เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากท่านเลขาธิการมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาไทย(ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ) หัวหน้าโครงการพัฒนาความฉลาดทางสุขภาวะ(Health Literacy) ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้วยพลังเครือข่ายการศึกษา ให้ผมเป็นแกนนำ(Node)โครงการฯของจังหวัดนนทบุรี  พอได้ฟังชื่อและสาระของโครงการโดยย่อแล้วก็รู้สึกโดนใจ ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาในรอบ 2  จึงคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยเหลือสังคมในวัยเกษียณได้ทางหนึ่ง  ประกอบกับความคุ้นเคยและความเคารพส่วนตัวในท่านดร.สุวัฒน์ ผมจึงตกปากรับคำและส่งแบบตอบรับและประสานงานโรงเรียนเครือข่ายในเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้ว
         ทราบว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือการเพิ่มพฤติกรรมความฉลาดทางสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้วยกระบวนการเครือข่ายองค์กรหุ้นส่วนทางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนและของแต่ละกลุ่มโรงเรียนที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายการจัดการศึกษาตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 6 ที่ว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา  ความรู้  และคุณธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต  สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข”  ซึ่งทางโครงการฯได้เทียบเคียงวิเคราะห์เป็นจุดมุ่งหมายการพัฒนาว่า  คนไทยต้องมีสุขภาวะทั้ง 4 มิติ  คือทางกาย  จิต  สังคม  และปัญญา  ที่เป็นพื้นฐานต่อการนำไปสู่การดูแลชีวิตตนเองและครอบครัวอย่างพอเพียง
        คำว่า ความฉลาดทางสุขภาวะ(Health Literacy) เป็นแนวคิดใหม่และศัพท์ใหม่ ที่ทางโครงการได้ศึกษาแนวคิดจากการประชุมระดับโลก ครั้งที่ 7 ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ณ กรุงไนโรบี  ประเทศเคนยา  ระหว่าง 26-30 ตุลาคม 2552 ขององค์การอนามัยโลกกับประเทศสมาชิกและภาคีเครือข่ายหลายกลุ่ม/องค์กร  โดยโครงการได้แปลคำ Health Literacy ว่า “ความฉลาดทางสุขภาวะ” และให้หมายถึงพฤติกรรมที่เป็นสมรรถนะของบุคคลที่สามารถ เข้าถึง  เข้าใจ  ประเมิน  ใช้ความรู้  และสื่อสาร เกี่ยวกับสารสนเทศด้านสุขภาพตามความต้องการ เพื่อสร้างเสริมและรักษาสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต
       โครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นในปีนี้ ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี  กำหนดให้มีเครือข่ายระดับโรงเรียน 100 เครือข่าย เครือข่ายระดับกลุ่มโรงเรียน 25 เครือข่าย จาก 25 จังหวัด แต่ละจังหวัดมี 4โรงเรียน   และมีแกนนำ(Node) 25 แกนนำ (25 จังหวัด 100 โรงเรียน)
      ได้อ่านรายละเอียดเบื้องต้นพบว่าทางโครงการได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินการที่เป็นระบบ มีศัพท์ใหม่ๆที่เกี่ยวข้องหลายคำ  
      สำหรับเครือข่ายกลุ่มโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี ที่ผมเป็นแกนนำ(Node)  ร่วมกับอาจารย์ชุมศรี  เนียมประดิษฐ์ ศน.ชำนาญการพิเศษ สพท.นนทบุรี เขต 1 ได้พิจารณาคัดเลือกและเชิญโรงเรียนร่วมโครงการ 4 โรงเรียน(เครือข่าย) คือ  1) สตรีนนทบุรี  2)ประชาอุปถัมภ์  3)วัดตำหนักใต้  4)วัดมะสงมิตรภาพที่ 55 
       ผมได้บันทึกเรื่องนี้เมื่อวันที่ 27 มิย.53  หลังจากนั้นได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้แนวคิดกับทีมงานส่วนกลาง  ได้เห็นความชัดเจนของโครงการมาโดยลำดับ จนในที่สุดคณะดำเนินงานโครงการจากส่วนกลางก็ได้ตกตะกอนความคิด จัดทำเป็นเอกสาร "แนวทางการพัฒนาความฉลาดทางสุขภาวะของเด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้วยพลังเครือข่ายการศึกษา" ซึ่งได้ประมวลแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน และได้ประชุมเครือข่ายกลุ่มโรงเรียนและโรงเรียนรอบแรก 10 จังหวัด เมื่อวันที่ 27-29 ตุลาคม 53 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และวางแผนการดำเนินงานอย่างมียุทธศาสตร์ที่ครบวงจร
      บรรยากาศการประชุมและผลการประชุมสำเร็ลงด้วยดี มีคุณภาพและประทับใจยิ่ง ซึ่งผมได้บันทึกแสดงความเห็นชื่นชมที่ www.thaihl.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของโครงการ และทาง www.facebook.com/thaihl  ไว้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการขับเคลื่อนโครงการ และเป็นมิติใหม่หรือนวัตกรรมของการปฏิรูปการศึกษาของไทยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง