เรา สองสาม คน
สิ่งที่ได้ยินสิ่งแรกตอนออกจากโรงคือมีน้องนักศึกษาสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เฮ่ออ..ง่วง...”
ผมเข้าใจได้ในทันทีเลยครับว่าน้องผิดหวังกับหนังเรื่องนี้ เพราะอาจจะคิดเหมือนผมในตอนที่ยังไม่ได้ดูว่าน่าจะเป็นเหมือนหนัง เช่น เพื่อนสนิท หรืออะไรก็ตาม

แต่ผิดคาดครับ หนังเรื่องนี้ในมุมมองของผมมีความเป็น art ค่อนข้างสูง มีการฉายภาพสถานที่ท่องเที่ยว มีเพลงประกอบที่บางครั้งอาจจะทำให้รู้สึกว่ามากเกินไป แต่ผมเข้าใจถึงจุดประสงค์นั้นๆของหนังเรื่องนี้ครับ
หนังเรื่องนี้ผมคิดว่าค่อนข้างเป็นเชิงสัญลักษณ์สูงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นหูตึงบ้างล่ะ ตาสั้นสุดๆบ้างล่ะ และที่สำคัญ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สื่อตรงๆถึงความเป็นจริงในชีวิตจริง ไม่อิงนิยาย ไม่โอเวอร์เกินจริงใดๆทั้งสิ้น เป็นหนังที่สื่อความเป็นผู้หญิง ผู้ชาย และชีวิตคู่ที่งดงามเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดูมาเลยทีเดียว
สุดท้าย อยากบอกน้องนักศึกษาสาวคนนั้นว่า “น้องครับ พี่เข้าใจน้องเลยนะ แต่เราลองมาแลกเปลี่ยนความคิดกันมั้ยน้อง...น้องครับ พี่ช่วยให้หายง่วงได้นะ..”
:D
ปล.เจอคุณเจ กับคุณนางเอกที่หูตึงหน้าโรงด้วย(ขออภัยไม่ทราบชื่อ) อยากเข้าไปถ่ายรูปนะ .. แต่ไม่กล้า กลัวจะกลายเป็น “เรา สองสาม คน”
สวัสดีครับ
เห็นในโฆษณา ชอบเพลงอัสนี วสันต์ ร้อง แต่คงไม่ได้ไปดูหนัง ครับ
เห็นด้วยครับ เป็นทางเลือกใหม่อีกทาง คนไปดูก็ต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆครับ - ครูแป๋ม
เพลงประกอบภาพยนตร์ผมก็ชอบเหมือนกันครับ ชอบคำว่า "บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึก.." ฟังแล้วเข้าใจเลยครับ :D - รศ. เพชรากร หาญพานิชย์
ผมเองนั้นชอบเพลงประกอบนะ สถานที่ก็สวย
มัน็ต้องมองไปให้ลึกละนะ เพราะหนังมีความเป็นศิลป์มาก
นำภาพงานบุญเล็กๆ ของนิสิตมาฝากครับ..
พวกเขายังไม่ได้กลับบ้าน
แต่รวมพลังถวายเทียนพรรษาต่อเนื่องมาสองวัน...
สุขกายสบายใจกันถ้วนหน้า...
คืออีกนิยามเล็กๆ ของการเรียนรู้ในวันหยุดท่ามเทศกาลวิถีพุทธ,วิถีไทยครับ
ขอบคุณครับคุณแผ่นดิน
เป็นกิจกรรมที่ดีครับ :)