กลอนเพลงบอก ประวัติพระทนตธาตุ(ฟัน) ตอนที่ ๑

 

    ลำดับต่อไป  ผมจะไขขาน  ขอให้ทุกท่าน  สดับฟัง  จะขอพรรณนัง  เรื่องทนต์ธาตุ

ก่ออยู่ที่หาดทราย

    เมืองนครศรีฯ  ยังมีประวัติ  ตำนานกล่าวชัด  ครั้งก่อนเก่า  อาศัยสำเนา  อ้างตำนาน

ทุกท่านจงจำหมาย

   ส่วนหนังสือนั้น  มาในบัดนี้  ไม่ค่อยจะมี  ใครเก็บไว้  ครั้นตัวฉันได้  จึงแต่งกลอน

ขึ้นเป็นสุนทรการ

  ในปางหลังยังมี  จอมกษัตริย์  พระนามบอกชัด  ชื่อสิงหราช  มีความสามารถ  ธนูศิลป์

รู้ทั่วทุกถิ่นฐาน

   ครองกรุงธนบุรี  มีความสุข  ไม่ใครกล้ารุก  กล้าราน  กับเยาวมาลย์  เทวีบวร 

ปกครองนครธน

   ครองรักครองราช  อยู่กับนาถน้อง  พยานรักสอง  ได้กำเนิด  จึงทำให้เกิด  ทวีความ

รัก  เหินห่างจากมรรคผล

   ลูกชายให้ชื่อ  ว่าธนต์กุมาร  ผู้สืบสันดาน  เมืองกรุงธน  อายุล่วงพ้น  ทารกา  ย่างเข้า

สิบห้าปี

   ผู้น้องเป็นหญิง  แม่มิ่งสมร  นามของบังอร  เหมชลา  สิบสามชันษา  แตกเนื้อสาว

ผิวขาวดังสำลี

   ทั้งสองปิตุมาร  ท่านรักห่วง  รักยิ่งดวง  หทยี  ชนกชนนี  เฝ้าพร่ำสอน  สอนให้เจ้า

หล่อนฟัง

   โอ้เจ้าทั้งสอง  เป็นลูกของพ่อ  เจ้าเป็นเหล่าก่อ  ของกษัตริย์  เจ้าต้องฝึกหัด

เรื่องมารยาท  ตามที่พ่อคาดหวัง

   อีกทั้งวิชา  และเพลงอาวุธ  สิ่งประเสริฐสุด  มีพลัง  พ่อจะปลูกฝัง  ภิเษกสอง

ให้เจ้าได้ครองเมือง

   ถ้าหากวิชา  ของเจ้าหาไม่  เปรียบดุจดังไม้  ที่ขาดหนาม  จะถูกเหยียดหยาม

และนินทา  ประชาไม่หบเหื่อง

   เหมือนงูทั้งหลาย  ที่ไม่มีพิษ  ไม่คนเกรงจิต  เห็นเนืองๆ  อันนี่เป็นเรื่อง  ของลูก

ผู้ชาย  จงฟังเสียให้ดี

   ส่วนเหมชลาเล่า  เจ้าเป็นหญิง  สมบัติหลายสิ่ง  ควรรักษา  คือมารยาท  และจรรยา

รักษาให้ถ้วนถี่

   จะยืนจะเดิน  จะนอนจะนั่ง  ตลอดกระทั่ง  พร่องวาที  โอบอ้อมอารี  กับชนา

มีจิตเมตตาธรรม

   อีกสอนประชา  ให้ละความชั่ว  สิ่งที่ทำตัว  ให้ต่ำต้อย  เรื่องบาปเรื่องกรรม  ให้ทำแต่

น้อย  ไม่ค่อยตกถลำ

   ให้เดินตามทาง  ให้สร้างความดี  ศีลทานให้มี  อยู่ประจำ  จิตใจไม่ต่ำ  ตายไม่ตก

ไปสู่นรกกา

   ไม่ต้องเวียนตาย  ไม่ต้องว่ายเกิด  ไม่ต้องกำเนิด  เป็นสิ่งใด  เพราะจิตนั้นไป

จากกองทุกข์  มีแต่ความสุขขา

   นี้เป็นพระธรรม  เป็นคำสั่งสอน  เมื่อองค์ชิรวร  มีชีวา  พระเทศนา  ก่อนล่วงลิบ

เข้าสู่พระนิพพาน

   องค์สิงหราช  พระทนต์ธาตุมี  ฉัพพรรณรังสี  เปล่งให้เห็น  อันนี้จุดเด่น  แจ้ง

ประจักษ์  ประกอบเป็นหลักฐาน

   พระกราบไหว้  โดยไม่จางจืด  ให้อยู่ยาวยืด  ยิ่งยืนนาน  แม้ชีพของท่าน  สละได้

ขอให้มีพระทนต์

   พระทนต์ธาตุนี้  ผู้เป็นบิดา  ได้มอบให้มา  เมื่อครองราช  ผู้เป็นทายาท  สืบสันดาน

จิตท่านเป็นกุศล

   ครั้นกาลล่วงมา  มีหลายธานี  อยากได้ของดี  คือพระทนต์  จิตอกุศล  เขียน

สานส์  มอบให้ทหารนำ

   พร้อมทั้งเพชรนิล  และเครื่องจินดา  แพรพรรณเสื้อผ้า  มีมากมาย  นำมามอบให้

องค์ราชา  เห็นว่าก็คมขำ

   ฉันขอทนต์ธาตุ  ของพระศาสดา  ส่งไปให้ข้า  ตามถ้อยคำ  ให้ทหารนำ  ไปมอบให้

จักได้มีไมตรี

   หากว่าท่านขัด  ตามที่ได้ขอ  ไม่หวังติดต่อ  ไมตรีจิต  ขอให้ท่านคิด  และใคร่ครวญ

เสียให้มันถ้วนถี่

   ฉันจักยกพล  ยกพวกโยธา  เข้าล้อมพารา  แล้วราวี  แบ่งเอาของดี  พระทนต์ธาตุ

ขององค์พระศาสดา

   กรุงกัมพูชา  เราเป็นกษัตริย์  ลงนามไว้ชัด  เพราะหวังดี  อย่าให้พวกข้า  ต้องราวี

ครั้งนี้เลยท่านหนา

   พระเจ้ากรุงธน  ครั้นได้รับสาสน์  รับแล้วก็อ่าน  ซึ่งสารา  ในหัทยา  เธอร้อนรุ่ม

ร้อนดังถูกสุมไฟ

   พระทนต์ธาตุนี้  องค์บิดาให้  ต้องรักษาไว้  เหนือชีวิต  ไม่ยอมให้ติด  มือศัตรู

ไม่ว่าแต่ผู้ไหน

   อันว่าสิ่งอื่น  สักหมื่นสักแสน  ข้าไม่หวงแหน  เชิญเอาไป  แม้ดวงหทัย  ก็ยอมให้

เว้นไว้แต่พระทนต์

   กษัตริย์กัมพู  ครั้นได้รู้ว่า  กรุงธนราชา  ไม่ยอมให้  จึงยกพลไพร่  ไม่รอช้า  รบกัน

โกลาหล

   กษัตริย์กัมพู  นั้นสู้ไม่ได้  ถูกอาวุธร้าย  เจ้ากรุงธน  ก็สิ้นพระชนม์  ในมี่รบ  ทหาร

ก็หลบเมือง

   บ้างทิ้งศาสตรา  และทิ้งอาวุธ  ผ้านุ่งหลุ้ยหลุด  เหลือแต่ตัว  ปลาไหลล่อหัว

ที่หว่างขา  สักเท่าด้ามพร้าเขื่อง

   เด็กเห็นหัวเราะ  ว่าขอปลาไหล  ทหารหัวใจ  อายแค้นเคือง  ต้องรีบกลับเมือง

ไปหาเมีย  เลิกรบกันเสียที

   หลังจากนั้นมา  พวกเหล่าข้าศึก  ทุกเมืองก็นึก  ให้ขยาด  ต่อสิงหราช  เจ้ากรุงธน

ทุกคนให้หมองศรี

   ส่วนชาวประชา  และพวกข้าราษฎร์  องค์กษัตริย์ชาติ  ก็เปรมปรีย์  ต่างประพฤติดี

ตามพระตัตถา  รักษาซึ่งศีลัง

   บำรุงวัดวา  รวมทั้งพระสงฆ์  ทำนุบำรุง  พุทธศาสน์  น้ำจิตสะอาด  มีเมตตา

ต่างพากันสุขขัง

   ครั้นล่วงหลายปี  จึงกลับมีเหตุ  เกิดโพยภัยเพท  กับชนัง  ขี้เมฆไม่ตั้ง  ฝนไม่ตก

ทุกคนหัวอกตรม

   จะทำไร่นา  ก็หาไม่น้ำ  ทุกคนได้ความ  ลำบากมาก  ความสุขหนีจาก  ทุกข์เข้าแทน

สุดแสนจะขื่นขม

   เกิดโจรผู้ร้าย  ในหลายท้องที่  ทำการปล้นจี้  หลายนิคม  ความทุกข์ทับถม  ชาว

ประชา  ถ้วนทั่วทุกหน้ากัน

   ส่วนโรคก็ร้าย  ส่วนไข้ก็แรง  เหตุเพราะฝนแล้ง  เกิดไข้ห่า  เกดไข้หวัดใหญ่ 

และอหิวาต์  ทำให้คนอาสัน

   เมืองเคยสนุก  ทั่วทุกฐานถิ่น  บัดนี้หมดสิ้น  ความสำคัญ  เจ้านายอาธรรม์

ไม่อยู่ในธรรม  ขององค์พระสัมมา

   บ้างคนฉ้อราษฎร์  บ้างบังเงินหลวง  บ้างคนหลอกลวง  เอาทรัพย์สิน  บ้างพวกขูดรีด

ข่มเห็งกิน  หมดสิ้นทุกเคหา

  ทิ้งเรือนทิ้งเหย้า  ทิ้งข้าวทิ้งของ  ทิ้งพี่ทิ้งน้อง  เพื่อนสนิท  เราค่อยพบมิตร  และพบ

ญาติ  ต่อเกิดในชาติใหม่

   อันว่าชาตินี้  คงไม่มีหวัง  ต้องเซต้องซัง  ไปสุดไกล  จึงขอตัดใจ  จากเมืองธน

ขอจากไปจนตาย

   เมืองธนบุรี  เมืองที่สงบ  หลังจากได้รบ  กับกัมพู  บอกท่านให้รู้  สามปีเศษ

มีเหตุถึงฉิบหาย

  ร้อยเอ็ดธานี ที่เคยส่งส่วย  กลับไม่เห็นด้วย  มีมากมาย  เลิกส่งดอกไม้  และเงินทอง

น้ำจิตจองหองครัน

   กรุงธนรุ่งเรือง  ต่างมุ่งมาพึ่ง  ครั้นกรุงธนถึง  ความวิบัติ  ไม่มีใครจัด  ส่งส่วยให้

เปรียบได้กับความฝัน

   ทหารผู้ที่  เคยมีฝีมือ  ทุกคนนั้นหรือ  ชราครัน  เกิดความหวาดหวั่น  เมืองน้อยใหญ่

ทั่วไปทุกธานี

   มีความกระด้าง  และต่างเมินเฉย  ไม่ได้คิดเลย  ครั้นตกยาก  ต่างตีตัวจาก  เมื่อเขา

จน  ทุกคนหมดศักดิ์ศรี

   นอกเหนือจากนั้น  พากันทรยศ  ต่างคิดขบถ  แข็งบุรี  สองรัฐมนตรี  ห้ากษัตริย์

คิดแย่งสมบัติธน

   รวมเจ็ดกองทัพ  ใช้สำหรับรบ  อาวุธมีครบ  กันทุกนาย  พลรถช้างม้า  โยธาหลาย

ที่เคยได้ฝึกฝน

   ยกพลโยธา  เข้ามาทุกทิศ  ยกมาประชิด  เมืองกรุงธน  ห้ามไม่ให้คน  เข้าออกได้

ถ้วนทั่วทุกนายนาง

   แล้วเขียนสารา  ส่งให้ทหาร  ไปมอบให้ท่าน  สิงหราช  ผู้เคยพิฆาต  กัมพูชา

ท่านอย่าได้ขัดขวาง

   กรุงธนราชา  ทรงรับสาเรศ  อ่านดูทราบเหตุ  เคืองระคาง  พระตบอกผาง  เมื่ออ่าน

จบ  ล้มลงสลบไป

   มุขมาตย์มนตรี  ที่ได้เข้าเฝ้า  ตกใจจนกล่าว  คำไม่ออก  ได้แต่นั่งกลอก  สองลูกตา

จะคิดกันท่าไหน

   เมื่อทรงฟื้นกาย  พอได้สติ  ตรัสเรียกเทวี  สายสุดใจ  กับสองทรามวัย  มาบอกว่า

พ่อนี้อนาทร

   ครั้งนี้ศึกใหญ่  ถึงใจกล้าหาญ  เพราะสังขาร  มันไม่ให้  กายแก่เกินไป  สู้ใครได้

นึกให้ฤทัยถอน

   ถึงตัวจะตาย  แต่ขอไว้ชื่อ  ให้คนเขาลือ  ทั่วดินดอน  ว่าเจ้านคร  แห่งกรุงธน

ชีพตนท่านยอมพลี

   แต่จิตใจหวั่น  ฝันก็ผวา  ร่างกายชรา  ศึกก็ใหญ่  คงไม่ปลอดภัย  ในการรบ  แต่สู้

ไม่หลบหนี

   จึงสั่งลูกสอง  พร้อมทั้งเมียสาว  ก่อนที่เข้า  รบราวี  จงจำให้ดี  แล้วทำตาม  ข้อ

ความทุกประการ

   หากทราบข่าวว่า  ตัวข้าเสียที  จงปลอมกายี  ออกจากเมือง  อย่าให้ศัตรู  มันรู้เรื่อง

บุญเรืองจากสถาน

   ลูกเหมลูกธนต์  เจ้าคนทั้งสอง  อย่าเฝ้าแต่ร้อง  จงเตรียมการ  อย่าห่วงเมืองบ้าน

และสมบัติ  ทำให้พ่อขัดใจ

   ส่วนพระทนต์ธาตุ  เป็นสมบัติพ่อ  ให้สองรูปหล่อ  จงพาหนี  จากธนบุรี  สู่ลังกา

ดังคำพ่อปราศรัย

   ท่านเคยส่งสาสน์ เข้ามาสู่ขอ  หัวใจของพ่อ  ยังอาลัย  ครั้งนี้นำไป  มอบถวาย

เจ้าได้พึ่งใบบุญ

  เจ้าจงมอบกาย  อยู่ใต้เบื้องบาท  ยอมตัวเป็นทาส  ข้ารับใช้  ความผิดของพ่อ  ที่ก่อไว้

อย่าให้ท่านเคืองขุ่น

   เจ้าจงเล่าเรื่อง  ของพ่อเบื้องหลัง  ให้ท่านได้ฟัง  เกิดการุณ  อยู่ตอบแทนคุณ

เจ้าลังกา  กว่าชีพชีวาวาย

   เจ้าทั้งสองรา  จงอย่าได้พราก  ร่วมทุกข์ร่วมยาก  จากนิเวศน์  ต้องทนทุเรศ  กลาง

มรรคา  จนกว่าถึงจุดหมาย

   ให้เจ้ารีบสร้าง  ในทางกุศล  กว่าชีพของตน  จะวางวาย  จงรักษาไว้  ซึ่งลีลา

ให้ครบทั้งห้าองค์

   และให้รักษา  องค์พระทนต์ธาตุ  ยิ่งกว่าชีวาต  เจ้าทั้งสอง  เพราะว่าเป็นของ  พระ

ตัตถา  มากด้วยอานิสงส์

   เมื่อตอนค่ำเช้า  ที่จะเข้านอน  กราบลงที่หมอน  โดยบรรจง  ให้นึกถึงองค์  พระศาส

ดา  ตลอดทุกคราไป

   พ่อขอเตือนเจ้า  ได้เพียงเท่านี้  เพราะว่าไม่มี  เวลาสอน  ขอลาเจ้าก่อน  ไปออกรบ

ค่อยพบกันชาติใหม่

   เธอกลับหันหลัง  มากล่าวสั่งเสีย  พูดจากับเมีย  ผู้ร่วมใจ  อย่าได้อาลัย  เลยนะเจ้า

เมื่อมันถึงคราวจน

   ถ้าจนเงินทอง  จนของภายนอก  สามารถจะบอก  ให้เพื่อนช่วย  คราวนี้จนใจ

ใครเห็นด้วย  ถึงช่วยก็ไร้ผล

   อันความรักพี่  ที่มีต่อน้อง  หญิงอื่นไม่ข้อง  ในกมล  รักเจ้าเพียงคน  เดียวนะน้อง

ใช่พี่คนสองใจ

   หากตัวพี่ตาย  ขอให้เจ้าหนี  วงศ์ญาติมากมี  อย่าเกี่ยวข้อง  จงปลอมตัวน้อง

แล้วหนีหน้า  เข้าอยู่ในป่าใหญ่ 

   จงไปข้างหน้า  แล้วอย่าข้องหลัง  เจ้าอย่ามุ่งหวัง  พึ่งผู้ใด  อย่าให้ติดไป  มือศัตรู

พวกมันจะดูแคลน

  เกิดในชาติหน้า  พี่ค่อยมาพบ  กับโฉมงามครบ  เทวีนาถ  ไม่ว่ากี่ชาติ  ใช่กล่าวลวง

เพราะพี่ยังห่วงแหน

   เจ้าเกิดที่ไหน  พี่ไปเกิดด้วย  คอยติดตามช่วย  ทุกดินแดน  ถึงว่ามาตรแม้น  เกิด

เป็นสัตว์  อย่าให้พลัดจากคนดี

   บัดนี้เวลา  ใกล้เข้ามาแล้ว  ขอลาน้องแก้ว  ไปกองทัพ  ถ้าพี่ไม่ตาย  คงได้กลับ

มารับขวัญโฉมศรี

            

            โปรดติดตามกลอนเพลงบอก ประวัติพระทนตธาตุ(ฟัน) ตอนต่อไป