การจบสิ้น
ชีวิตคนนั้นสั้นนัก จะจบสิ้นเมื่อใดก็ได้ พยายามเรียนรู้เรื่องความจริง เรียนรู้เรื่องสัจจะ ร่างกายมิใช่การยึดติด เมื่อพิจารณาให้ถึงความเป็นจริง เมื่อจิตหลับ นั้นคือการจบสิ้น เราสามารถมีชีวิตอยู่อย่างไร้ชีวิตทางกายภาพได้ทุกลมหายใจ แต่เราจะดิ้นรนทุรนทุราย เพราะจิตติดยึดกายทิพย์นี้ไว้ พยายามอย่าให้จบสิ้น พยายามให้คงอยู่ ฉันยังมีภาระอยู่ ฉันยังอยากจะอยู่ให้นานที่สุด ฉันยังมีความรักอยู่ ทั้งหมดนั้น คือการติดยึด ถ้าเรามีชีวิตอยู่ได้ดั่งการนอนหลับ หลับแบบไร้ความฝัน การตื่นขึ้นมาคือการเกิดใหม่ เพราะจิตได้ละทิ้งในเรื่องการติดยึด นั้นคือการตื่นขึ้นมาด้วยความปิติเบิกบานใจ แต่เมื่อการติดยึดหวลคืนกลับมาใหม่ สภาวะความเศร้าหมองทางปัญญาเริ่มเดินทางมาเยือนอีก ฉันยังไม่ได้ทำโน่นเลย ฉันยังทำนี่ไม่เสร็จ เมื่อวานฉันกับเพื่อนบ้าน เมื่อวันนั้นฉันไม่สบาย ทั้งหมดนั้น คือการเริ่มต้นสืบเรื่องราวความทรงจำให้คงอยู่ สืบชะตาการคิดให้มากำหนดตัวฉันในปัจจุบัน ให้นำเรื่องแห่งการติดยึดคงอยู่ จนจิตละทิ้งเรื่องการเกิดใหม่ ในขณะที่เราหลับ เราไม่พบว่า กระบวนการเกิดมวลทุกข์ดังกล่าว เราจะหลับด้วยความหายไปจากโลกทั้งหมด โลกที่เป็นตัวตน โลกที่หม่นหมอง โลกที่พยาบาท โลกที่ติดยึดครองดังกล่าว.......
.............
ขอให้นอนหลับพักผ่อนให้สุดลมหายใจขณะจิตที่หลับใหล ช่วงเวลาแห่งการดับสิ้นถูกทิ้งหายจากจิตเรา เราจะพบว่า การตื่นขึ้นมา ดั่งการได้ละทิ้งจากเรื่องเศร้าหมอง เรื่องการยึดครอง เรื่องการติดตัวตน เราจะตื่นขึ้นมาด้วยสภาวะที่ใส กระจ่าง งดงาม ดั่งใบไมที่ต้องน้ำฝน ใบไม้จะเขียวชอุ่มชุ่มชื้นไปทั้งป่าดงพงไพร นี้คือการเดิกใหม่อย่างสิ้นเชิง เพราะจิตตนได้เรียนรู้ช่วงขณะแห่งการจบสิ้น ได้เรียนรู้การตายไปจากสิ่งที่ติดยึด นั้นคือการเกิดใหม่ และเป็นการตายทางด้านจิตใจอย่างแท้จริง ในขณะที่ยังดำรงชีวิตอยู่.......
ชีวิตคือการจบสิ้น แต่เป็นการจบสิ้นในขณะที่ดำรงชีวิตอยู่
สวัสดีครับ
ยึดมั่นมากจึงฟุ้งซ่าน
วางไม่เป็น ยึดแต่จะรักษาทุกสิ่งซึ่งมันรักษาไม่ได้ในความจริงตามธรรมชาติ ธรรมดา
ขอยพระคุณสำหรับบันทึกนะครับ...
สวัสดีค่ะ
บนกล่องเม้นท์ขอความ ด้านล่างของแต่ละบันทึก ก่อนเม้นท์จะต้องคลิก
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ แล้วจะมีแถบเครื่องมือปรากฏอยู่ด้านบน HTML อยู่ขวาสุด ให้คลิกแล้วจะมีกล่องใหม่ขึ้นมา สำหรับวางลิงค์ค่ะ
เพราะชิวิตนี้สั้นนัก สิ่งดัๆมักจะอยู่กับเราไม่นาน
บนเส้นทางผ่านของชีวิต
ขอทำดีไว้สอนลูกขอทำถูกไว้สอนหลาน
ขอขอบพระคุณคุณครูทั้งสองท่านขอรับ
ทำให้กระผมได้นึกถึงคำคำนี้......จะขอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองสักช่วงความรู้สึกหนึ่ง ....
แม่ของกระผมป่วยด้วยวัยชรา อายุเจ็ดสิบกว่าปี อายุมาก และเมื่อตอนป่วย แม่จำอะไรไม่ได้เลย เวลาที่กระผมไปเยี่ยมแม่ ที่อยู่กับพี่สาว
มือผมได้กุมมือแม่ไว้ ...... และแม่มีอาการมือค้าง สั่นกระตุกอยู่ตลอดเวลา เหมือนอาการเกร็งกล้ามเนื้อ ที่คล้ายกับยึดจับสิ่งในใจไว้สักอย่างหนึ่ง เมื่อผมสัมผัสมือแม่ แม่เรียกผมว่า '' ไอ้ทองเหลือง...''
....
คำนี้ แม่ใช้เรียกกระผมเมื่อวัยเด็ก แม่จำอะไรไม่ได้เลย แต่แม่จำได้คือความรัก แม่จำความรักของแม่ได้ แม่จับมือผม ยิ้มละมุนละมัย งดงามในใจผมมาก ผมเห็นแม่ยิ้มออกมาจากภายในอย่างแท้จริง
.....
เป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน เมื่อแม่เรียกชื่อกระผมอย่างแผ่วเบา เนิ่ม...เนิ่ม เป็นดั่งเสียงกระซิบจากหัวใจของแม่ และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่แม่จำได้ แม่ยังถามกระผมอีกว่า จะมาหาแม่เมื่อใด....
.........
กลับบ้านเมืองพระพิษณุโลกในครานั้น สิ่งที่ทำให้กระผมเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คือความรักที่ดำรงอยู่ในจิตใจแม่ แม่มีความรักที่เป็นชีวิต เลือดเนื้อของแม่ ผมตั้งจิตด้วยความสงบ ขอให้แม่มีชีวิตอยู่ในช่วงขณะจิตนั้น ด้วยความดีงาม เป็นคำขอในใจของกระผม ความเงียบ ทำให้กระผมได้พยายามส่งใจไปให้แม่ ซึ่งอีกไม่กี่หลายเพลา ลมหายใจของแม่ คงสลายไปกับกายทิพย์ที่สถิตย์อยู่..........................
กระผมไม่เคยเขียนเรื่องนี้เลย เมื่อป้าแดงได้จุดวิถีแห่งความคิด ทำให้คำว่าแม่ ได้เดินทางมาสู่ใจกระผม และเป็นที่แน่ใจได้ว่า ความรักของแม่นั้น เป็นความรักที่เป็นชีวิต เลือดเนื้อ จิตใจ จิตวิญญาณของแม่อย่างแท้จริง ความรักของแม่ แม่คงไม่รู้ว่าเป็นความรัก แต่แม่มีเลือดเนื้ออยู่กับลูก แม้แต่อาการหลงลืมไปตลอดช่วงชีวิตเมื่อหลายสิบปีก่อน ด้วยความรักในเลือดเนื้อวิญญาณของแม่ ได้ทำให้ข้าพเจ้าเชื่ออย่างสนิทใจ ว่าความรักที่แท้จริง ดำรงอยู่และมีความสวยงามจากจิตใจอย่างแท้จริง
.............
ความรักที่สามารถไปพ้นจากโรคความจำเสื่อมได้ ความรักสามารถสร้างจิตแห่งความสวยงามได้ อย่างยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด.....
......................
นี้คือความรักของแม่ ......................
จาก ไอ้ทองเหลือง