ในบางสถานการณ์กับเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา เลยทำให้นึกถึงนิทานเรื่องหนึ่ง ที่แม่เคยเล่าให้ฟังในสมัยเด็ก ๆ
หมูทำนา หมากินข้าว
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่สัตว์ต่าง ๆ พูดได้
คนได้เลี้ยงสัตว์ไว้ทำงาน ๒ ตัวคือ หมู กับ หมา
แต่ละวันคนก็จะส่งให้ทั้งหมูและหมาออกไปทำนาที่ท้องทุ่ง แล้วตอนสายคนก็จะออกไปตรวจผลงาน
ครั้งหนึ่ง หมูกับหมา ออกไปที่ท้องนาแต่เช้า
หมูเริ่มใช้จมูกไถนาผืนกว้าง ในขณะที่หมานอนอยู่ใต้ร่มไม้อย่างสบายใจ
หมูใช้จมูกไถกับผืนดินจนจมูกเป็นอย่างที่เห็นอยู่ แล้วนาก็ถูกไถจนหมด ทั้งหมูก็เหนื่อยสุดชีวิต เลยเข้าไปนอนพักใต้ร่มไม้
ฝ่ายหมา ตื่นขึ้นมา ให้ท้องนาเสร็จแล้ว ทั้งคนก็ใกล้จะมาตรวจความเรียบร้อย มันจึงรีบลุกออกไปวิ่งย่ำบนผืนดินที่หมูได้ไถไว้จนทั่ว ท้องนาจึงมีแต่รอยเท้าของหมา แล้วไปยืนลิ้นห้อย นำลายยืดรอคนอยู่
เมื่อคนมาถึง หมาก็บอกว่า
“ไถนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหนื่อยมากเลย”
ฝ่ายคนเห็นหมูนอนอยู่ ก็โกรธมาก เลยปลูกหมูขึ้นมาแล้วทุบตีใหญ่ หมูจึงร้องครวญคราง
ฝ่ายหมาเห็นดังนั้น ก็หัวเราะจนกระทั่งปากฉีกไปเกือบถึงใบหู อย่างที่เราเห็นอยู่
นับตั้งแต่นั้นมา คนก็ทำโทษหมู โดยให้นอนในเล้าที่ชื้นแฉะ และให้กินรำข้าวเป็นอาหาร
ส่วนหมา ก็ได้นอนบนบ้านที่อบอุ่น และกินอาหารแบบเดียวกับที่คนกิน
อ๋องั้นแสดงว่าหมูทำงานหนัก...หมาทำงานน้อย...คล้ายๆกับว่า
"ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมารับห้าพัน" เอะอย่างนี้ได้ไหมเนี่ย
มาอ่านนิทานก่อนนอนค่ะ....
ยินดีที่รู้จักนะ...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
ขอบคุณ สำหรับนิทานดีๆ ครับ
เป็นประสบการณ์ในการใช้ชีวิต
แบบนี้เขาเอิ้นว่า "หมูดุด หมาย่ำ" แม่นบ่ค่ะ พี่หนุ่มคนเก่ง