ฝันให้ไกลไปให้ถึง
เสียงจ้อกแจ้กจอแจของเหล่าบรรดาไทยมุงพร้อมกับเสียงไซเรนรถตำรวจและเจ้าหน้าที่ดังขึ้นบริเวณหน้าคอนโดหรูริมแม่น้ำในกรุงเทพมหานคร ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวหญิงสาวลงมาจากชั้นบนสุดของคอนโด สีหน้าของเธอดูไร้ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นแต่ภายใต้แววตาที่ดูเรียบเฉยนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด เธอคงกำลังคิดถึงเรื่องบางเรื่องอยู่ในโลกของเธอ...
....นับถอยหลังกลับสู่จุดเริ่มต้น...
ตี๊ดๆ ตี๊ดๆ
‘ปีใหม่นี้นาวคงกลับไปหาไม่ได้นะ ขอโทษจริงๆ’
ข้อความถูกส่งมาจากเบอร์โทรศัพท์ที่รอคอย เพียงเท่านั้นสีหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งมีรอยยิ้มอยู่เมื่อครู่ก็สลดลงทันที เธอถอนหายใจยาวพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงข้างตัวอย่างหมดอาลัยตายอยาก...ทั้งๆที่แฟนสาวหล่อของเธอที่ต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดได้สัญญากับเธอเอาไว้ว่าจะกลับมาเค้าท์ดาวน์และฉลองปีใหม่ด้วยกันทุกๆปีแท้ๆ และเค้าก็รักษาสัญญามาตลอดแต่ปีนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น นานๆจะมีโอกาสได้เจอกัน...แต่ปีนี้เค้ากลับมาไม่ได้ เธอค่อยๆหยิบรูปที่ถ่ายคู่กันบนหัวเตียงขึ้นมาดูอย่างเศร้าๆ ปีใหม่ที่ใครๆเค้าก็มีความสุขแต่เธอไม่มี...
ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนสนิท...ภาพเก่าๆชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งในความคิด..แต่มันไม่ได้มีแค่คนสองคนหรอก.....
...................................
“อ่ะ” ดอกกุหลาบสีแดงสดผูกโบว์สวยงามถูกส่งยื่นให้ในวันวาเลนไทน์ หญิงสาวมองด้วยสีหน้างงๆแต่ก็เอื้อมมือรับไปถือเอาไว้
“ให้เราหรอ?” เธอถามอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่ออยู่ๆเพื่อนสาวห้าวที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งมาให้ดอกกุหลาบในวันแห่งความรักแบบนี้
“อืม เพลง...ชั้นชอบเธอนะ..ชอบมานานแล้ว..” คนร่างสูงตรงหน้าก้มหน้าก้มตาด้วยความอาย คนฟังเองก็อายไม่ต่างจากคนพูดเท่าไหร่ไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทที่เธอเองก็แอบมองเค้ามาตลอดจะคิดเหมือนกันกับเธอแต่เมื่อฉุกคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้สีหน้าเขินอายเมื่อครูก็เปลี่ยนเป็นกังวล..
“นาว...คือชั้นก็ชอบเธอเหมือนกันนะ. แต่...”
“หือ? แต่อะไรหรอ”
“เธอก็รู้ไม่ใช่หรอว่าเฟิร์นเค้าชอบเธอมากนะ” เรื่องที่ทำให้เธอกังวลก็คือเฟิร์นเพื่อนสนิทของเธออีกคนก็ดูจะชอบนาวจนออกหน้าออกตาจนเพื่อนในกลุ่มหลายๆคนดูออก แล้วก็เป็นเธอเองไม่ใช่หรอที่คอยช่วยเชียร์เฟิร์นให้สารภาพรักกับนาวในวันนี้...
“แต่ชั้นไม่ได้ชอบเฟิร์นนี่”
“แต่ถ้าเราทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ”
“ให้เวลาชั้นเคลียร์ทุกอย่างหน่อยได้มั้ย แล้วเราคบกันนะ”
........................................
วันนี้เป็นวันที่เพลงรู้สึกปวดหัวเป็นที่สุดในหลายเรื่อง ถ้าเธอคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองไม่สนใจเฟิร์นซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมันก็คงทำให้เฟิร์นเจ็บปวดและรู้สึกแย่กับเธอไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเห็นแก่เฟิร์นเธอเองก็คงอยู่อย่างไม่มีความสุขเช่นกัน
“พรุ่งนี้โลกแตกก็ดีสินะ” เพลงบ่นกับตัวเองพลางรีบสาวเท้าออกจากตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเฟิร์นนั่งอยู่คนเดียวที่ใต้ตึกซะก่อนจึงรีบเดินเข้าไปทักเหมือนปกติ
“เฟิร์นมานั่งทำอะไรคนเดียวเพื่อนคนอื่นล่ะ” เพลงถามเพื่อนที่นั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวแต่เฟิร์นกลับหันมามองเธอด้วยสีหน้าเย็นชา
“ถ้าเธอชอบนาวแล้วเธอมาเชียร์ชั้นทำไม!!” เสียงของเฟิร์นดังพอที่จะทำให้คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆหันมามองพวกเธอเป็นตาเดียวกัน
“เฟิร์น..ชั้นขอโทษ...เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ” เพลงขอโทษเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอเองก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนสนิทไปในตอนนี้
“เอามันคืนไปเถอะ คำว่าเพื่อนของเธอน่ะ...ถ้าเธอคิดว่าชั้นเป็นเพื่อนจริงๆเธอคงไม่ทำแบบนี้หรอก” พูดจบเฟิร์นก็หยิบกระเป๋าเดินจากไป เธอทำได้แค่นั่งร้องไห้เงียบๆคนเดียว …
ตั้งแต่ปีหนึ่งเพลงเป็นคนที่แทบจะไม่มีเพื่อนเลยไปไหนมาไหนคนเดียวชีวิตเงียบเหงา จนกระทั่งเฟิร์นที่เดินเข้ามาและพาเธอเข้ากลุ่มทำให้รู้จักกับนาวและเพื่อนคนอื่นๆแต่วันนี้เธอเองกลับเป็นคนทำลายความสัมพันธ์ดีๆที่เฟิร์นหยิบยื่นให้แค่เพียงเพราะเรื่องของคนๆเดียวซะแล้ว...
............................
และแล้วเพลงกับนาวก็คบกันท่ามกลางความไม่พอใจของเพื่อนคนอื่นๆ ทั้งๆที่รู้สึกผิดแต่เพลงก็เลือกที่จะหยิบยื่นความสุขจากนาวให้กับตัวเองโดยเลิกที่จะสนใจความรู้สึกและสายตาของเพื่อนคนอื่นๆที่มองมาที่เธอและนาวอย่างเย็นชา มองข้ามคำว่า ‘เห็นแก่ตัว’ ทั้งคู่กลายเป็นคนไม่มีเพื่อน โลกที่มีแค่คนสองคนมันเริ่มขึ้นแล้วจริงๆ.. จนทั้งหมดจบชั้นปีสี่ก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง นาวได้งานทำอย่างรวดเร็วและต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดหลังจากที่เริ่มงานได้ไม่นาน ส่วนเพลงด้วยความที่ทางบ้านมีฐานะจัดว่าดีไม่ต้องหางานทำให้ลำบากลำบนก็มีเงินใช้ เธอเลือกที่จะเปิดบริษัททัวร์เล็กๆเป็นของตัวเองถึงแม้จะไม่ตรงกับสายที่เรียนมาแต่เธอก็รู้สึกมีความสุขกับมัน เวลาวันๆหนึ่งของเพลงอยู่กับการจัดตารางทัวร์ในประเทศ ช่วยให้หายคิดถึงนาวที่อยู่ไกลกันได้บ้าง..ปีหนึ่งจะได้เจอกันซักครั้ง-สองครั้ง
.........................................
หญิงสาวค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆ ตอนนี้ภายในห้องมืดสนิท นี่เธอเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เมื่อคิดได้เธอก็เดินไปเปิดไฟที่มุมห้องและเดินเข้าไปจัดการล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนจะเดินออกมาสูดอากาศที่ริมระเบียง เบื้องล่างเป็นแม่น้ำมองเห็นไฟระยิบระยับของเรือต่างๆ รวมทั้งแสงสีของกรุงเทพในยามค่ำคืน มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเบอร์ของคนรักอยู่หลายครั้งกว่าที่ปลายสายจะรับ...
“ฮัลโหล...” เสียงห้าวๆที่คุ้นเคยดังขึ้น
“ทำไมรับช้าจังนาว” เธอถามอย่างแปลกใจ นับวันเธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายน้อยลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโทรศัพท์ที่นาวไม่ค่อยจะโทรหา บางครั้งโทรไปก็ไม่รับและไม่โทรกลับ
“ยุ่งๆน่ะ เพลงมีอะไรหรอ”
“เพิ่งรู้นะว่าไม่มีอะไรโทรหาไม่ได้” เธอต่อว่าด้วยความน้อยใจถ้าเป็นเมื่อก่อนปลายสายคงจะรีบง้อทันทีแต่วันนี้กลับไม่ใช่ เค้าแค่เพียงตอบสั้นๆเท่านั้น
“เปล่า จะโทรมาหาเรื่องหรอเนี่ยตกลง” ปลายสายดูเหมือนจะเริ่มออกอาการรำคาญ
“เปล่านะนาว เพลงแค่คิดถึง ทำไมปีนี้กลับมาไม่ได้ล่ะคะ” เมื่อเห็นว่าปลายสายดูรำคาญแม้จะน้อยใจแต่เธอก็ปรับน้ำเสียงให้เย็นลงและพูดกับเค้าดีๆ แอบปลอบใจตัวเองว่าเค้าคงจะเครียดกับงานมากไปล่ะมั้ง
“เพลง...นาวมีอะไรจะบอก” เสียงของคนปลายสายดูกังวล
“อะไรหรอคะ” แม้จะรู้สึกใจไม่ดีแต่เธอก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือไปก่อน คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการที่นาวต้องไปทำงานไกลๆแบบนี้แล้วล่ะ
“เพลง..ถ้านาวมีใครอีกคนเพลงจะรับได้มั้ย...” สิ้นเสียงของนาวความรู้สึกของเธอก็ดิ่งลงถึงจุดต่ำสุด สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินหลุดออกมาจากปากของนาว
“ทำไม....” เธอถามด้วยเสียงเบาราวเสียงกระซิบ น้ำตาไกลรินลงมาช้าๆ
“ขอโทษ...เพลงพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะ นาวจะไปหา”
.......
หลังวางสายจากนาวไปเพลงก็นอนขดตัวอยู่บนเตียงเงียบๆ หวังว่าพรุ่งนี้นาวจะมาหาและพูดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เรื่องล้อเล่น นาวแค่อยากลองใจเพลงเฉยๆ ถึงแม้จะพยายามคิดอย่างนั้นแต่มันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวข่มตาหลับลงได้ จนกระทั่งเช้า...
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเนิบๆทำให้เพลงที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จรีบวิ่งถลาไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว และคนที่เธอรอคอยก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้วจริงๆ สีหน้าของนาวดูเรียบเฉยต่างจากเธอที่ดูจะดีใจอยู่ฝ่ายเดียว
“เพลง...เมื่อคืนนาวไม่ได้ล้อเล่นนะ” คำพูดของนาวทำให้ห้องทั้งห้องเงียบสนิทมีแค่เพียงเสียงทำงานของเครื่องปรับอากาศเท่านั้น
“....................”
“มันเกิดอะไรขึ้นหรอ นาวเล่ามาสิ เพลงจะฟัง...”
“นาวเจอกับเฟิร์นที่นั่น...” คำพูดของนาวทำให้เพลงมองเห็นเรื่องราวต่างๆขึ้นมารางๆ
“เค้ายังรักนาวอยู่...นาว...สงสารเค้า..”
….เพี๊ยะ!....
ฝ่ามือเรียวยาวของเพลงฟาดลงเต็มๆหน้าขาวๆของนาวจนเป็นรอยแดง หญิงสาวที่เป็นฝ่ายลงมือยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้า ไม่คิดเลยว่าเวรกรรมมันจะตามเธอมาเร็วขนาดนี้ ครั้งหนึ่ง..เธอเคยทำให้เฟิร์นเสียใจมาก ตอนนี้เฟิร์นกลับเข้ามาในชีวิตของนาวอีกครั้งและพร้อมที่จะพาเค้าจากไป…
“คำถามที่นาวถามเมื่อคืน เพลงขอตอบว่าไม่นะ นาวต้องเลือก!”
“.................”
“.......นาวขอโทษ..นาวเลือกเพลงนะ”
หลังจากที่เค้าตอบว่าเลือกเธอแล้วเค้าก็สัญญาว่าจะกลับไปจัดการเรื่องเฟิร์นให้เรียบร้อยและจะขอย้ายมาทำงานที่กรุงเทพอีกไม่นานถ้ามีตำแหน่งว่าง..และเธอก็เชื่อใจเค้าจนได้..หลังจากกลับไปแล้วนาวก็โทรมาหาเพลงบ่อยขึ้น จนทุกอย่างเริ่มเหมือนเดิม ดูเหมือนความสุขจะเริ่มกลับมาหาเธออีกครั้ง แต่มันก็ไม่นานจริงๆ
สองอาทิตย์ที่ผ่านมานาวหายเงียบไปเลยไม่โทรมาโทรไปก็ปิดเครื่อง จนทำให้เพลงเริ่มใจคอไม่ดี แต่ก็ยังพยายามปลอบใจตัวเองอยู่ว่านาวอาจจะกำลังมีปัญหาหรือยุ่งๆกับงานอยู่..
…………………
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
เสียงเคาะประดูดังขึ้นหลังจากที่หญิงสาวเพิ่งกลับจากที่ทำงานได้ไม่นาน เธอเดินไปเปิดประตูด้วยความเหนื่อยอ่อน วันนี้เจอแต่ลูกค้างี่เง่าทั้งวัน เฮ้อ... แต่เมื่อเปิดประตูเธอก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นาวนั่นเอง
“นาว!!ทำไมมามืดจัง” นาวไม่ตอบคำถามเพียงแต่ยิ้มให้บางๆก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวหนานุ่ม เพลงเดินไปหาน้ำอัดลมในตู้เย็นมาเปิดส่งให้อย่างเอาใจ
“ดูสีหน้าไม่ดีเลยนะ ไม่สบายหรอ” เธอถามคนรักด้วยความเป็นห่วง แต่นาวกลับไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอเลยตั้งแต่มาถึง
“เป็นอะไรหรอคะ มีอะไรไม่สบายใจก็บอกเพลงมาสิ”
“....เมื่อวาน..เฟิร์นเค้าฆ่าตัวตาย...ดีที่พี่สาวเค้าเห็นทัน...” นาวพูดอย่างละล่ำละลัก เพลงรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยิน แต่ก็กลั้นใจถามต่อไป
“แล้วยังไงคะ”
“เพลง...เราทำร้ายเค้ามามากแล้วนะ นาว..เสียใจ”
“เพิ่งจะมารู้สึกหรือไงนาว แล้วที่ผ่านมาทำไมนาวไม่เลือกเค้าล่ะ มาเลือกชั้นทำไม!!!” หญิงสาวทำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือน้ำตาไหลรินลงมาไม่หยุด ความรู้สึกทั้งหลายประดังเข้ามายังบอกไม่ถูกแต่ที่แน่ๆมันเต็มไปด้วยความเจ็บ!
“นาวทิ้งเค้าไม่ได้...” นี่คือคำพูดจากคนที่เธอรักจริงๆใช่มั้ย เธอถามย้ำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
“แล้วชั้นล่ะ! ชั้นจะอยู่ได้มั้ยทำไมไม่คิด!”
“…………….” นาวได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่มีคำพูดใดๆเล็ดลอดมาจากปาก
.............................
‘กลับมาฉลองปีใหม่ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย’
นาวลังเลอยู่นานหลังจากอ่านข้อความจบ เค้าเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้เพลงต้องเสียใจหนักขนาดนั้น เป็นเพราะเค้าคนเดียวจริงๆ เค้าควรจะชดใช้อะไรให้เธอบ้าง
“เฟิร์น..ปีใหม่นี้นาวคงไม่อยู่นะ” เค้าตัดสินใจบอกกับหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล
“....จะไปไหนคะ”
“นาวอยากเจอเพลงเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ...”
31 ธันวาคม 2552
ภายในห้องของคอนโดหรูริมแม่น้ำตอนนี้เงียบสนิทเพราะเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนแล้ว มีเพียงเสียงจากรายการทีวีเท่านั้น เพลงและนาวนั่งจ้องหน้ากันโดยไม่มีคำพูดใดๆท่ามกลางแสงสลัวดูโรแมนติก...
“ชนแก้วหน่อยสิ แก้วสุดท้ายนะ” เพลงบอกกับอดีตกับคนรักที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“อืม...” นาวตอบเรียบๆก่อนยื่นมือออกไปตามด้วยเสียงแก้วกระทบกันเบาๆ
...........
ไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากดื่มไวน์แดงแก้วนั้น นาวรู้สึกหนักหัวแปลกๆ ตาคอยจะปิดลงให้ได้ เสียงรายการทีวีดังแว่วๆให้ได้ยินอยู่ข้างหู....
‘9...8....7....6....5....4....3....2.....1.......’
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่นาวจะหมดสติไป โดยมีหญิงสาวนั่งมองอย่างสบายอารมณ์อยู่ใกล้ๆ แสงวูบวาบจากพลุที่ถูกจุดเพื่อฉลองปีใหม่สว่างเข้ามาในห้องทำให้เห็นรอยยิ้มเย็นๆของหญิงสาวพร้อมกับบางอย่างในมือ...เธอเดินเข้าไปนั่งข้างๆนาวพร้อมกับประทับจูบลงบนแก้มขาวนั้นเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างๆหู
“เห็นมั้ยคะนาวว่าเพลงรักนาวขนาดไหน ขนาดจะตายเพลงยังไม่อยากให้นาวเจ็บเลยนะ...” สิ้นสุดเสียงกระซิบของหญิงสาว ปลายมีดขนาดพอเหมาะก็ถูกปักลงที่หน้าอกด้านซ้ายของนาว เลือดสีแดงสดไหลออกมาช้าๆ คมของปลายมีดเข้าไปตัดผ่านขั้วหัวใจของนาวแล้ว....
“หลับให้สบายนะคะ ที่รัก...”
นี่ใช่มั้ยที่เค้าว่ากันว่า...อย่าดูถูกความรักของผู้หญิง.....