบริบท (Context) อยู่ในนั้น

เราตั้งใจที่จะเป็นวิทยากรที่มีคุณภาพ เราต้องปรับเปลี่ยนตัวเราก่อน อิอิ...

ดู ดี ดี บางคนไม่เคยเต้นรำ

NCD Staffs เราทำได้ รวมพลัง ต้านภัยเงียบ

สุดยอด ฉันเก่ง ฉันทำได้ ฉันไม่เครียด ฉันเป็นคนสวย Yes Yes Yes :
ต่อไปพี่อิช ลงพื้นที่ ตามไปดู น้องๆเพื่อค้นหา The Star NCD