“จุดพลิกผันสำคัญในความสำเร็จของสถานประกอบการเรา คือพนักงานของเรา ด้วยเขาอยากเลิกสูบบุหรี่แต่ไม่รู้วิธีการ.......

การถอดบทเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางทางสังคมของผู้ปฏิบัติงานภาคประชาสังคม

  • เป็นเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้
  • สร้างองค์กร/ชุมชนแห่งการเรียนรู้
  • สร้างแนวปฏิบัติจากการสรุปที่เป็นข้อค้นพบเป็นความรู้ใหม่ร่วมกัน(แบบองค์รวม ครอบคลุม)
  • เครื่องมือสร้างจิตสำนึกการเปลี่ยนแปลงทางทางสังคมของภาคประชาสังคม

แต่แนวทางการทำงานถอดบทเรียนที่ผ่านมา แม้จะมีคนพูดถึงมากมายแต่ก็ยังไม่มีแนวทางหรือวิธีปฏิบัติที่จะช่วยทำให้คนทำงานนำไปประยุกต์ใช้ได้ชัดเจนนัก  ผมจึงสนใจพัฒนาประยุกต์ใช้เครื่องมือถอดบทเรียนแบบง่ายๆที่แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็สามารถเข้าใจได้และนำไปใช้เองได้  เป็นเครื่องมือถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้ด้วยแผนภูมิต้นไม้(The  Tree  Model) ของ Peter  Senge  ครับ

เมื่อวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ต้นเดือนระหว่างวันที่  5 – 6  มิถุนายน 2553   ผมไปวิทยากรกระบวนการให้กับแผนงานพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในการถอดบทเรียนในการ สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “สถานประกอบการไทย...ทำอย่างไรให้ปลอดบุหรี่(ถอดบทเรียน) ณ ศูนย์รวมตะวัน  อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ในครั้งนั้นผมจึงได้ใช้กระบวนการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก) โดยถอดบทเรียนการทำงานเป็นองค์ความรู้ด้วยแผนภูมิต้นไม้(The  Tree  Model) ครับ  ซึ่งผลการถอดบทเรียนในตอนท้ายจะได้ออกมาเป็น “เรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง”ครับ

ในตอนต้นผมได้บรรยายนำถึงวิธีการการถอดบทเรียนแบบเสริมพลังนำการเปลี่ยนแปลงโดย การถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้แบบแผนภูมิต้นไม้(The  Tree  Model)  ว่าการถอดบทเรียนแบบเสริมพลังนำการเปลี่ยนแปลงโดย การถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้แบบแผนภูมิต้นไม้ เป็นการถอดความรู้แบบองค์รวมเพื่อขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้

Peter  Senge  ได้เสนอกรอบความคิดการพัฒนาแบบองค์รวม    ยุคคนทำงานโดยอาศัยความรู้เป็นที่อาศัยกรอบความคิดใหม่     ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับทัศนะเดิมที่มองคนเป็นเพียงวัตถุในยุคอุตสาหกรรม  เราเรียกว่ากรอบความคิดบุคคลแห่งองค์รวม (Whole Person)  โดยใช้เครื่องมือที่เป็นแบบแผนภูมิ (Model) ที่เรียกว่า   แบบแผนภูมิต้นไม้ (The  Tree  Model)

  • เป็นกรอบในการมองต้นไม้ซึ่งแบบแผน (Model) ของกิจกรรมดังกล่าว เป็นกระบวนการพัฒนาชุมชนที่เน้นการสร้างองค์ความรู้ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริงและต้องการของชุมชน
  • เป็นกรอบในการมองกระบวนการสร้างความรู้ว่าเปรียบเสมือนระบบของสิ่งมีชีวิตที่ส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและสามารถสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ขึ้นมาแทนที่ได้อย่างต่อเนื่อง

 Peter  Senge  ได้เปรียบระบบการทำงานหนึ่งดั่งเช่นต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต และมีองค์ประกอบหลักแบบองค์รวมที่จัดเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

1. ระบบเมล็ดพันธุ์   เปรียบเทียบเป็นฐานที่มา  ทีแสดงถึงตัวตน  ความหมาย คุณค่าและวิธีคิด

2. ระบบราก   เปรียบเทียบเป็นความเชื่อ    ค่านิยม

3. ระบบลำต้นกิ่งก้าน เปรียบเทียบเป็นแบบแผน โครงสร้างหลักในการดำเนินงานและกลยุทธ์

4. ระบบใบ  เปรียบเทียบเป็นกระบวนการทำงาน การดำเนินงานในรายละเอียด

5. ระบบดอก  ผล   เปรียบเทียบเป็นผลลัพธ์

6. ระบบสภาพแวดล้อม   ( อากาศ แสงอาทิตย์)    เปรียบเทียบเป็นความหวัง ศรัทธา

7. ระบบดิน แร่ธาตุ น้ำ  เปรียบเทียบเป็นทุนทางสังคม

 8. ระบบจุลินทรีย์    เปรียบเหมือนการเอื้ออำนวย สนับสนุนและปัญหาอุปสรรค 

9.ระบบกิ่งก้านใบที่ร่วงหล่น  เปรียบเทียบเป็นการสะท้อนกลับความรู้และคุณค่าฝากเป็นตำนาน

Peter  Senge  ยังได้เสนอว่ากรอบความคิดที่มองไม่ครบถ้วนบริบูรณ์เป็นสาเหตุง่ายๆ ประการหนึ่งที่เป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวงว่าทำไมคนจำนวนมากจึงไม่พอใจกับหน้าที่การงานของตน

  • ทำให้องค์กรส่วนใหญ่จึงไม่สามารถดึงประสบการณ์ ความสามารถพิเศษ ความฉลาด ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ออกมาได้ และไม่สามารถเป็นองค์กรที่ยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงได้เลย
  • ต้นตอของปัญหานี้มาจาก กรอบความคิด ความรู้ ที่มองไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ของความเป็นมนุษย์ว่า “เราเป็นใคร เรามีคุณค่าความหมายอะไร” 
  • ระบบโมเดลแบบแผนภูมิต้นไม้ (The  Tree  Model)  จึงเป็นมุมมองที่ลึกซึ้งถึงขั้นพื้นฐานธรรมชาติของมนุษย์

หลังจากนั้นผมได้แต่ละกลุ่มได้เลือกกรณีศึกษาโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ จากสถานที่กลุ่มเห็นว่าน่าสนใจถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้ด้วยแบบแผนภูมิต้นไม้  ซึ่งผลสรุปผลการถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้โดยแบบแผนภูมิต้นไม้ กรณีศึกษาของสถานประกอบการที่กลุ่มย่อยเลือกศึกษามีตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้

…………………………………………………………………….

การถอดบทเรียนเป็นองค์ความรู้ด้วยแบบแผนภูมิต้นไม้ กรณีศึกษาของบริษัท E จำกัด(นามสมมุติ) 

นำเสนอโดยพี่หมู

“จุดพลิกผันสำคัญในความสำเร็จของสถานประกอบการของเรา คือพนักงาน  พนักงานของเรา คือผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จในโครงการนี้  ด้วยเขาอยากเลิกสูบบุหรี่แต่ไม่รู้วิธีการ.......ผู้บริหารระดับสูงทุกคนสูบบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์  ท่านเหล่านั้นไม่ได้ขัดขวางและไม่ได้สนับสนุน”

ความเป็นมาของโครงการ(ราก)

เดิมทีเราไม่ได้รู้จักสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เราไม่ได้รู้จักสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แต่เราก็มีความสนใจจะพัฒนาสถานประกอบการให้เป็นสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ด้วยเหตุผลของเราดังนี้

  1. ปัญหาสุขภาพของพนักงาน จากการเป็นผู้รับผิดชอบที่ดูแลเรื่องสุขภาพพนักงานของบริษัทพบว่าคนของเรามีปัญหาสุขภาพหลายอย่างโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ และพบว่าพนักงานของเรามีปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่
  2. ปัญหาความปลอดภัยในที่ทำงานเช่น การทิ้งก้นบุหรี่ เมื่อมีพนักงานสูบบุหรี่ในที่ทำงานจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย เช่น การเกิดไฟไหม้
  3. พนักงานของเรามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ พนักงานเขาอยากเลิกสูบบุหรี่อยู่แล้วแต่ไม่รู้วิธีการเลิก มีพนักงานที่สูบบุหรี่ของเราหลายคนเคยมาขอคำปรึกษาอยากเลิกบุหรี่ ตอนนั้นเรารู้เรื่องวิชาการปัญหาโทษภัยของบุหรี่ แต่เรายังไม่รู้วิธีการว่าทำอย่างไร จึงจะช่วยให้พนักงานของเราเลิกบุหรี่ได้
  4. ต่อมาได้รับเอกสารจากโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ที่ดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้เชิญชวนให้สมัครเข้าร่วมโครงการและเข้าค่ายฝึกอบรม

กิจกรรมและแนวทางสำคัญ(ลำต้น กิ่งก้าน)

การดำเนินงานที่ของบริษัทEเราได้มีการจัดกิจกรรมสำคัญตามแนวทางของโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ตามที่คณะทำงานของเราได้เข้าอบรมหลักสูตร “การพัฒนาสถานประกอบปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบ” ที่สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดขึ้นโดยมีกิจกรรมตามแผนงานที่สำคัญดังนี้

  1. หลังจากเข้าค่ายฝึกอบรมจากสมาคมได้นำแนวทางที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ นำเสนอให้ผู้บริหารทราบ
  2. ศึกษาข้อมูลจากพนักงานทั้งหมด ทำการประเมินผลดี/ผลเสีย และคิดแนวทางการดำเนินงาน
  3. ประสานกับฝ่ายบริหารเพื่อออกนโยบายประกาศเจตนารมณ์ให้เป็นสถานประกอบการปลอดบุหรี่
  4. แต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบดำเนินงานโครงการโดยวางแผนร่วมกับผู้บริหาร
  5. ตั้งโต๊ะรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ลด ละ เลิกบุหรี่ รวมทั้งผู้สนับสนุน(หัวหน้าหน่วย,ผู้จัดการ) มีพนักงานเข้าร่วมโครงการ 213 คน  เป็นผู้ที่สมัครลด ละ เลิกสูบบุหรี่ 97 คน ที่เหลือเป็นผู้สนับสนุน มากกว่า 100 คน สัดส่วน 1 ต่อ 1 หรือ  2 ต่อ 1ในระหว่างรับสมัครก็ให้ข้อมูลเอกสารความรู้ไปพร้อมๆกัน โดยในวันรับสมัครจะมีเอกสารให้ความรู้แนบไปพร้อมใบสมัคร โดยตั้งโต๊ะรับสมัครที่โรงอาหาร มีเอกสาร และบอร์ดให้ความรู้
  6. จัดสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการให้เอื้อต่อการเป็นสถานประกอบการปลอดบุหรี่
  7. กิจกรรมตามแผนงานโครงการเช่น  จัดอบรมให้ความรู้  จัดกิจกรรมรณรงค์ ประกวดคำขวัญ แจกรางวัล แจกของ

การจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมพิเศษของสถานประกอบการเพื่อเอื้อต่อความสำเร็จ(ใบ)

ที่ของบริษัทEเราได้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อที่จะมุ่งเน้นให้เป็นสถานประกอบการที่มีการควบคุมการสูบบุหรี่ และมุ่งให้เป็นสถานประกอบการที่มีการวางแผนงาน มีการดำเนินงานเพื่อสร้างภาวะปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตามความพร้อมและตามบริบททางวัฒนธรรมของของบริษัทEเราโดยเราได้จัดกิจกรรมพิเศษและจัดสภาพแวดล้อมของของบริษัทEเราให้เอื้อต่อการเป็นสถานประกอบการปลอดบุหรี่ตามแนวทางที่เราได้คิดค้นของเราเองด้วย ได้แก่

  1. จัดคู่บัดดี้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน (ผู้สูบบุหรี่ – ผู้สนับสนุนการเลิกบุหรี่) เนื่องจากเพื่อนอยากให้เพื่อนเลิกสูบด้วย จากพนักงานที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 213 คน  มีผู้แสดงความสมัครใจจะลด ละ เลิกสูบบุหรี่  97 คน ที่เหลือเป็นผู้สนับสนุน มากกว่า 100 คน สัดส่วน  1 ต่อ 1 หรือ  2 ต่อ 1ใน
  2. การลงพูดคุยกับพนักงานรายบุคคล(CASE STUDY)ให้คำแนะนำแบบตัวต่อตัว โดยใช้มนุษย์สัมพันธ์ส่วนตัว ให้คำปรึกษาในเรื่องสุขภาพ เรื่องครอบครัว และโทษของการสูบบุหรี่ เป็นการให้เวลาพบปะกับพนักงานอย่างต่อเนื่องทุกคน ซึ่งจากการได้พบปะรายคนทั้ง 97 คนพบว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะเลิกสูบบุหรี่ 
  3. การลงไปสัมผัสในพื้นที่โดยตรง เป็นการพบปะกลุ่มแบบใจต่อใจในเขตพื้นที่สูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องทีมคณะทำงานจะจัดการพบปะกลุ่มผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่อย่างสม่ำเสมอ
  4. สร้างเครือข่ายการทำงานทั้งภายในและภายนอกเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ให้มีเกิดการทำงานที่ต่อเนื่องเป็นเครือข่ายรวมพลังความร่วมมือหลายมิติ ที่ของบริษัทEเราสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้าหน่วย,หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแผนกมาร่วมเป็นผู้สนับสนุน เราสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับครอบครัวของพนักงาน   เราสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรของพนักงานคือสหภาพแรงงานของบริษัท เราสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเพื่อนสถานประกอบการอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ผลงาน  ความสำเร็จที่เกิดขึ้น(ดอก ผล)

จากการดำเนินการโครงการ ที่ของบริษัทEเราในเวลา 6 เดือน ได้มีการจัดระบบการควบคุมการสูบบุหรี่ และมุ่งให้เป็นสถานประกอบการที่มีการวางแผนงาน มีการดำเนินงานเพื่อสร้างภาวะปลอดบุหรี่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

1.  จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่เป็นผู้แสดงความสมัครใจจะลด ละ เลิกสูบบุหรี่ จำนวน 97 คน สามารถเลิกบุหรี่ได้ 39 คน ลดการสูบบุหรี่ได้ 58 คน คงมีพฤติกรรมเดิม 6 คน

2. มีพนักงานหลายคนที่ยังไม่สมัครเข้าร่วมโครงการในรอบแรก  สนใจเข้าร่วมโครงการเรียกร้องให้มีโครงการในรอบ 2

3. มีเครือข่ายการทำงานถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ทั้งภายในและภายนอกเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ให้มีเกิดการทำงานที่ต่อเนื่อง

4. จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่เป็นผู้สนับสนุน การลด ละ เลิกสูบบุหรี่ของเพื่อนพนักงาน  จำนวน116 คน ทั้งหมดมีความภาคภูมิใจในการมีส่วนช่วยเพื่อนพนักงานและสนใจจะสมัครเข้าร่วมโครงการระยะต่อไป

5. สหภาพแรงงานของบริษัทให้การสนับสนุนโครงการและสนใจเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป 

6. เห็นผลที่ชัดเจนในเรื่องคุณภาพชีวิตของพนักงาน ในส่วนที่เกี่ยวกับ การมีสุขภาพที่ดีของพนักงาน

7.สถานประกอบการได้รับประโยชน์จากโครงการในเรื่อง การลดค่ารักษาพยาบาล  การทำงานของพนักงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน

บทเรียนการความก้าวหน้าสู่การขยายผล(เมล็ดพันธ์ที่นำไปเพาะปลูกต่อ)

ที่ของบริษัทEเรามีพนักงานหลายคนที่ยังไม่สมัครเข้าร่วมโครงการในรอบแรก  มีความสนใจเข้าร่วมโครงการเรียกร้องให้มีโครงการในรอบ 2 เราจึงอยากให้มีโครงการปีที่  2 เรามีการตั้งชมรมเครือข่าย “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อการขยายผล  ขณะเดียวกันสหภาพแรงงานของบริษัทเห็นผลงานความสำเร็จก็มีความสนใจจะเข้าร่วมโครงการด้วย 

เราสนใจที่จะนำนำบทเรียนที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ไปประยุกต์ใช้ทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานของเราในมิติอื่นเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ และอื่น ๆ

รวมทั้งเรายังได้มีขยายผลความร่วมมือเป็นเครือข่ายความร่วมมือกับสถานประกอบการอื่น โดยช่วยเขาเขียนโครงการและช่วยประสานงานโครงการ ซึ่งจากการได้พูดคุยนอกรอบกับผู้บริหารสถานประกอบการหลายแห่งเขาสนใจจะเข้าร่วมโครงการในระยะต่อไป  นอกจากนี้เรายังได้เข้าไปช่วยขยายผลความร่วมมือในโรงเรียนให้พัฒนาเป็นโรงเรียนปลอดบุหรี่ อีกด้วย

คุณค่า ความหมาย ความภาคภูมิใจคนทำงานจิตอาสา(ใบไม้ที่ร่วงหล่นฝากไว้เป็นตำนาน)

รู้สึกมีความสุขใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่  ได้เห็นเพื่อนพนักงานมีสุขภาพดี มีเงินเหลือเก็บ มีความรักความอบอุ่นในครอบครัวและเราเองได้มีส่วนทำให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมา แม้จะไม่สำเร็จทั้งหมดทุกคน แต่เราก็ได้เริ่มต้นแล้ว  มีรูปธรรมความสำเร็จ  มีบทเรียนประสบการณ์ รวมทั้งมีเพื่อนเครือข่ายร่วมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ทำให้มีกำลัง...ไม่ท้อถอย

สิ่งที่ไม่อยากทำต่อคือการแจกของเพราะเป็นการหลอกล่อให้เขาเข้ามาร่วมโครงการ

บทเรียนสุดท้ายที่พี่หมูอยากบอก จากบทเรียนประสบการณ์ในการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ ว่า  เราต้องทำอย่างเข้มข้น ต้องสัมผัสตรง ๆ จากใจของเราสู่ใจของพนักงาน ให้ความจริงใจด้วยการลงไปให้ความรู้ถึงวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลด ละ เลิกสูบบุหรี่  กับพนักงานเป็นรายคนให้ได้  ต้องสัมผัสลึกเข้าถึงภายในจิตใจของพนักงาน  มีการให้กำลังใจเขาซึ่งกำลังใจเป็นสิ่งที่มีสำคัญมาก เราจึงจัดให้เขามีเพื่อนพนักงานที่เป็นผู้สนับสนุนได้ทำหน้าที่เป็นคู่บัดดี้  ที่มีความจริงใจต่อกัน  

ภาระกิจการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนแม้เป็นเรื่องที่ยาก ต้องการการทุ่มเท ทั้งใจและเวลาของทีมทำงาน แต่หากเมื่อเราทำได้สำเร็จกับคนคนหนึ่งแล้ว เราก็สามารถถ่ายทอดให้กับเพื่อนพนักงานคนอื่นๆ สามารถถ่ายทอดให้กับสถานประกอบการอื่นๆได้ทั้งโลก

 “งานนี้ต้องทำด้วยใจ  ต้องมีความจริงใจที่จะทำมาก่อน”   นี่คือคำพูดที่พี่หมูทิ้งท้ายให้กับพวกเรา

ขอบคุณ  แผนงานพัฒนาสถานประกอบการปลอดบุหรี่ สมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยพื้นที่ให้เกิดเรื่องเล่าเร้าพลังนำการเปลี่ยนแปลง .....จากการถอดบทเรียนแบบAI(สุนทรียสาธก)ด้วยระบบโมเดลแบบแผนภูมิต้นไม้ (The  Tree  Model)