๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครูและผู้บริหารที่รักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เช้านี้เป็นประธานเปิดการอบรมผู้บริหารโรงเรียนให้เป็นผู้นำการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ของกลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพโรงเรียนระดับปฐมวัยศึกษาและประถมศึกษาจังหวัดปทุมธานี มีสมาชิกทั้งเขต ๑ และเขต ๒ แต่เขต ๒ เขาจัดไปแล้ว วันนี้จึงมีเฉพาะผู้บริหารในเขต ๑ ได้บรรยายพิเศษจูงใจผู้บริหารให้สอนนักเรียนในบางวิชาบางกิจกรรมเพื่อจะได้ทำหน้าที่ครูที่มีลูกศิษย์อย่างแท้จริง และมีบทบาทในการสนับสนุนครูให้สะดวกสบายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนับสนุนสื่อทั้งฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องพักครูติดเครื่องปรับอากาศเย็น ๆ มีการสร้างขวัญและกำลังใจทั้งการพูดและรางวัล ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดว่า ครูคือคนสำคัญที่สุดในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา ครูสำคัญกว่า ผู้อำนวยการสำนักงานเขต สำคัญกว่าผู้บริหารโรงเรียน หากต้องการพิสูจน์ไม่ยาก แค่คิดว่า ครูไม่มาโรงเรียน กับผู้บริหารไม่มาโรงเรียน อย่างไหนจะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนกว่ากัน ก็คงตอบกันได้ เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ หน้าที่ของผู้บริหารทุกระดับมีเพียงคำตอบเดียวคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ครูเกิดพลังในการจัดการเรียนการสอน กลับสำนักงานเพราะนัดนิติกรจาก สพฐ.ไว้ ตั้งใจว่าจะพาทีมงานออกปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่สอบถามกันแล้วไม่พร้อมเพราะมีภารกิจ จึงนัดกันใหม่ประมาณต้นเดือนหน้า ขึ้นห้องทำงานแฟ้มเอกสารที่กลุ่มงานต่าง ๆ เสนอ วันนี้กินข้าวเที่ยงที่ห้องทำงาน บ่ายเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวดการเดินสวนสนามลูกเสือ-เนตรนารี ทั้งในระดับเขตและระดับจังหวัดที่ห้องประชุม สกสค.จังหวัด ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารเขต เพราะห้องประชุมของเขตถูกใช้งานจนหมดสิ้น กรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางลูกเสือทั้งเขต ๑ และเขต ๒ การแข่งขันระดับจังหวัดกำหนดในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ทีมชนะจะเข้าแข่งขันระดับประเทศที่สนามศุภชลาศัยในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ หลายท่านปรารภกันว่ากิจการลูกเสือซบเซาไปมากเพราะผู้ใหญ่ไม่ค่อยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรม แม้แต่ในระดับโรงเรียนก็ไม่เข้มข้นเหมือนก่อน ฟังแล้วก็คงเป็นจริง กิจการลูกเสือรุ่งเรืองมากในสมัยนายอภัย จันทวิมล เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะท่านสนใจเป็นผู้นำ ผู้ตามทุกระดับจึงต้องสนองตอบ ปัจจุบันของเล่นมีมากเบื่ออย่างหนึ่งก็ไปเล่นอย่างอื่นต่อ ๆ กันไป เรื่องดี ๆ จึงถูกละเลยไป การจะขอความร่วมมือจากข้าราชการสมัยนี้ก็ยากกว่าก่อนมาก หากเขาไม่ยินยอมพร้อมใจด้วยอย่าหมายว่าจะสั่งเอาได้ดั่งใจนึก ที่ประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับกติกาและเกณฑ์การให้คะแนนจนตรงกัน จึงเลิกประชุม

วันอังคารที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นประธานเปิดอบรมโครงการปัจจัยสนับสนุนการศึกษาอีกรุ่นหนึ่งในวันนี้ ดูจะมีความพร้อมมากขึ้นเพราะเห็นโน๊ตบุ๊ควางตรงหน้ากันเกือบทุกคน สาธยายให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการแสวงหาความรู้ในอดีตและปัจจุบัน อดีตความรู้อยู่ในวงจำกัดทั้งผู้สอนและผู้เรียน ตำราเรียนเป็นคัมภีร์สำคัญที่ครูปลูกปั้นให้นักเรียนแตกฉานในเรื่องที่เขียนไว้ การสอนการสอบจึงเห็นเป้าหมายชัดเจน แต่ยุคนี้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยย่อโลกให้เล็กลง ช่วยขยายความรู้ให้กว้างไกลจนไร้ขอบเขตทั้งด้านกว้างและด้านลึก ผู้มีอาชีพครูจึงมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าเก่าในการจัดการเรียนการสอนให้ลูกศิษย์ก้าวทันโลก การอบรมครั้งนี้เป็นการฝึกใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ให้ครูคุ้นเคยและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ หลังพิธีเปิด เดินทางไปดูการประกวดแข่งขันการสวนสนามของลูกเสือในเขต ๑ ที่สนามโรงเรียนปทุมวิไล มีท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด เป็นประธานการแข่งขัน มีทั้งกองลูกเสือและเนตรนารีเข้าแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่ไม่มีผู้ชม ก็ต้องดูกันเอง เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนหอวังปทุมธานี ด้วยมีใบบอกมาถี่เหลือเกิน ล้วนแต่ร้องขอให้ผมเข้าไปดูแลแก้ไขให้การบริหารดีขึ้นไปครั้งนี้จะไปดูไปเยี่ยมอย่างเดียว คิดในใจว่าจะมีวาสนาพบผู้บริหารโรงเรียนไหมหนอ การเดินทางใช้ถนนปทุมธานี-รังสิต ไปเลี้ยวซ้ายเมื่อเลยทางด่วนบางพูลไปแล้วประมาณ ๔ กิโลเมตร ถนนเลียบคลองเปรมประชากรที่แยกไปโรงเรียนมีรถประจำสายบางปะอิน -รังสิต วิ่งบริการด้วย เลี้ยวซ้ายเข้าไปเมื่อเห็นโบสถ์วัด ก็แปลว่าถึงโรงเรียนหอวังปทุมธานี ซึ่งอยู่ถัดไปแค่รั้วกั้น บริเวณร่มรื่นไปด้วยไม้ยืนต้น พ้นรั้วเข้าไปจะเห็นที่ทำการของฝ่ายปกครอง มองผิวเผินคล้ายป้อมตำรวจขนาดใหญ่ ซ้ายมือเป็นอาคารเรียน ชั้นล่างเป็นห้องพักครู ด้านหลังเป็นโรงอาหาร ดูภาพรวมอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมดีมาก เพราะอยู่กลางทุ่งนาอากาศดี ได้คุยกับรองผู้อำนวยการโรงเรียน และครู ๔ – ๕ ท่านถึงความเป็นอยู่ และสภาพปัญหา ผู้อำนวยการโรงเรียนไปราชการจึงไม่ได้พบกัน ลาครูกลับออกมาข้ามทางด่วนไปออกโรงเรียนวัดเสด็จแต่ไม่ได้เข้าเยี่ยม ไปกินข้าวแกงปักษ์ใต้ที่สามโคก กลับเข้าสำนักงานเขตเป็นประธานการประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการกลุ่ม เพราะทิ้งช่วงมานาน ได้ให้ท่านรองฯเสนอข้อราชการที่เกี่ยวข้อง ตามด้วยกลุ่มงานต่าง ๆ ได้ฝากให้ช่วยติดตามการบริหารงบประมาณ Sp2 อย่างใกล้ชิด สอดส่องดูแลโรงเรียนในกลุ่มเครือข่ายที่รับผิดชอบให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน เรื่องสุดท้ายการพัฒนาบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจำปี ๒๕๕๓ ให้ไปสอบถามความคิดเห็นจากสมาชิกดูว่าอยากจะศึกษาดูงานที่ไหน ยกตัวอย่างให้ดู ๒ แห่ง ดูงานการบริหารจัดการสุขาภิบาลในโรงเรียนและสำนักงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการจัดสภาพแวดล้อมที่จังหวัดชุมพรและมรดกโลกเกาะเต่า-เกาะนางยวน หรืออาจเป็นเกาะสมุย

วันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เช้าตรู่เดินทางสู่เมืองพัทยาใช้ทางด่วนบูรพาวิถี เข้าสายเลี่ยงเมืองดิ่งเข้าสุขุมวิทตรงพัทยากลาง ต้องวกกลับมาเข้าพัทยาเหนือเลียบชายหาดไป ๕ ซอยเลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมเดอะพัทยาบีช รีสอร์ท ที่ สพฐ.มอบหมายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต ๑ ใช้เป็นที่อบรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาของภาคตะวันออก ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะติดตามผลการจัดอบรมจึงต้องมาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ภาคเช้าผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต ๑ นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายจนพักกลางวัน ในฐานะที่เป็นกรรมการใน ก.ค.ศ. ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวตื้นลึกหนาบางเรื่องราวการบริหารงานบุคคลระดับประเทศพอสมควร รวมทั้งกรณีตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากการทำหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่ผ่านมา บ่ายนายสมเชาว์ เกษปทุม อดีตเลขาธิการ ก.ค. ได้บรรยายสาระเกี่ยวกับกฎหมายปกครองที่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขต การได้ฟังผู้รู้อธิบายทำให้เข้าใจกฎหมายกว่าอ่านจากตำราค่อนข้างมาก เพราะได้เห็นตัวอย่างในการปฏิบัติจริงทั้งถูกและผิดประกอบกับตัวบทที่เขียนไว้เป็นตัวหนังสือ เขาจัดที่พักให้ชั้นที่ ๘ ห้อง ๘๐๕ เปิดม่านจะเห็นอ่าวพัทยาอยู่ตรงหน้า เป็นความสวยงามของธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกถวิลหา อากาศดีแดดจ้าฟ้าโปร่งมองเห็นเกาะล้านอยู่ลิบ ๆ โรงแรมเขามี Wireless บริการแขกที่มากพักฟรี มีโทรทัศน์จอใหญ่ไว้ให้ทั้งห้องรับแขกและห้องนอน จึงดูฟุตบอลโลกจนเลยเที่ยงคืน

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ ตื่นเช้าแบบงัวเงียเพราะนอนดึก แต่นิสัยตื่นเช้าเข้าสิง ตี ๕ เป็นต้องตื่น เปิดม่านดูทะเลที่สดใสสวยงามมีคนเดินออกกำลังกายชายหาดกันพลุกพล่าน ลงไปทานข้าวที่ไม่ค่อยพอเพียงกับผู้เข้าอบรมเอาเสียเลย ต้องบอกว่าการจัดอาหารค่อนข้างบกพร่อง แต่ไม่ค่อยมีใครบ่นให้ได้ยิน เพราะผู้เข้าอบรมล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่กินได้ไม่มาก เข้าไปนั่งฟังอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ ก.ค.ศ. คุณเอกศักดิ์ คงตระกูล บรรยายกฎหมายการบริหารงานบุคคลตั้งแต่การบรรจุแต่งตั้งจนถึงการอุทธรณ์ร้องทุกข์ บ่ายนิติกรจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญคุ้มพงษ์ จิตนิธิสกุล บรรยายหลักกฎหมายปกครอง ฟังกันทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยและเครียดเหมือนผู้เข้าอบรม เย็นเขาจัดอาหารไว้รับรองที่ชั้นสองของโรงแรม ๑ โต๊ะ มีคาราโอเกะให้ร้องเพลงด้วย แต่ด้วยมีฟุตบอลโลกมารอให้ดูอยู่ที่ห้องพัก งานเลี้ยงจึงเลิกราประมาณ ๒ ทุ่ม

วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เช้าท่านรองเลขาธิการ กพฐ. นายเสน่ห์ ขาวโต บรรยายบทบาทอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขต นั่งฟังจนเที่ยงจึงปิดการประชุม เท่าที่ติดตามผลการอบรมมาตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย พอประเมินได้ว่าวิทยากรที่มาให้ความรู้ค่อนข้างจะทำให้ผู้เข้าประชุมระมัดระวังในการทำหน้าที่จนเกินไป ทั้งที่ควรจะสร้างความเชื่อมั่นในการทำงาน ส่วนปัญหา เทคนิค ข้อจำกัดเป็นเพียงข้อควรระวังเดินทางกลับปทุมธานี ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ มีท่านรองฯสุชาติ ศรีสุวรรณ จากสพท.หนองบัวลำภู เขต ๑ ติดรถมาด้วย ท่านจะขึ้นเครื่องบินที่ดอนเมืองไปลงอุดรธานี มาแวะทานข้าวกลางวันที่จุดพักรถของทางด่วน มาเลี้ยวเข้าปทุมธานีตรงแยกคลองหลวง ผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงเขตให้รถไปส่งท่านรองฯ สุชาติ ที่สนามบิน นั่งทำงานที่สโมสรเพราะสะดวกสบายดีไม่อยากถ่อสังขารขึ้นชั้น ๓ ยามเย็น มีแฟ้มเอกสารให้สั่งการไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ผู้รักษาราชการแทนจัดการไปหมดแล้ว ไมโครโฟนที่ส่งไปซ่อมที่ร้านมหาจักรกลับมาแล้ว มีการทดสอบเสียงกันนิดหน่อย คงต้องระมัดระวังอย่าให้ร่วงกระทบพื้นอีกจะได้ใช้นาน ๆ ไม่อยู่ ๒ – ๓ วัน มีหนังสือร้องเรียนเข้ามาหลายเรื่อง มอบให้กลุ่มงานนิติการไปแยกแยะดำเนินการ ครูเริ่มบ่นว่าเขตอบรมจนไม่มีครูสอนเด็ก ขอสารภาพว่าจริง และเป็นกันทั่วฟ้าเมืองไทย ด้วยฤทธิ์ของ Sp2 จะทำให้ครูไม่อยู่ห้องเรียน ผู้บริหารไม่อยู่โรงเรียน ผอ.เขต ไม่อยู่เขต เหตุการณ์นี้ยากที่จะแก้ไขเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลใด ๆ ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรี แต่อนุญาตให้บ่นได้ตามที่เห็นสมควร
นิทานก่อนลาสัปดาห์นี้เป็นเรื่องที่คงเคยได้ฟังกันมาแล้ว แต่มาเล่าซ้ำให้คิดอีกครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งคิดว่าหากมัน สามารถเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ คงจะมองเห็นโลกเบื้องล่างสวยงามแปลกตากว่าที่เคยเห็นอยู่ในปัจจุบัน และสัตว์ต่างๆก็จะต้องพากันนับถือยกย่องตนด้วยเหตุนี้มันได้พยายามผูกไมตรีกับเป็ดป่าสองตัว เมื่อสนิทสนมกันดีแล้วจึงบอกความประสงค์ของตนโดยขอร้องให้เป็ดป่าทั้งสองคาบ กิ่งไม้ไว้ตัวละด้าน ส่วนเต่าจะคาบตรงกลางไม้ เมื่อเป็ดป่าทั้งสองคาบกิ่งไม้บินขึ้นสู่ท้องฟ้า เต่าก็จะถูกพาบินขึ้นไปด้วย เป็ดป่าทั้งสองเห็นแก่ความเป็นเพื่อนจึงตกลงทำตามคำขอร้องของเต่า “ดูนั่นซิพวกเรา เต่าเห่าได้” บรรดาสัตว์ต่างๆเมื่อเห็นเหตุการณ์ต่างส่งเสียงร้องบอกต่อๆกันด้วยความ ตื่นเต้น เต่ารู้สึกภาคภูมิใจอยากคุยอวดเพื่อนๆจึงอ้าปากจะพูด แต่ทันใดนั้นร่างของมันก็ร่วงหล่นลงกระแทกโขดหินแหลกเหลวอยู่บนพื้นดินนั่นเอง
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนโง่แม้จะประสบความสำเร็จแต่ในไม่ช้าก็หนีไม่พ้นความวิบัติ
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑
ขอขอแสดงความชื่นชมในวิสัยทัศน์และการทำงานของท่านค่ะ
อ้างถึง 7-11 มิย 2553
สุขทุกข์ นั้นย่อมมีปะปนกันไปในชีวิต
ดีชั่ว ชิงชัง ก็ย่ออมมี ถูกผิดสมมุติขึ้นมา ถูกใจว่าดี ผิดใจว่าชั่ว
อยู่กับมนุษย์นั้นลำบากต้องทำใจ ควมวุ่นวายมันมีมาก
เวลามีน้อยเร่งสะสมบารมีธรรม ท่านจะได้พบกับบรมสุขแห่งธรรม
ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ ผลก็เลยตามา
สิ้นโลก เหลือธรรม สิ้นกรรม หมดเวร
เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือให้อภัย
ทุกคนต่างก็ต้องการธรรม
บางพวกต้องการ ยุติธรรม
บางพวกต้องการ ธรรมชาติ
บางพวกต้องการ ความเป็นธรรม
บางทีคนเรามีวัตถุสิ่งของเครื่องอำนวยความสะดวก แต่ก็ยังต้องการความยุติธรรม
ยุติ นั้น คือ หยุด เมื่อนำมารวมแล้วก็คือ หยุดที่ธรรม
ธรรมคือคำสอนของศาสดา ศาสดาสอนให้ปถุชนมีศีล 5 ใครไม่มีศีลห้าคนนั้นไม่มีธรรม ศีล ข้อ 4 บอกว่าไม่ให้มุสา
มุสา นั้นหมายถึง การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมไม่ถูกไม่ควร เช่น พูดปด พูดนินทา พูดหยาบคาย พูดทำร้ายจิตใจคนอื่น เป็นต้น
คนบางประเภทนั้นพูดไปแล้วบอกว่าจำไม่ได้นั้น เขาอาจลืมเพราะไม่ใส่ใจในคำพูดของตน หรือ สมองผิดปกติ (เป็นประสาท) จึงจำไม่ได้
คนประเภทนี้ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง งานเยอะมาก ยุ่ง! เวลาหวีผมไม่มีหรอก
สิ่ง สำคำญคือไม่ยึดติด แค่ปล่อยแล้ววาง มันก็เบา เราก็สบาย สวัสดีครับ
บางคนแก่ใกล้ตายก็วางไม่เป็น ก็สุดแล้วแต่กำลังสติปัญญาที่มี เพราะบารมีมันต่างกัน...
.............
ที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เกิดความซาบซึ้งสุดจะบรรยาย แต่ช่วงจบดูเหมือนจะแสดงตัวตน(ธาตุแท้)ที่แท้จริงออกมา......
การที่นำบารมีมาเป็นบทสรุปแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลความคิดสมัยทาส เป็นการยอมรับของสิ่งที่ตำกว่ามนุษย์ ซึ่งเมื่อไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ก้อยกขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ให้เกิดการยอมรับเพื่อความสบายใจ มนุษย์ทุกคนย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน ...... การที่จะได้มาซึ่งบารมีนั้นต้องเกิดจากการมีศัทธา .... ถ้าไม่มีศัทธา บารมีก้อไม่เกิด... ยกตัวอย่างมาเสียเลิศเลอสุดท้ายก้อจบที่หางของตน...........
บารมี? เวรกรรม ที่กระทำมันลบกันไม่ได้ สิ่งที่ทำลงไปสำนึกมันจะเป็นตัวชี้วัด อยู่ที่สำนึกนั้นจะเป็นสำนึกฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว เปรียบกับผ้าขาว เมื่อเปื้อนสีดำ จะย้อมด้วยสิ่งใด ก้อหาได้กลับมาขาวบริสุทธิ์ได้ดังเดิม......แต่ถ้าโกหกแม้กับตนเองได้.......แต่กลับเข้าใจว่าบรรลุธรรมสูงสุด......มันเป็นเดรัจฉานวิชาประเภทหนึ่ง.......... ที่ถ้าจะดูสวยหรูก้อต้องนำธรรมมาเปรียบเทียบ......อนิจจาเหมือนกับก้อนหินที่พระพุทธองค์ประทับอยู่... แต่ไม่เคยรู้ซึ้งถึงรสพระธรรม..........
สติปัญญาที่คิดเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ ทำร้ายผู้อื่น แต่มาอ้างบารมี จะมีประโยชน์อันใด.... ก่อนที่จะสั่งสอนผู้อื่น.... ที่กล่าวมาข้างต้นตนเองทำได้หรือยัง?..
ประเทศที่วุ่นวายทุกวันนี้... ก้อเพราะมีคนที่พูดดี....คิดดี....แต่ไม่เคยทำดี...ให้เป็นที่ปรากฏ แต่ก้อยังคิดว่าตนเองทำดี ....นับเป็นบุคคลที่ควรเห็นใจ....ให้อภัย....แต่จงอย่าลืมว่าเขาทำอะไรลงไป.....มีผลกระทบกับใคร.....อย่าคิดว่าตนเองจะอยู่นิรันดร์.......วันหนึ่งถ้าหัวโขนหลุดออกจากหัว....จะมีสักกี่ตัวที่ยกมือไหว้ ......ไปศึกษาคำว่าบารมีให้เข้าใจโดยถ่องแท้แล้วปรับตัวเองอาจจะยังมีคนให้อภัย.......ที่สำคัญอย่ารีบจนพิมพ์ สะกดให้ถูก ถึงจะเชื่อว่าจิตใจนิ่งพอ.......และก้อขอให้ปล่อยวางจริงๆ อย่าปล่อยแล้วจับวาง....วางแล้วปล่อย...๐๐๐๐ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มันจะไม่หลุดไปจากมือเสียที ... เลิกประดิษฐ์ถ้อยคำแล้วเริ่มทำสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเรียกว่าความดี .... อาจหนุนส่งให้มีความสุขในชีวิตที่เหลือได้...... สิงใดจริงสิ่งใดเท็จ...ผู้มีใจเป็นธรรมสามารถบอกตนเองได้ดีที่สุด...แต่ผู้มีใจอธรรม.....จะหลอกตนเองให้ถึงที่สุด....
ก่อนจบ.....เรื่องสมมุติที่เคยถามท่าน ผอ. ไว้ ยังรอคำตอบอยู่นะครับ......เห็นเขาว่าสถานศึกษาต้องปลอดเหล้า.... ไม่รู้จริงหรือเปล่า ..... หวังว่าท่านคงสนใจเรื่องนี้
ขอบคุณแทนอนาคตของชาติ........
ขอเรียนท่านผู้อ่านด้วยความเคารพว่า เจตนาเรื่องเล่าที่ผมเขียนทุกสัปดาห์นั้น เพื่อเล่าให้ฟังว่าไปพบเห็นหรือทำอะไรไปบ้าง หรือในบางประเด็นคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนั้น ๆ จึงมีทั้งที่ทำถูกและทำผิด คิดเข้าท่าและไม่ได้เรื่องปนเปกันอยู่ และไม่มีความประสงค์จะอภิปรายสนับสนุนหรือโต้แย้งกับความคิดของท่านผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายที่ติดตามอ่านและกรุณามีความเห็นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ แต่ทุกความเห็นของท่านได้รับไปพิจารณาแก้ไขในเรื่องที่ผิดพลาดในการทำงานหรือระบบงานโดยดุษฎี บางคำถามไม่ได้ตอบเพราะผู้ถามก็ทราบคำตอบอยู่แล้ว หากจะถามว่าเมื่อรู้ว่าไม่ดีทำไมสิ่งเหล่านี้ยังมีอยู่ในสังคม โดยเฉพาะโรงเรียน คำตอบที่ใกล้เคียงน่าจะเป็นเพราะกลไกสังคมไม่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ยกตัวอย่างเพียงเพื่อหาเงินมาพัฒนาโรงเรียน เรายอมจัดงานเลี้ยงสุรายาเมา มีดนตรีและหางเครื่องปลุกใจเสือป่าในโรงเรียน การจะอยู่ได้ในสังคม ท่านเจ้าคุณพระเทพญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดขันเงินพระอารามหลวง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เคยสอนว่า อย่าตามโลกเกินไปและอย่าขวางโลกเกินไป ผมก็ยึดถือมาปฏิบัติจนทุกวันนี้