การใช้ความอ่อนสยบความแข็ง

          ในสภาพสังคมไทย ที่มีความแตกแยกมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา รัฐบาลเลือกที่จะสร้างความรัก ความสามัคคีให้กลับมาใหม่ โดยใช้แผนการสร้างความปรองดอง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 3 ชุด โดยพยายามนำเอาบุคคลที่สังคมยอมรับมาเป็นกรรมการ

          แค่เพียงเริ่มตั้งใข่ ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์มากมาย จากหลายฝ่าย คำตอบของการตัดสินใจของรัฐบาล คงต้องใช้ระยะเวลาเป็นเครื่องตัดสิน แต่เท่าที่จับประเด็นได้ ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะบาดแผลมันเจ็บปวดเกินที่จะเยียวยาพูดง่าย ๆ เกิดการปรองดองไม่ได้เด็ดขาด ถ้ายังใช้วิธีนี้

         ทำให้ผมพยายามถามตัวเองหลายครั้ง ความแตกร้าวของสังคมไทยขณะนี้ จะแก้ไขอย่างไร บังเอิญไปอ่านข้อเขียนในหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่ง เห็นว่าใช่เลย นี่คือแนวทางการปรองดอง ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด  เขาเขียนไว้ ดังนี้ครับ

          "... ในการสัมมนาครั้งหนึ่ง วิทยากรชู "กำปั้น" ขึ้นและเชิญชวนให้ทุกคนในห้อง หาทางทำให้มือเขาแบออกมา คนแล้วคนเล่าลุกขึ้นมางัดแงะกำปั้นของเขา พยายามดึงนิ้วของเขาให้ถ่างออก หรือไม่ก็บีบข้อมือของเขา หวังว่า "ความเจ็บปวด"  จะทำให้เขาคลายกำปั้น แต่ไม่ได้ผล" ความเจ็บปวด" ทำให้ "กำ" มากกว่า "แบ" จนมีชายคนหนึ่งเดินมาหาเขา ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แล้วพนมมือไหว้ วิทยากรท่านนั้นยกมือไหว้ตอบทันที คนในห้องจึงสังเกตว่า "กำปั้น"ของเขา ได้"คลาย" ออกแล้ว 

          พอผมอ่านจบ ผมถึงเห็นคุณค่าของสำนวนนิยายกำลังภายในที่ว่า "เจ้าจงใช้ความอ่อน สยบความแข็ง" อย่างชัดเจน และยืนยันได้ทันทีว่า นี่คือแนวทางการสร้างความปรองดองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในสังคมไทย