“หน้าที่” คือสิ่งสำคัญที่สุด หากพ่อแม่ไม่ทำหน้าที่ลูกคงดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ หากครูอาจารย์ไม่ทำหน้าที่ วิชาการความรู้คงหายไปจากโลก หากนักสอนศาสนาไม่ทำหน้าที่ความดีงามคงไม่มีอยู่ในโลกนี้
หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม 10
โสภณ เปียสนิท
........................................
ไม่ได้ ยามเสด็จกลับ ฝ่าบาทจะทรงกระหายเพียงใด? เราไม่อาจให้ท่านรอได้ คงต้องเอาเนื้อที่เหลือปรุงน้ำแกงเสวย” (แดจังกึม/หน้า64/เล่ม2)
            คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคำว่า “หน้าที่” เป็นนางวังห้องเครื่องมีหน้าที่ทำอาหารให้พระราชา ซังกุงฮันไม่อาจให้พระองค์ต้องรอรับประทานอาหาร แต่ต้องเตรียมอาหารให้พร้อมเพื่อรอพระองค์ นี่คือสำนึกแห่งความรับผิดชอบในหน้าที่ คิดดูแล้ว “หน้าที่” คือสิ่งสำคัญที่สุด หากพ่อแม่ไม่ทำหน้าที่ลูกคงดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ หากครูอาจารย์ไม่ทำหน้าที่ วิชาการความรู้คงหายไปจากโลก หากนักสอนศาสนาไม่ทำหน้าที่ความดีงามคงไม่มีอยู่ในโลกนี้
น้ำแร่ด้านในไหลพรูออก ขณะที่ถังน้ำกลิ้งไปมาดูน่าชัง จึงกึมเหม่อมองเหตุกาการณ์ตรงหน้า ก่อนรันทดใจจนระเบิดเสียงร่ำให้ออกมา แม้ทราบดีว่าร้องไปก็มิได้มีสิ่งใดดีขึ้น แต่นอกจากน้ำตาแล้ว เวลานี้กลับไม่มีสิ่งใดสามรถปลอบประโลมใจตนได้” (แดจังกึม/หน้า70/เล่ม2)
                เนื้อความตอนนี้ บ่งบอกถึงความพยายามรับผิดชอบหน้าที่ของจังกึมอย่างถึงที่สุด เมื่อเห็นว่าความพยายามนั้นอาจต้องสูญสิ้นไปต่อหน้าต่อตา คนเราย่อมอดจะเสียใจมิได้ แม้จะรู้ว่าร้องไห้แล้วไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่หลายครั้งที่คนเราใช้น้ำตาเป็นเครื่องปลอบใจ
บริเวณด้านล่างของไหล่เขา เห็นเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ไพศาล คงผ่านฤดูเก็บเกี่ยวไปแล้ว เวลานี้เห็นมีเพียงลำต้นที่เหลือพลิ้วลู่สายลมอยู่เท่านั้น” (แดจังกึม/หน้า72/เล่ม2)
                คำบรรยายธรรมชาติในเนื้อเรื่องตอนนับว่าน่าประทับใจ นึกถึงภาพของหญิงสาวนางหนึ่งนั่งมองทุ่งข้าวเหลืองอร่ามจากที่สูงห่างไกลออกไป หลังฤดูการเก็บเกี่ยว น้ำในทุ่งนาแห้งเหือดหายไป พื้นดินเริ่มแยกแตกระแหง นาฏกรรมแห่งท้องทุ่งในยามนี้ มีเพียงนกหนูหลายตัวกำลังเก็บกินข้าวตกซุกซอกใต้ตอซังข้าว ฝูงปลาเล็กปลาน้อยตกคลักในที่ลุ่มน้ำเหลือน้อยปลายนา
หลังชายตามองจังกึม จองโฮเร่งมือดามเฝือก จากนั้นใช้มือที่เหลือฉีกเสื้อในของตน มัดพันรอบไม้เฝือกจนแน่นโลกนี้คงมิมีภาพใดดูเคร่งขรึม จริงจังไปกว่านี้ได้อีกแล้ว” (แดจังกึม/หน้า73/เล่ม2)
                จิตใจที่ประกอบด้วยความรักเมตตาสองดวงสอดประสานกันแนบแน่น ผู้รับการช่วยเหลือย่อมซาบซึ้งใจ ผู้ให้ความช่วยเหลือย่อมเป็นการให้ด้วยความเต็มใจ แม้ต้องฉีกเสื้อผ้าของตนเองเพื่ออุทิศแด่คนที่รัก ยิ่งเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทำ จะดีมากกว่านี้อีกเพียงใด หากคนทุกคนในโลกนี้มีความรักเมตตาต่อเช่นนี้
เพียงจดบันทึกเครื่องปรุง และวิธีการปรุงในแต่ละวันไว้ป้องกันมิให้ลืมเลือนไป” (แดจังกึม/หน้า80/เล่ม2)
                มีหัวใจการสั่งสอนให้ลูกหลานไทยใช้เป็นแบบอย่างในการศึกษาไว้ 4 อย่าง คือ สุจิปุลิ เมื่อกล่าวให้เต็มรูปคือ สุตะการฟัง จินตะการคิด ปุจฉาการถาม ลิขิตการเขียน หากใครเล่าเรียนด้วยวิธีทั้งสี่ประการนี้ จะทำให้คนผู้นั้นประสบความสำเร็จในการศึกษาได้ง่าย
อ้อ ใต้เท้า ตำราที่ยืมมาคราก่อน ได้คัดลอกเสร็จแล้ว”ตำรามากมายเช่นนั้น ถึงกลับคัดลอกหมดแล้ว น่าอัศจรรย์ใจจริง” (แดจังกึม/หน้า82/เล่ม2)
                จังกึมเป็นนักการศึกษาที่เอาใจใส่อย่างหนัก จังกึมคัดลอกหนังสือจำนวนมากให้เสร็จได้อย่างรวดเร็ว การอ่านทำให้จำได้ในระดับหนึ่ง การจดหรือการคัดลอกย่อมช่วยเสริมให้จำในสิ่งที่คัดลอกได้มากยิ่งขึ้น ขอเสนอวิธีการของจังกึมให้นักศึกษาผู้หวังความสำเร็จใช้เป็นแบบอย่าง
รอยยิ้มแผ่ขยายปกคลุมใบหน้าของจองโฮ สตรีที่แข็งแกร่งแต่น่าทะนุถนอม ลนลานแต่ดูคล่องแคล่ว สูงส่งแต่ดูสง่างาม แม้มิได้เป็นนางวัง ต้องเหมาะแก่การอยู่เคียงข้างทั้งชีวิตเป็นแน่ เมื่อคิดถึงตอนนี้สีหน้าพลันหมองหม่นลงโดยพลัน” (แดจังกึม/หน้า83/เล่ม2)
                แม้แรก ๆ ที่ทำดีต่อจังกึมจะไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน นานวันเข้ากลายเป็นความผูกพัน และย่อมมีความหวัง เมื่อนึกถึงความเป็นจริงว่าไม่อาจสมหวังได้ จองโฮย่อมหม่นหมองใจไม่ได้ สมตามคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์” โดยแท้
สิ่งที่เคลื่อนไหวโลกใบนี้ มิใช่ฝีมือหรือความพยายามแต่เป็นพลังอำนาจ ไม่มีสถานที่ใดที่จำต้องรักษาอำนาจไว้มากเท่าวังหลวงแห่งนี้” (แดจังกึม/หน้า84/เล่ม2)
                โดยความรู้สึกของคนที่หลงอยู่ในโลก ย่อมต้องคิดแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนที่เป็นบัณฑิต เป็นผู้ฉลาด มีการฝึกตัวที่ดีย่อมมีความเห็นที่ตรงกันข้าม มองเห็นว่า “การทำประโยชน์เพื่อสังคม” ให้ได้รับการยอมรับคืออำนาจอย่างแท้จริง
ตำแหน่งนี้มิได้รับรองสถานะของยังบัน (ชนชั้นสูง) หากแต่สามารถนำมาซึ่งความร่ำรวยมากกว่ายังบันได้หากมิได้โอบกอดนำนาจ อย่างไรก็ต้องได้เห็นเงินทาอง จากนั้นจึงนำเงินทองแสวงหาอำนาจอีกครั้ง เข้าใจหรือไม่?” (แดจังกึม/หน้า85/เล่ม2)
                เป็นธรรมดาที่คนเราเห็นความร่ำรวยเป็นความสำคัญอันสูงสุด เพราะความร่ำรวยซื้ออำนาจได้ หรือในทางกลับกัน อำนาจอาจซื้อความร่ำรวยได้ คนจึงต้องแสวงหาความร่ำรวยและอำนาจ และคิดเอาว่านั่นคือหนทางแห่งความสุข แต่เป็นความคิดผิด “เงินและอำนาจ” ไม่ใช่ความสุข ความสุขที่แท้อยู่ที่การทำประโยชน์
เช่นนั้น คงเป็นภารกิจที่มอบหมายไว้ก่อนถือกำเนิด จึงมิอาจปฏิเสธได้ หากต้องการใช้สกุลชเวต่อไป คึมยองขบฟันลงริมฝีปากข่มจิตใจ น้ำปนโลหิตเริ่มไหลออกจากริมฝีปาก” (แดจังกึม/หน้า85/เล่ม2)
                มีพุทธภาษิตอยู่ว่า “กรรมชั่วอันคนชั่วทำได้โดยง่าย กรรมชั่วอันคนดีทำได้โดยยาก กรรมดีอันคนชั่วทำได้โดยยาก กรรมดีอันคนดีทำได้โดยง่าย” คึมยองมีพื้นฐานแห่งความเป็นคนดีอยู่มาก เมื่อถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ผิดต่อมโนธรรมอันงามย่อมลำบากใจ ต่อจากนี้จะเป็นการต่อสู้กันชิงพื้นที่ในใจคน
..แม้แลกด้วยความตายของสหายก็ตาม คิดหรือว่าไม่เสียใจ? หากต้องการเข้มแข็ง จำต้องรู้จักความหวาดกลัว ไข่ในหินใยเลยจะมีพลังชีวิตที่เข้มแข็งได้ หากต้องการอยู่รอดในวังหลวงที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เราจำต้องเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ” (แดจังกึม/หน้า85/เล่ม2)
                ความเข้มแข็งในความหมายของซังกุงชเว คือความแน่วแน่ต่อการกระทำทุกวิธีเพื่อความอยู่รอดในวัง แม้ว่าจะต้องฆ่าเพื่อนข้างกายก็ตาม นี่คือหลักของคนเขลาขลาด มิใช่หลักของบัณฑิตในพุทธศาสนา ที่ต้องเข้มแข็งต่อการละเว้นการทำชั่ว ทำความดี และทำใจให้ใส
คึมยองปรารถนาได้เป็นซังกุงสูงสุดอย่างยิ่ง เวลานี้ที่ทำลังต่อสู้ไปมาในจิตใจคือ ความปรารถนา และศักดิ์ศรีของตน” (แดจังกึม/หน้า86/เล่ม2)
                การเป็นซังกุงสูงสุดคือสิ่งที่ปรารถนาของคึมยอง แรกตั้งใจอยากได้มาด้วยฝีมือการปรุงอาหาร แต่หากมิใช้เล่ห์เหลี่ยมประกอบอาจไม่สมปรารถนา ภายในจิตจึงเป็นเหมือนสมรภูมิการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว ในที่สุดคึมยองเลือกทางผิด พ่ายแพ้ต่ออำนาจของความปรารถนา
คำพูดของคึมยอง ณ บริเวณหน้าตำหนักในวันแรกที่พบกัน ยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ไม่ทราบเพราะเหตุใด นางกำลังเปลี่ยนไปทีละน้อย เวลานี้มิใช่เด็กสาวที่ยอมเสี่ยงชีวิต เพื่อกราบอำลาผู้อื่นอีกต่อไป สิ่งนี้ทำให้จังกึมหดหู่ใจอย่างมาก” (แดจังกึม/หน้า101/เล่ม2)
                มีภาษิตว่า “จิตใจของคนเปรียบเหมือนน้ำ คือมีปกติไหลไปสู่ที่ต่ำเสมอ” คนฉลาดย่อมกักน้ำไว้ในที่สูงเพื่อใช้ประโยชน์ ด้วยหลักของทานศีลและภาวนา คึมยองพ่ายแพ้ไม่อาจกักน้ำไว้ในที่สูงได้ ปล่อยใจไหลลงสู่ที่ต่ำ คือการทำร้ายมิตร ร่วมมือทำผิดหลายประการ ถ้าเป็นคุณผู้อ่านจะเลือกเส้นทางใด?