คนเราย่อมไม่เป็นทุกข์เพราะไม่มีฐานะและตำแหน่ง แต่มีทุกข์เพราะไร้ศีลธรรมและวิชาในตนนั้นแล...

ลัทธิเต๋า

Tao สื่อถึงสัจธรรมเป็นมุมคิดมาก่อนลัทธิขงจื้อแต่แนวคิดทั้งสองเหมือนแม่น้ำสองสายไหลคู่ขนานผ่านอารยธรรมจีนกลายเป็นภูมิปัญญาที่โดดเด่นของเอเชีย มุมคิดเต๋าสอนให้คนเราหนีโลกหนีความมีหน้ากากในสังคม มีมุมมองทางอภิปรัชญา เน้นหนักไปทางเหนือโลกวิสัย อยู่ในวิถีแห่งโลกุตระธรรมเป็นรูปแบบทางศาสนามากกว่าปรัชญา

มองแง่ประวัติเหลาจื้อ

        เหลาจื้อเกิดก่อน พ.ศ. ราว 60 ปีเกิดในตระกูลแซ่ลี้ หมู่บ้านเค็กยิ้นลี้  รัฐฌ้อปัจจุบันอยู่ในมณฑลโฮนาน

 

 เหลาจื้อสื่อถึงนักปราชญ์ ชอบศึกษาตามธรรมชาติจนรอบรู้ทุกสิ่ง  ต่อมาเขารับราชการเป็นบรรณารักษ์ของหอสมุดราชวงศ์จิว เมื่อถึงจุดอิ่มตัวท่านลาออกจากงานแล้วขี่ควายท่องยุทธภพกำลังจะออกจากด่านชายแดน นายด่านฮี้ขอร้องช่วยบันทึกคำสอนไว้ให้ศึกษาสักเล่ม...

เขาจึงแต่งคัมภีร์ชื่อ เต๋าเต็กเก็ง...ประมาณ 5 พันตัวอักษร หลังมอบให้แล้วเขาก็เดินทางหายลับไปไร้ร่องรอยจนทุกวันนี้...

เล่าว่า...ขงจื้อเคยพบเหลาจื้อเมื่อขงจื้อจะอำลา  เหลาจื้อให้คติธรรมเป็นของกำนัลทำนองนี้ว่า...

1 . เรื่องของคนโบราณทิ้งถ้อยคำตกทอดมาจงอย่าถือมั่นในคำเหล่านั้นมากเกินไป

2 . คนมีศีลธรรมความรู้ควรรู้กาลเวลาเหมาะสมที่จะออกมาแสดงบทบาทตนและรักษาตนให้ข้ามพ้นวิกฤติการณ์ได้

3 . พ่อค้าที่เก่งในการค้าย่อมไม่ตั้งสินค้าไว้หน้าร้าน  บัณฑิตพึงมีชีวิตที่เรียบง่ายบริสุทธิ์

ขงจื้อพูดกับลูกศิษย์ถึงเหลาจื้อทำนองว่า...ฉันรู้ว่านกบินได้ยังถูกยิงตก ปลาอยู่ในน้ำยังถูกวางเบ็ดได้  สัตว์ป่ายังถูกแร้วดักได้  มีสัตว์ตัวหนึ่งไปมาไร้ร่องรอยคือมังกรในตำนานนั้นเอง  และเหลาจื้อก็เปรียบเหมือนมังกรนั้นแล

มุมคิดจากเหลาจื้อที่ว่า...คนเราย่อมไม่เป็นทุกข์เพราะไม่มีฐานะและตำแหน่ง  แต่มีทุกข์เพราะไร้ศีลธรรมและวิชาในตนนั้นแล...