ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูมองในแง่สัญลักษณ์ก็เป็นเครื่องหมายอักษรเทวนาครีที่เราอ่านว่า...โอม...มาจาก ..อะ.. อุ..มะ..ใช้แทนพระพรหมพระศิวะและพระนารายณ์
ในแง่นิกายสำคัญของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูนี้มีดังนี้
1 . นิกายไวษณพ เป็นนิกายที่ยกเอาพระวิษณุเป็นใหญ่กว่าเทพเจ้าองค์อื่น ๆ พระองค์ทำหน้าที่สร้างโลกพิทักษ์รักษาโลก มีสถานที่อยู่ในสะดือทะเลเวลาโลกเดือดร้อนพระองค์จะมาช่วยโดยอวตารมาเป็นปางต่าง ๆ ถึง 10 ปาง มีปางเป็นปลา เป็นเต่า เป็นหมู เป็นคนครึ่งสิงโต เป็นคนแคระ เป็นรามสูร เป็นพระราม เป็นพระกฤษณะ เป็นพระพุทธเจ้า และเป็นบุรุษขี่ม้าขาว เป็นต้น
ผู้นับถือนิกายนี้ใช้ขี้เถ้าสีเทาขีดหน้าผากทำเป็นเส้น ๆ 2 เส้น ทำเป็นตั้งฉาก
2 . นิกายไศวะ เป็นนิกายที่ยกเอาพระศิวะเป็นเทพเจ้าผู้นำกว่าทุกเทพบางทีเรียกว่าพระอิศวร ผู้นับถือนิกายนี้ใช้สีเจิมหน้าผากทำเป็น 3 เส้นแนวนอน
3 . นิกายศักติ เป็นนิกายที่ยกเอาเมียของพระพรหมคือนางสรัสวดี ของพระวิษณุคือนางลักษมี และของพระศิวะคือนางอุมาเทวี ถือว่าเป็นพลังให้ทุกชีวิตมีความสมบูรณ์พูนสุข ด้วยพลังแห่งหญิงคู่กับพลังแห่งชายเหมือนหยินกับหยาง
ในสังคมอินเดียทั่วไปเช่นในเมืองพาราณสีมักจะเห็นผู้คนบูชาเจ้าแม่อุมาเทวีหรือพระนางปารวตีคือเจ้าแม่กาลี มีการบูชาโดยตัดคอแพะให้เลือดพุ่งตรงไปที่พระรูปเจ้าแม่กาลีนั้นในการประกอบพิธีกรรมบูชายัญนั้นแล...
สวัสดีครับอาจารย์อุทัย
เคยอ่านพบมาเหมือนกันครับ ว่า โอม เป็นคำศํกสิทธิ์ ที่เป็นตัวเเทนของพระเจ้า เเล้ะ เป็นคำที่ใช้ ภาวนาให้กับพระเจ้า นั้นมาจากคำว่า อะ อุ มะ เเต่บางเล่มนั้น กล่วงว่า ตัวโอม เกิดจากพระคเณร ที่มีลักษณะกลม เเละเป็นตัวเเทนของพระเจ้าทั่งปวง เลยไม่ทราบว่า ความเชื่อไหนเป็นตจริงครับ ท่านอาจารย์
สวัสดีครับ คุณพีธากร พิพัฒวรางกุล
ก็มีส่วนถูกนะ เพราะมาจากเทพเจ้าของชาวฮินดูนั้นละ
แม้แต่พระพุทธศาสนาก็นำมาเจิม อะ อุ มะ เหมือนกัน
เพราะอะ มาจาก อะระหัง...อุมาจาก อุตตะมัง...มะมาจาก มหาสังฆัง...ไงละ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ