๒๖  มิถุนายน  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เช้านี้เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บริหารโรงเรียนให้เป็นผู้นำการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี  ของกลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพโรงเรียนระดับปฐมวัยศึกษาและประถมศึกษาจังหวัดปทุมธานี มีสมาชิกทั้งเขต ๑ และเขต ๒  แต่เขต ๒ เขาจัดไปแล้ว วันนี้จึงมีเฉพาะผู้บริหารในเขต ๑ ได้บรรยายพิเศษจูงใจผู้บริหารให้สอนนักเรียนในบางวิชาบางกิจกรรมเพื่อจะได้ทำหน้าที่ครูที่มีลูกศิษย์อย่างแท้จริง และมีบทบาทในการสนับสนุนครูให้สะดวกสบายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนับสนุนสื่อทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ   เช่น ห้องพักครูติดเครื่องปรับอากาศเย็น ๆ   มีการสร้างขวัญและกำลังใจทั้งการพูดและรางวัล ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดว่า ครูคือคนสำคัญที่สุดในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ครูสำคัญกว่า ผู้อำนวยการสำนักงานเขต สำคัญกว่าผู้บริหารโรงเรียน หากต้องการพิสูจน์ไม่ยาก แค่คิดว่า ครูไม่มาโรงเรียน กับผู้บริหารไม่มาโรงเรียน อย่างไหนจะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนกว่ากัน ก็คงตอบกันได้ เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ หน้าที่ของผู้บริหารทุกระดับมีเพียงคำตอบเดียวคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ครูเกิดพลังในการจัดการเรียนการสอน กลับสำนักงานเพราะนัดนิติกรจาก สพฐ.ไว้ ตั้งใจว่าจะพาทีมงานออกปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่สอบถามกันแล้วไม่พร้อมเพราะมีภารกิจ  จึงนัดกันใหม่ประมาณต้นเดือนหน้า ขึ้นห้องทำงานแฟ้มเอกสารที่กลุ่มงานต่าง ๆ เสนอ  วันนี้กินข้าวเที่ยงที่ห้องทำงาน บ่ายเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวดการเดินสวนสนามลูกเสือ-เนตรนารี ทั้งในระดับเขตและระดับจังหวัดที่ห้องประชุม สกสค.จังหวัด ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารเขต เพราะห้องประชุมของเขตถูกใช้งานจนหมดสิ้น  กรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางลูกเสือทั้งเขต ๑ และเขต ๒ การแข่งขันระดับจังหวัดกำหนดในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ทีมชนะจะเข้าแข่งขันระดับประเทศที่สนามศุภชลาศัยในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ หลายท่านปรารภกันว่ากิจการลูกเสือซบเซาไปมากเพราะผู้ใหญ่ไม่ค่อยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรม แม้แต่ในระดับโรงเรียนก็ไม่เข้มข้นเหมือนก่อน ฟังแล้วก็คงเป็นจริง กิจการลูกเสือรุ่งเรืองมากในสมัยนายอภัย  จันทวิมล เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะท่านสนใจเป็นผู้นำ ผู้ตามทุกระดับจึงต้องสนองตอบ ปัจจุบันของเล่นมีมากเบื่ออย่างหนึ่งก็ไปเล่นอย่างอื่นต่อ ๆ กันไป เรื่องดี ๆ จึงถูกละเลยไป การจะขอความร่วมมือจากข้าราชการสมัยนี้ก็ยากกว่าก่อนมาก หากเขาไม่ยินยอมพร้อมใจด้วยอย่าหมายว่าจะสั่งเอาได้ดั่งใจนึก  ที่ประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาและเกณฑ์การให้คะแนนจนตรงกัน จึงเลิกประชุม  

วันอังคารที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นประธานเปิดอบรมโครงการปัจจัยสนับสนุนการศึกษาอีกรุ่นหนึ่งในวันนี้ ดูจะมีความพร้อมมากขึ้นเพราะเห็นโน๊ตบุ๊ควางตรงหน้ากันเกือบทุกคน สาธยายให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการแสวงหาความรู้ในอดีตและปัจจุบัน อดีตความรู้อยู่ในวงจำกัดทั้งผู้สอนและผู้เรียน ตำราเรียนเป็นคัมภีร์สำคัญที่ครูปลูกปั้นให้นักเรียนแตกฉานในเรื่องที่เขียนไว้ การสอนการสอบจึงเห็นเป้าหมายชัดเจน แต่ยุคนี้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยย่อโลกให้เล็กลง ช่วยขยายความรู้ให้กว้างไกลจนไร้ขอบเขตทั้งด้านกว้างและด้านลึก ผู้มีอาชีพครูจึงมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าเก่าในการจัดการเรียนการสอนให้ลูกศิษย์ก้าวทันโลก การอบรมครั้งนี้เป็นการฝึกใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ให้ครูคุ้นเคยและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้   หลังพิธีเปิด เดินทางไปดูการประกวดแข่งขันการสวนสนามของลูกเสือในเขต ๑ ที่สนามโรงเรียนปทุมวิไล มีท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด เป็นประธานการแข่งขัน มีทั้งกองลูกเสือและเนตรนารีเข้าแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่ไม่มีผู้ชม ก็ต้องดูกันเอง  เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนหอวังปทุมธานี ด้วยมีใบบอกมาถี่เหลือเกิน ล้วนแต่ร้องขอให้ผมเข้าไปดูแลแก้ไขให้การบริหารดีขึ้นไปครั้งนี้จะไปดูไปเยี่ยมอย่างเดียว คิดในใจว่าจะมีวาสนาพบผู้บริหารโรงเรียนไหมหนอ การเดินทางใช้ถนนปทุมธานี-รังสิต ไปเลี้ยวซ้ายเมื่อเลยทางด่วนบางพูลไปแล้วประมาณ ๔ กิโลเมตร ถนนเลียบคลองเปรมประชากรที่แยกไปโรงเรียนมีรถประจำสายบางปะอิน -รังสิต วิ่งบริการด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไปเมื่อเห็นโบสถ์วัด ก็แปลว่าถึงโรงเรียนหอวังปทุมธานี ซึ่งอยู่ถัดไปแค่รั้วกั้น บริเวณร่มรื่นไปด้วยไม้ยืนต้น พ้นรั้วเข้าไปจะเห็นที่ทำการของฝ่ายปกครอง มองผิวเผินคล้ายป้อมตำรวจขนาดใหญ่ ซ้ายมือเป็นอาคารเรียน ชั้นล่างเป็นห้องพักครู ด้านหลังเป็นโรงอาหาร ดูภาพรวมอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมดีมาก เพราะอยู่กลางทุ่งนาอากาศดี ได้คุยกับรองผู้อำนวยการโรงเรียน และครู ๔ – ๕ ท่านถึงความเป็นอยู่ และสภาพปัญหา ผู้อำนวยการโรงเรียนไปราชการจึงไม่ได้พบกัน ลาครูกลับออกมาข้ามทางด่วนไปออกโรงเรียนวัดเสด็จแต่ไม่ได้เข้าเยี่ยม  ไปกินข้าวแกงปักษ์ใต้ที่สามโคก  กลับเข้าสำนักงานเขตเป็นประธานการประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการกลุ่ม เพราะทิ้งช่วงมานาน ได้ให้ท่านรองฯเสนอข้อราชการที่เกี่ยวข้อง ตามด้วยกลุ่มงานต่าง ๆ ได้ฝากให้ช่วยติดตามการบริหารงบประมาณ Sp2 อย่างใกล้ชิด สอดส่องดูแลโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายที่รับผิดชอบให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน  เรื่องสุดท้ายการพัฒนาบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจำปี ๒๕๕๓ ให้ไปสอบถามความคิดเห็นจากสมาชิกดูว่าอยากจะศึกษาดูงานที่ไหน ยกตัวอย่างให้ดู ๒ แห่ง ดูงานการบริหารจัดการสุขาภิบาลในโรงเรียนและสำนักงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการจัดสภาพแวดล้อมที่จังหวัดชุมพรและมรดกโลกเกาะเต่า-เกาะนางยวน หรืออาจเป็นเกาะสมุย

วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓  เช้าตรู่เดินทางสู่เมืองพัทยาใช้ทางด่วนบูรพาวิถี เข้าสายเลี่ยงเมืองดิ่งเข้าสุขุมวิทตรงพัทยากลาง ต้องวกกลับมาเข้าพัทยาเหนือเลียบชายหาดไป ๕ ซอยเลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมเดอะพัทยาบีช รีสอร์ท ที่ สพฐ.มอบหมายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต ๑ ใช้เป็นที่อบรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาของภาคตะวันออก ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะติดตามผลการจัดอบรมจึงต้องมาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ภาคเช้าผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต ๑ นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายจนพักกลางวัน ในฐานะที่เป็นกรรมการใน ก.ค.ศ. ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวตื้นลึกหนาบางเรื่องราวการบริหารงานบุคคลระดับประเทศพอสมควร รวมทั้งกรณีตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากการทำหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ผ่านมา บ่ายนายสมเชาว์  เกษปทุม อดีตเลขาธิการ ก.ค. ได้บรรยายสาระเกี่ยวกับกฎหมายปกครองที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขต การได้ฟังผู้รู้อธิบายทำให้เข้าใจกฎหมายกว่าอ่านจากตำราค่อนข้างมาก เพราะได้เห็นตัวอย่างในการปฏิบัติจริงทั้งถูกและผิดประกอบกับตัวบทที่เขียนไว้เป็นตัวหนังสือ เขาจัดที่พักให้ชั้นที่ ๘  ห้อง ๘๐๕ เปิดม่านจะเห็นอ่าวพัทยาอยู่ตรงหน้า เป็นความสวยงามของธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกถวิลหา    อากาศดีแดดจ้าฟ้าโปร่งมองเห็นเกาะล้านอยู่ลิบ ๆ โรงแรมเขามี Wireless บริการแขกที่มากพักฟรี มีโทรทัศน์จอใหญ่ไว้ให้ทั้งห้องรับแขกและห้องนอน จึงดูฟุตบอลโลกจนเลยเที่ยงคืน

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓  ตื่นเช้าแบบงัวเงียเพราะนอนดึก แต่นิสัยตื่นเช้าเข้าสิง ตี ๕ เป็นต้องตื่น เปิดม่านดูทะเลที่สดใสสวยงามมีคนเดินออกกำลังกายชายหาดกันพลุกพล่าน ลงไปทานข้าวที่ไม่ค่อยพอเพียงกับผู้เข้าอบรมเอาเสียเลย ต้องบอกว่าการจัดอาหารค่อนข้างบกพร่อง แต่ไม่ค่อยมีใครบ่นให้ได้ยิน เพราะผู้เข้าอบรมล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่กินได้ไม่มาก เข้าไปนั่งฟังอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ ก.ค.ศ. คุณเอกศักดิ์  คงตระกูล บรรยายกฎหมายการบริหารงานบุคคลตั้งแต่การบรรจุแต่งตั้งจนถึงการอุทธรณ์ร้องทุกข์ บ่ายนิติกรจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญคุ้มพงษ์ จิตนิธิสกุล บรรยายหลักกฎหมายปกครอง ฟังกันทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยและเครียดเหมือนผู้เข้าอบรม  เย็นเขาจัดอาหารไว้รับรองที่ชั้นสองของโรงแรม ๑ โต๊ะ มีคาราโอเกะให้ร้องเพลงด้วย  แต่ด้วยมีฟุตบอลโลกมารอให้ดูอยู่ที่ห้องพัก งานเลี้ยงจึงเลิกราประมาณ ๒ ทุ่ม

วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓  เช้าท่านรองเลขาธิการ กพฐ. นายเสน่ห์  ขาวโต บรรยายบทบาทอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขต  นั่งฟังจนเที่ยงจึงปิดการประชุม เท่าที่ติดตามผลการอบรมมาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย พอประเมินได้ว่าวิทยากรที่มาให้ความรู้ค่อนข้างจะทำให้ผู้เข้าประชุมระมัดระวังในการทำหน้าที่จนเกินไป ทั้งที่ควรจะสร้างความเชื่อมั่นในการทำงาน ส่วนปัญหา เทคนิค ข้อจำกัดเป็นเพียงข้อควรระวังเดินทางกลับปทุมธานี ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ มีท่านรองฯสุชาติ ศรีสุวรรณ จากสพท.หนองบัวลำภู เขต ๑  ติดรถมาด้วย ท่านจะขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมืองไปลงอุดรธานี มาแวะทานข้าวกลางวันที่จุดพักรถของทางด่วน มาเลี้ยวเข้าปทุมธานีตรงแยกคลองหลวง ผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ถึงเขตให้รถไปส่งท่านรองฯ สุชาติ ที่สนามบิน  นั่งทำงานที่สโมสรเพราะสะดวกสบายดีไม่อยากถ่อสังขารขึ้นชั้น ๓ ยามเย็น มีแฟ้มเอกสารให้สั่งการไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ผู้รักษาราชการแทนจัดการไปหมดแล้ว   ไมโครโฟนที่ส่งไปซ่อมที่ร้านมหาจักรกลับมาแล้ว มีการทดสอบเสียงกันนิดหน่อย  คงต้องระมัดระวังอย่าให้ร่วงกระทบพื้นอีกจะได้ใช้นาน ๆ ไม่อยู่ ๒ – ๓ วัน มีหนังสือร้องเรียนเข้ามาหลายเรื่อง มอบให้กลุ่มงานนิติการไปแยกแยะดำเนินการ ครูเริ่มบ่นว่าเขตอบรมจนไม่มีครูสอนเด็ก  ขอสารภาพว่าจริง และเป็นกันทั่วฟ้าเมืองไทย ด้วยฤทธิ์ของ Sp2   จะทำให้ครูไม่อยู่ห้องเรียน ผู้บริหารไม่อยู่โรงเรียน ผอ.เขต ไม่อยู่เขต เหตุการณ์นี้ยากที่จะแก้ไขเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลใด ๆ ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรี แต่อนุญาตให้บ่นได้ตามที่เห็นสมควร

                นิทานก่อนลาสัปดาห์นี้เป็นเรื่องที่คงเคยได้ฟังกันมาแล้ว แต่มาเล่าซ้ำให้คิดอีกครั้งหนึ่ง  เต่าตัวหนึ่งคิดว่าหากมัน สามารถเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ คงจะมองเห็นโลกเบื้องล่างสวยงามแปลกตากว่าที่เคยเห็นอยู่ในปัจจุบัน และสัตว์ต่างๆก็จะต้องพากันนับถือยกย่องตนด้วยเหตุนี้มันได้พยายามผูกไมตรีกับเป็ดป่าสองตัว เมื่อสนิทสนมกันดีแล้วจึงบอกความประสงค์ของตนโดยขอร้องให้เป็ดป่าทั้งสองคาบ กิ่งไม้ไว้ตัวละด้าน ส่วนเต่าจะคาบตรงกลางไม้ เมื่อเป็ดป่าทั้งสองคาบกิ่งไม้บินขึ้นสู่ท้องฟ้า เต่าก็จะถูกพาบินขึ้นไปด้วย เป็ดป่าทั้งสองเห็นแก่ความเป็นเพื่อนจึงตกลงทำตามคำขอร้องของเต่า  “ดูนั่นซิพวกเรา เต่าเห่าได้”  บรรดาสัตว์ต่างๆเมื่อเห็นเหตุการณ์ต่างส่งเสียงร้องบอกต่อๆกันด้วยความ ตื่นเต้น เต่ารู้สึกภาคภูมิใจอยากคุยอวดเพื่อนๆจึงอ้าปากจะพูด แต่ทันใดนั้นร่างของมันก็ร่วงหล่นลงกระแทกโขดหินแหลกเหลวอยู่บนพื้นดินนั่นเอง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  คนโง่แม้จะประสบความสำเร็จแต่ในไม่ช้าก็หนีไม่พ้นความวิบัติ 

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑